เอไอเอส สร้าง แอพช่วยลบ SMS Virus ตัดกังวลคนใช้มือถือด้วย แอพ “AIS Malware Remover”


icon app AIS Malware Remover

นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส      กล่าวว่า “จากการที่ช่วงนี้ได้เกิดกรณี SMS Virus ที่เป็นลักษณะของข้อความที่มีลิ้งค์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้    ซึ่งเมื่อลูกค้ากดลิ้งค์ดังกล่าวแล้ว จะเท่ากับเป็นการติดตั้งแอพ ที่ส่งผลให้มือถือทำการส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์อื่นๆที่ถูกบันทึกอยู่ในเครื่องทันที อันทำให้เกิดค่าใช้จ่ายตามมา ดังที่เป็นข่าวในขณะนี้นั้น”

“นอกเหนือจากการแนะนำให้ลูกค้าไม่กดเข้าไปที่ลิ้งค์ดังกล่าว และช่วยดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากกรณี SMS Virus ที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้อย่างทันท่วงทีให้แก่ลูกค้าแอนดรอยด์ ทีมเทคนิคของเอไอเอส จึงได้พัฒนา แอพพลิเคชั่น “AIS Malware Remover” สำหรับผู้ใช้มือถือแอนดรอยด์ขึ้น เพื่อช่วยลบ แอพที่ติด SMS Virus ดังกล่าวได้ทันที แบบ 100%”

สามารถเข้าไปดาวน์โหลด แอพ  “AIS Malware Remover” ผ่านลิ้งค์ตรงจากเอไอเอส คือ http://www.ais.co.th/sms-remover/ หรือกดลิ้งค์จากแบนเนอร์ AIS Malware Remover บน AIS Line Official ได้ฟรี  และทำการติดตั้ง หากเครื่องมือถือของท่านติด SMS Virus หน้าจอจะแสดงผล และ แอป AIS Malware Remover จะลบแอป SMS Virus ออกทันที

 “เราเชื่อมั่นว่า แอพนี้จะสามารถช่วยแก้ไขและป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที และสร้างความมั่นใจให้ทุกการใช้งานของลูกค้าอย่างแน่นอน” นายปรัธนากล่าว

ลูกค้าเอไอเอส และค่ายอื่นๆ ที่ใช้มือถือแอนดรอยด์สามารถดาวน์โหลดแอพ “AIS Malware Remover ได้แล้ววันนี้

ฟู้ดแพนด้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด รั้งตำแหน่งผู้นำตลาดฟู้ด เดลิเวอรี่ในประเทศไทย


 foodpanda 08

ฟู้ดแพนด้า (foodpanda)   ผู้นำศูนย์รวมบริการสั่งอาหารออนไลน์ระดับโลก ฉลองครบรอบสองปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดพร้อมส่งมอบเมนูที่มีความหลากหลายมากที่สุดจากพันธมิตรร้านอาหารทั่วประเทศ พร้อมให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์การสั่งอาหารทางออนไลน์ที่รวดเร็วที่สุด ง่ายที่สุด และสะดวกที่สุด ไม่ว่าจะผ่านทางเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นบนมือถือ

นับแต่วันแรกที่ฟู้ดแพนด้า (foodpanda.co.th) ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทได้พิสูจน์ถึงความเป็นผู้ให้บริการสั่งอาหารออนไลน์ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในตลาด กลยุทธ์หลักของฟู้ดแพนด้าคือ การร่วมมือและสร้างพันธมิตรกับธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย เพื่อมอบประสบการณ์การสั่งอาหารออนไลน์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ฟู้ดแพนด้าร่วมมือกับร้านอาหารมากมายที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและรสชาติ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น สีลม สุขุมวิท นานา คลองเตยเหนือ และอโศก นอกจากนี้  ฟู้ดแพนด้าได้ขยายธุรกิจและสร้างพันธมิตรร้านอาหารใหม่ๆ ในการให้บริการที่เชียงใหม่ และล่าสุดที่พัทยา โดยผนึกกำลังกับดอร์ทูดอร์ บริษัทจัดส่งอาหารระดับพรีเมียมในการจัดส่งอาหารให้กับฐานลูกค้าของฟู้ดแพนด้าที่กำลังเติบโตในพัทยา ด้วยความร่วมมือที่ดีกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งจากกว่า 400 ร้านค้า ฟู้ดแพนด้าจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมมอบบริการจัดส่งอาหารจานโปรดที่ดีที่สุดให้ลูกค้าถึงที่บ้าน ออฟฟิศ หรือสถานที่ต่างๆ ตามต้องการ

มิสเตอร์อเล็กซานเดอร์ เฟลเด้อ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแพนด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟู้ดแพนด้าคือผู้ให้บริการสั่งอาหารออนไลน์ที่ให้บริการไม่ซับซ้อนหรือยุ่งยาก ทั้งยังปลอดภัยและรวดเร็ว ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับรายการอาหารที่หลากหลาย จากร้านอาหารมากมายที่มีให้เลือกสรรในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นบนมือถือของฟู้ดแพนด้า เราจับมือกับร้านอาหารชั้นนำทั่วโลกและในประเทศไทยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า พวกเขาสามารถเลือกรับประทานอาหารชนิดใดก็ตามจากร้านใดก็ได้ที่ต้องการ   ปีนี้เป็นปีที่สองของการดำเนินงานในประเทศไทย และฟู้ดแพนด้ามียอดการสั่งอาหารทางออนไลน์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ส่งผลให้เราเป็นผู้ให้บริการสั่งอาหารออนไลน์ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในตลาด และเราก็ขยายธุรกิจและบริการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นี่คือข้อพิสูจน์ของการเป็นผู้นำในตลาดนี้ โดยเรารู้สึกขอบคุณและยินดีกับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าในประเทศไทยเป็นอย่างมาก”

จากผลการสำรวจของโกลบอลเว็บอินเด็กซ์ (GlobalWebIndex) ในเดือนมกราคม 2557 ที่ผ่านมา บรรดาสาวกไอทีหนุ่มสาวชาวไทยใช้เวลาเล่นอินเตอร์เน็ตบนมือถือนานกว่ากลุ่มคนวัยเดียวกันในประเทศอื่นในเอเชีย ฟู้ดแพนด้าจึงได้พัฒนาและเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่เพื่อพร้อมรับกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดนี้

“เราเข้าใจและตระหนักถึงเทรนด์นี้ เราจึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือนอกเหนือจากการให้บริการผ่านเว็บไซต์ และได้ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น ทำให้ฟู้ดแพนด้ากลายเป็นผู้ให้บริการจัดส่งอาหารรายเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างครบวงจร เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความสะดวกสบายนี้จะช่วยเพิ่มยอดสั่งอาหารและสามารถดึงดูดลูกค้ารายใหม่ให้กับฟู้ดแพนด้าได้อย่างแน่นอน” มร. เฟลเด้อกล่าว

ยอดการเติบโตของฟู้ดแพนด้าในประเทศไทยอยู่ระหว่างร้อยละ 10-15 ต่อสัปดาห์ โดยมียอดการสั่งอาหารผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือถึงร้อยละ 50 และร้อยละ 45 มาจากการสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ ทั้งนี้ มีเพียงร้อยละ 5 ของลูกค้าที่ยังคงสั่งอาหารทางโทรศัพท์

ด้วยเงินลงทุนล่าสุดมูลค่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.92 พันล้านบาท) จากกลุ่มผู้ลงทุนอย่าง ฟัลคอน เอดจ์ แคปปิตอล และร็อคเก็ต อินเตอร์เน็ต เอจี รวมถึงกลุ่มผู้ลงทุนรายเดิม ฟู้ดแพนด้าจึงพร้อมผลักดันให้ธุรกิจเติบโตยิ่งขึ้นในตลาดปัจจุบันและขยายฐานบริการไปยังเมืองใหม่ๆ ตลอดจนขยายพื้นที่ให้บริการในกรุงเทพมหานครและเพิ่มจำนวนร้านอาหารและความหลากหลายของชนิดอาหารให้มากกว่าเดิมเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำที่ให้บริการอันน่าประทับใจและดีที่สุดในธุรกิจบริการสั่งอาหารออนไลน์

แอพพลิเคชั่น “ฟู้ดแพนด้า” มีให้ดาวน์โหลดได้บนแพลตฟอร์มชั้นนำต่างๆ ได้แก่ iOS, Android, Windows, Nokia X และ Nokia Asha หรือพิมพ์ http://goo.gl/GDTSRx ในเว็บบราวเซอร์ ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟู้ดแพนด้าได้ที่ http://www.foodpanda.co.th  ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่โหลดแอพพลิเคชั่น “ฟู้ดแพนด้า” ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2557 จะได้รับสิทธิพิเศษ ‘ฟรีค่าส่งอาหาร’ หนึ่งครั้งในร้านอาหารที่ร่วมรายการเพียงระบุโค้ด “appfree”

ดีแทคเปิดตัว “โจอี้ จัมพ์ 2” ไตรเน็ตโฟนรุ่นล่าสุด ตอกย้ำความแรงระลอก2


dtac_088

นายปภาพรต ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารอุปกรณ์สื่อสารบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำความแรงของไตรเน็ตโฟนรุ่นโจอี้ จัมพ์ ในซีรี่ย์แรก ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการเปิดตัว “โจอี้ จัมพ์ 2” ไตรเน็ตโฟนรุ่นล่าสุดที่ปรับโฉมต่อยอดความต้องการของตลาดด้วยการเพิ่ม กล้องหน้าในรุ่น 3.5 แต่ราคาเดิมเพียง 1,990 บาท และรุ่น 4.0 ที่เพิ่มฟังก์ชั่นดูทีวีฟรีทุกช่องโดยไม่ต้องใช้เน็ต เพียง 2,790 บาท นอกจากจะปรับโฉมเพิ่มการใช้งานกล้องหน้าเพื่อตอบสนองกระแสเซลฟี่ในโลกโซเชียลแล้วยังเพิ่มฟังก์ชั่นเมนูรองรับภาษาพม่าอีกด้วย ดีแทคยังเสนอโปรโมชั่นสุดคุ้มสำหรับลูกค้าที่ซื้อไตรเน็ตโฟนรุ่น “โจอี้ จัมพ์ 2” กับโปรโมชั่นฟรี Facebook และLine ไม่อั้น พร้อมโทรฟรีเบอร์ดีแทคไม่อั้นตี 5 ถึง 5 โมงเย็นนาน 1 ปี สำหรับลูกค้าแฮปปี้โดยเฉพาะ เพียงเติมเงินครบ 100 บาทต่อเดือน กดรับสิทธิ์ *399*015# และสำหรับลูกค้าแบบรายเดือน กับแพ็กเกจ บุฟเฟ่ต์ เริ่มต้นแค่เดือนละ 299 บาท โทรหาเบอร์ดีแทคไม่จำกัด ตั้งแต่ตี 5 ถึง 5 โมงเย็น และเน็ตไม่จำกัด

 สำหรับลูกค้าที่สนใจดีแทคไตรเน็ตโฟนรุ่น “โจอี้ จัมพ์ 2” ทั้ง 2 รุ่น มีวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ, dtac online store และร้านขายมือถือทั่วประเทศ พร้อมสบายใจได้บริการรับเปลี่ยนเครื่องใหม่ภายใน 7 วัน และมีการรับประกันเครื่องมากกว่านานถึง 15 เดือน ตลอดจนบริการหลังการขายกับ ศูนย์บริการหลังการขายทั่วประเทศ

เอไอเอส เตือน SMS ไวรัส ระวังอย่ากดลิ้งค์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต


 sms

จากกรณีที่มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือได้รับ SMS ทั้งจากเบอร์บุคคลที่มีอยู่ในสมุดโทรศัพท์ และไม่อยู่ในสมุดโทรศัพท์ โดยเป็นลักษณะของข้อความที่มีลิ้งค์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ อาทิ  “ชื่อ……, แจ้งให้ทราบการจัดส่งของคุณ http://goo.gl/NPD8sd” ซึ่งเมื่อกดลิงค์เชื่อมต่อเข้าไปแล้ว  จะเท่ากับเป็นการติดตั้ง App ที่ส่งผลให้เครื่องมือถือทำการส่ง SMS ออกไปยังหมายเลขโทรศัพท์อื่นๆ ที่ถูกบันทึกอยู่ในเครื่องทันที (ที่มาจาก Thaicert โดย ก.ไอซีที https://www.thaicert.or.th/alerts/user/2014/al2014us017.html ) และเกิดค่าใช้จ่ายจากการส่ง SMS ตามมา ซึ่งขณะนี้แม้จะยังมีผู้ได้รับผลกระทบไม่มากนัก หากในอนาคตอาจสร้างผลกระทบในวงกว้างให้แก่ผู้ใช้มือถือได้

ดังนั้น เอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีความห่วงใยผู้ใช้บริการเป็นอย่างยิ่ง จึงใคร่ขอเตือนให้ระมัดระวัง เมื่อได้รับข้อความ SMS ที่มีลักษณะดังกล่าว ไม่ควรกดลิงค์เชื่อมต่อเข้าไปเด็ดขาด เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการติดตั้ง App ที่อาจเป็นอันตรายดังกล่าว โดยควรตรวจสอบกลับไปที่ผู้ส่ง SMS นั้น เพื่อความมั่นใจต่อไป  ซึ่งในระหว่างนี้เอไอเอส ได้ทำการปิดการเชื่อมต่อจากลิ้งค์ต่างๆ ที่ลูกค้าได้แจ้งมาก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว  และกำลังอยู่ในระหว่างหามาตรการดูแลในระยะยาวอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าเอไอเอสที่สงสัยว่าจะได้รับ SMS ไวรัส หรือได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว สามารถสอบถามและตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  เอไอเอส คอลเซ็นเตอร์ 1175 โดยหากเป็นผลกระทบจาก SMS Virus ดังกล่าว บริษัทฯ ยินดีให้การดูแลในทุกกรณี

 

 

โฟกัสขึ้นแท่นเบอร์ 1 ฟิล์มกันรอย จับมือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เดินหน้าโรดโชว์เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่


ธุรกิจ 1 (1)

โฟกัสยังคงเดินหน้า มีแผนขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ฟิล์มถนอมสายตา Focus : Blue Light Cut ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และจุดกระแสปกป้องดวงตาจากคลื่นแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายในกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน

นายอมรศักดิ์ แดงแสงทอง รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด บริษัทดีพลัส อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแผ่นฟิล์มกันรอยหน้าจอสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต อันดับหนึ่งของไทย ภายใต้แบรนด์ “FOCUS” ได้กล่าวถึงแผนการตลาดในช่วงไตรมาสสามของปีนี้  โดยแม้ว่ายอดขายในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาของโฟกัส โดยรวมจะต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากปัจจัยทางด้านการเมือง ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงตลาดโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ หลายรุ่นที่ยอดขายไม่ได้ดีอย่างที่คาด ผู้บริโภคหลายรายลังเลที่จะเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ ซึ่งส่งผลให้ยอดการใช้ฟิล์มกันรอยลดลงตามไปด้วย แต่สำหรับยอดขายของฟิล์มถนอมสายตา Blue Light Cut ที่โฟกัสโปรโมทอย่างมากในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา ก็นับว่ายังคงไปได้ดีตามเป้าหมาย”

“สำหรับกลยุทธ์การตลาดในช่วงไตรมาส สามของปี โฟกัสยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมกับกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนวัยรุ่นและวัยทำงาน ซึ่งเป้นกลุ่มหลักที่มีไลฟ์สไตล์ผูกติดอยู่กับหน้าจอแทบทั้งวัน ทั้งการใช้งานแอพลิเคชั่น โซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมทั้งเล่นเกมต่างๆ ที่ต้องใช้สายตาตลอดเวลา และผู้บริโภคกลุ่มนี้เองที่มีความเสี่ยงต่อโรคเกี่ยวกับสายตาต่างๆ และต้องการใช้ฟิล์มที่สามารถช่วยกรองแสงที่เป็นอันตรายจากหน้าจอ แบบที่ฟิล์มถนอมสายตาโฟกัสได้นำเสนอเพื่อตอบโจทย์”

หลังจากประสบความสำเร็จจากกิจกรรมโรดโชว์เพื่อโปรโมทฟิล์มถนอมสายตา ตามสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส รวมถึงอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ใจกลางกรุงเทพฯหลายแห่ง และได้รับความสนใจจากหนุ่มสาวออฟฟิศอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา  โฟกัสเตรียมต่อยอดไปสู่กลุ่มเป้าหมายวัยเรียน โดยเราได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรม “รับเพื่อนใหม่ 2557” ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปีนี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมต้อนรับน้องนักศึกษาใหม่อย่างสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิดที่ว่า “เพราะได้ยินเสียงเล่าถึง ฉันจึงมาหาความหมาย” และได้ร่วมจัดกิจกรรม “GMM MUSIC PARADE SCHOOL TOUR 2014” ที่เดินสายจัดคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปินชื่อดังจากค่ายแกรมมี่ ไปยังโรงเรียนมัธยมชั้นนำ 10 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยทั้งสองกิจกรรมนี้โฟกัสมุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของแสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟน และการดูแลสุขภาพสายตา ควบคู่ไปกับกิจกรรมสนุกสนานและเล่นเกมส์แจกของรางวัลแก่น้องๆ นักเรียนนักศึกษาทุกคนที่มาร่วมงานอีกด้วย” นายอมรศักดิ์กล่าว

นอกจากประสบการณ์ความสนุกสนาน และเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้ทดลองใช้ฟิล์มถนอมสายตาของโฟกัสแล้ว  เรายังได้บริจาคฟิล์มถนอมสายตาให้แก่ ศูนย์คอมพิวเตอร์ของทุกโรงเรียนที่ไปจัดกิจกรรม โดยติดตั้งให้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง เพื่อเป็นการดูแลสายตาของน้องๆ นักเรียนที่เข้ามาใช้งาน  และอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่เราตอบแทนคืนสู่สังคม คือการร่วมบริจาคเงินจากการจำหน่ายสินค้าในช่องทางออนไลน์ทั้งหมดในเดือนสิงหาคม มอบให้แก่ โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา เพื่อเป็นทุนช่วยเหลือเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน ร่วมกับกิจกรรมของกลุ่มแฟนคลับ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ พรีเซนเตอร์สาวของแบรนด์โฟกัสเรานั่นเอง”

“ขณะที่การแข่งขันในตลาดฟิล์มกันรอยหน้าจอในช่วงปีที่ผ่านมาสูงขึ้น มีผู้เล่นหน้าใหม่หลายแบรนด์ที่พยายามออกผลิตภัณฑ์มาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด รวมทั้งการแข่งขันด้านราคาจากฟิล์มเกรดต่ำที่นำเข้าจากประเทศจีน แต่จากผลสำรวจในปีล่าสุด ฟิล์มกันรอยโฟกัส ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดในเมืองไทยเป็นอันดับหนึ่ง ราว 55% และเป็นแบรนด์ฟิล์มกันรอยที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต รวมทั้งร้านค้ามือถือทั่วประเทศ ให้ความพึงพอใจในคุณภาพสูงสุดสามปีซ้อน จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพลล์ ในปี 2555-57 โดยทิ้งห่างแบรนด์คู่แข่งอื่นๆในแทบทุกด้าน”

“เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ฟิล์มกันรอยที่มีคุณสมบัติพิเศษ เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคยุคใหม่ตลอดเวลา อีกทั้งยังใส่ใจในการควบคุมคุณภาพสินค้าในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตฟิล์มทุกแผ่น ตรงนี้เองที่นับเป็นจุดแข็งหลักของแบรนด์นอกเหนือจากการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทั้งตัวแทนจำหน่ายและผู้ใช้งานทั่วประเทศให้การตอบรับและมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของเรา และทำให้เราเป็นผู้นำในธุรกิจนี้อย่างมั่นคง” นายอมรศักดิ์ กล่าวปิดท้าย

80% ของ ฟรีแอพพลิเคชั่น 50 อันดับ ในGoogle Play มีเวอร์ชั่นปลอมแอบแฝง


Google-Play-Store-4.1.6-new-640x253

ในขณะที่จำนวนผู้ใช้อุปกรณ์พกพาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนแอพฯปลอมก็มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ จากผลสำรวจของเทรนด์ไมโครเกี่ยวกับแอพฯฟรีจาก 50 อันดับสูงสุดใน Google Play พบว่าเกือบ 80% มีแอพฯเวอร์ชั่นปลอมที่พัฒนาโดยบริษัทอื่น และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ 100% ของแอพฯ ในหมวดหมู่วิดเจ็ต, สื่อและวิดีโอ และการเงิน มีเวอร์ชั่นปลอม เพื่อปกป้องอุปกรณ์พกพาให้รอดพ้นจากภัยคุกคามเหล่านี้ เทรนด์ไมโครจึงแนะนำให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพฯจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และใช้แอพฯรักษาความปลอดภัยที่มีชื่อเสียงสำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น Trend Micro Dr. Safety เพื่อปกป้องอุปกรณ์พกพา

ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนเมษายนนี้ มีแอพฯปลอมจำนวน 59,185 รายการจากทั้งหมด 890,482 รายการ พบว่าเป็นแอดแวร์ที่รุนแรง ส่วนอีก 394,263 รายการเป็นมัลแวร์ และในบรรดาแอพฯปลอมทั้งหมด 50% เป็นโปรแกรมอันตราย ขณะเดียวกัน มีแอพฯ ปลอมสองประเภทหลักๆ ประเภทแรกคือ “แอพฯลวง” โดยที่พบเห็นได้มากที่สุดก็คือ แอพฯป้องกันไวรัส เช่น Virus Shield ที่อ้างว่าจัดหาการสแกนแบบเรียลไทม์ และการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ในราคาเพียง 3.99 ดอลลาร์บน Google Play แอพฯนี้ได้รับการจัดอันดับมากถึง 4.7 ดาว หลังจากที่ถูกดาวน์โหลดมากกว่า 10,000 ครั้งภายในสัปดาห์เดียวหลังจากเปิดตัว แต่ท้ายที่สุดมีการตรวจพบว่าแอพฯนี้เป็นแอพฯปลอมและไม่ได้ช่วยปกป้องอะไรเลยแม้แต่น้อย  นักวิจัยชี้ว่าการดาวน์โหลดส่วนใหญ่ดำเนินการโดยคอมพิวเตอร์บ็อตเน็ต  อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้หลายพันรายถูกหลอกลวงจนเกิดความเสียหายทางการเงิน ก่อนที่ Google Play จะถอนแอพฯนี้ออกไป

Figure 1- Virus Shield’s purchase page on Google Play

แอพฯปลอมอีกประเภทหนึ่งคือ “แอพฯรีแพ็คเกจ” ซึ่งเป็นการรีแพ็คเกจแอพฯยอดนิยม และระบุว่าเป็นแอพฯต้นฉบับเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด  นอกจากนี้ แอพฯรีแพ็คเกจบางแอพฯเป็น “แอพฯโทรจัน” ซึ่งประกอบด้วยลักษณะการทำงานที่เป็นอันตราย และกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์  ทั้งนี้ เกม แอพฯการเงิน และแอพฯรับส่งข้อความ มักจะตกเป็นเป้าหมายของแอพฯรีแพ็คเกจ

แอพฯ เกมยอดนิยม

Figure 2 - Sample premium-rate text messages sent by trojanized Flappy BirdFlappy Bird เป็นหนึ่งในแอพฯเกมที่ฮอตฮิตที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 มีการดาวน์โหลดกว่า 50 ล้านครั้งก่อนที่ผู้พัฒนาจะเพิกถอนแอพฯนี้ออกไปอย่างฉับพลัน การเพิกถอนดังกล่าวส่งผลให้เกิดความสนใจอย่างกว้างขวางในระบบออนไลน์ และกระตุ้นให้อาชญากรไซเบอร์สร้างเวอร์ชั่นโทรจันสำหรับแอพฯนี้ขึ้นมา หนึ่งในเวอร์ชั่นโทรจันขอให้ผู้ใช้อนุญาตให้มีการส่งข้อความ ซึ่งอาจทำให้บิลค่าโทรศัพท์ของผู้ใช้พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ

 

แอพฯ พลิเคชั่นทางการเงิน

Figure 3 - Screenshots of the trojanized version of a South Korean banking appแอพฯ โทรจันสำหรับบริการทางการเงิน มักจะแทนที่แอพฯ ธนาคารที่มีชื่อเสียงติดตั้งจาก Google Play ด้วยเวอร์ชั่นโทรจันที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยให้อาชญากรสามารถเริ่มการโจมตีแบบฟิชชิ่งต่อผู้ใช้ ด้วยการขโมยข้อมูลทางการเงินของเหยื่อ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

 

 

 

 

แอพฯ รับส่งข้อความ

Figure 4 - Google Play download page for the fake BBM for Androidกรณีที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดสำหรับการส่งข้อความ Instant-Messaging ของแอพฯโทรจัน ก็คือ เวอร์ชั่นปลอมของ BlackBerry® Messenger (BBM) ก่อนที่ BlackBerry จะนำแอพฯ นี้ออกเผยแพร่บน Google Play มีการปล่อยเวอร์ชั่นโทรจันของ BBM ให้แก่ผู้ใช้ทั่วไป โดยอาศัยการที่ผู้ใช้คาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัว BBM for Android แอพฯ รีแพ็คเกจนี้ถูกดาวน์โหลดมากกว่า 100,000 ครั้ง อย่างไรก็ตาม แอพฯ ดังกล่าวได้แสดงพฤติกรรมของแอดแวร์ที่รุกล้ำอย่างมาก และต่อมา Google Play ได้ถอนแอพฯ นี้ออกไป

“แอพฯ ปลอมจำนวนมากประกอบด้วยมัลแวร์” เทอเรนซ์ ตัง ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของเทรนด์ไมโคร กล่าว “แอพฯ เหล่านี้อาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล และก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงิน ด้วยเหตุนี้จึงขอแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพฯ จากแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ และติดตั้งแอพฯ รักษาความปลอดภัยที่มีชื่อเสียงเพื่อปกป้องอุปกรณ์พกพาของคุณ เทรนด์ไมโครนำเสนอแอพฯ รักษาความปลอดภัยฟรีบนอุปกรณ์พกพา Dr. Safety ซึ่งรองรับการปกป้องและการสแกนแบบอัตโนมัติ ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพฯ ที่มีความเสี่ยงอันตราย และยังคุ้มครองอุปกรณ์พกพาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด”

สามารถดาวน์โหลด Dr. Safety ได้จาก 3 ช่องทาง ต่อไปนี้:

  1. ค้นหา “Dr. Safety” บน Google Play
  2. สแกน QR code ด้านขวามือนี้เพื่อดาวน์โหลด Dr. Safety ภายใน 3 วินาที
  3. เยี่ยมชมแฟนเพจ Facebook ของเทรนด์ไมโคร และค้นหาแอพฯ “Dr. Safety”

 

 

สมาร์ทโฟนน้องใหม่แดนมังกร “VIVO” บุกตลาดไทย ประเดิมส่ง รุ่น Xshot เจาะคนชอบแชะ-แชร์


VIVO-Group-1

VIVO แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่จากจีน เปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการภายใต้ธีม vivolution ปฏิวัติเพื่อพลังสร้างสรรค์อย่างไม่หยุดนิ่ง ชูจุดเด่นสมาร์ทโฟนสำหรับคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นผู้นำเทรนด์ โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว เพรียวบาง เหนือชั้นกว่าด้วยระบบเสียง Hi-Fiacoustic fidelity เพื่อประสบการณ์สื่อสารที่สมบูรณ์แบบ ประเดิมตลาดไทยด้วยรุ่น Xshot ที่อัดแน่นด้วยสุดยอดฟังก์ชั่นการถ่ายภาพระดับกล้องมือโปร พร้อมตามด้วยรุ่น Xplay3S เร็ว ๆ นี้

นายเหยา ยี หมิง กรรมการผู้จัดการบริษัทวีโว่ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน vivo กล่าวว่า “vivo คือแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกซึ่งสรรสร้างขึ้นเพื่อผู้บริโภครุ่นใหม่ที่หลงใหลแฟชั่นและความทันสมัย ด้วยรูปลักษณ์ของดีไซน์อันโดดเด่น ระบบเสียงคุณภาพสูงเพื่อประสบการณ์สื่อสารที่เพลิดเพลินอย่างเหนือชั้น ความมุ่งมั่นของ vivo คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เพียบพร้อมทั้งความสมบูรณ์แบบและคุณสมบัติที่เหนือความคาดหมาย ผลิตภัณฑ์ vivo ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากการเปิดตัวในงาน Consumer Electronics Show หรือ CES 2014 ที่ลาส เวกัส สหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศจีน เมื่อปีที่แล้ววีโว่สามารถขายได้ถึง 15 ล้านเครื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านหยวน หรือ 7,500 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 8% ซึ่งเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟน 5 อันดับแรกในจีน โดยเราเลือกที่จะจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรกสำหรับตลาดต่างประเทศเพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคไทยรุ่นใหม่ที่นิยมความล้ำสมัย เป็นผู้นำเทรนด์ ชื่นชอบเทคโนโลยี นวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมทั้งชื่นชอบดีไซน์ที่พิถีพิถัน หลังจากที่ได้รับกระแสตอบรับดีในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย อาทิ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า”

สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน รูปแบบพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคก็มีความหลากหลาย โดยกล้องถ่ายภาพนับเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่คนไทยให้ความสำคัญมากในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน เนื่องจากการเติบโตของเทรนด์การถ่ายภาพ และแชร์ภาพทันทีผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทำให้ความต้องการในกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูงในมือถือที่ถ่ายแล้วอัพได้ทันทีเพิ่มขึ้นสูง เห็นได้จากข้อมูลของโซเชียล แรงค์ (Zocial Rank) ซึ่งเป็นเว็บไซต์เก็บข้อมูลสถิติต่าง ๆ เกี่ยวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ในประเทศไทยได้เปิดเผยสถิติการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กของคนไทยในช่วงปี 2012-2013 ว่าจากจำนวนนี้คนไทยที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก 18 ล้านคน มีการแชร์รูปสูงถึงกว่า 124,000 รูปต่อวัน

vivoโดย vivo จึงเปิดประเดิมตลาดไทยด้วยรุ่น Xshot สมาร์ทโฟนหน้าจอ Full HD ขนาด 5.2 นิ้ว โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นกล้องถ่ายภาพที่เหนือชั้นระดับมืออาชีพ ด้วยกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ CMOS IMX214จากโซนี่ พร้อมเลนส์ถึง 6 ชิ้น รูรับแสงขนาด f/1.8 สามารถเก็บรายละเอียดได้คมชัดแม้ในที่แสงน้อย คู่กับ Dual LED Flash และระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS พร้อมโหมดการถ่ายภาพหลากหลายให้เลือก นอกจากนั้นยังสมารถบันทึกวิดีโอได้ละเอียดสูงถึง 4Kความละเอียดของกล้องหน้าสูงถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อม LEDFlash และโหมด Face Beauty ให้คุณถ่ายภาพเซลฟีได้ดูดีทุกช๊อต

นอกจากนั้น Xshot ยังอัดแน่นด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ล้ำสมัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Funtouch OS ซึ่งพัฒนาบน Android 4.3 ระบบประมวลผล Snapdragon 801 quad-core 2.26 GHz, RAM ขนาด 2GB และ ROM ขนาด 16GB พร้อมรองรับเทคโนโลยี 4G และระบบเสียงที่คมชัดระดับ Extreme Hi-Fi ด้วยชิป CIRRUS LOGIC CS4398 จากประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับการเปิดตัวในเมืองไทย vivo ได้กำหนดราคาขายอยู่ระหว่างเครื่องละ 5,000-20,000 บาท โดยได้ลงทุนด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเต็มรูปแบบด้วยงบประมาณกว่า 300 ล้านบาทสำหรับช่วง 3 ปีแรก ทั้งโฆษณาในสื่อหลักต่าง ๆ อาทิ โทรทัศน์ สื่อนอกอาคาร สื่อในห้างสรพสินค้า รวมทั้งสื่อออนไลน์ ตลอดจนกิจกรรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเน้นพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองหลัก อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา สงขลา เป็นต้น โดยบริษัทมุ่งที่จะเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ กลุ่มที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและวัยเริ่มทำงาน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชื่นชอบในแฟชั่น ไม่ตามใครและชอบเป็นผู้นำเทรนด์ ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะครองส่วนแบ่งทางการตลาด 5% ภายในระยะเวลา 3 ปี สำหรับปีนี้เราตั้งเป้าที่จะจำหน่ายสมาร์ทโฟน   vivo ให้ได้ 100,000 เครื่องนับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เข้าตลาดไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมจนถึงสิ้นปี 2557 โดยเรามั่นใจว่าการเข้ามาของ vivo จะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค พร้อมช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟนของไทย

ทั้งนี้ สมาร์ทโฟน vivo ได้วางจำหน่ายที่ vivo Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ ร้าน CSC และร้าน SureLife โดยแบ่งสัดส่วนการกระจายสินค้าผ่านร้านผู้แทนจำหน่าย 75% ผ่านโอเปอร์เรเตอร์ 20% และหน้าร้าน vivo อีก 5% พร้อมทั้งเตรียมการที่จะขายทางอินเตอร์เน็ทเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการรับประกันนานถึง 1 ปี และการดูแลหลังการขายที่มีคุณภาพ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.