ไมโครซอฟท์เปิดตัว 2 เครื่องมือใหม่ที่จะช่วยให้การอัพเกรดจากวินโดวส์ XP สู่ระบบปฏิบัติการใหม่


 Image

ไมโครซอฟท์ ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคอีกครั้งถึงการสิ้นสุดการให้บริการสำหรับวินโดวส์ XP และ Office 2003 ในวันที่ 8 เมษายน 2557 นี้ ซึ่งเป็นการนับถอยหลัง 30 วันสุดท้ายสำหรับผู้ที่ยังใช้วินโดวส์ XP และ Office 2003 อยู่ในขณะนี้ ก่อนที่การอัพเดทระบบรักษาความปลอดภัยและการให้บริการด้านเทคนิคต่างๆ จะสิ้นสุดลง

เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถอัพเกรดจากวินโดวส์ XP ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว 2 เครื่องมือฟรีล่าสุด ที่ช่วยตรวจสอบระบบปฏิบัติการของผู้บริโภคที่ยังไม่แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของตนเองกำลังใช้ระบบใดอยู่ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักและย้ำเตือนผู้บริโภคที่ยังคงใช้วินโดวส์ XP ทั้งไลเซนส์ประเภท Home และ Professional ผู้บริโภคจะได้รับคำเตือน (notification) ผ่าน วินโดวส์ อัพเดท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2557 เวลา 15.00 น ที่ผ่านมา คำเตือนดังกล่าวจะแจ้งวันสิ้นสุดการให้บริการ พร้อมทั้งเชิญชวนให้ไปที่เว็บไซต์ http://www.windows.com เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของการสิ้นสุดการสนับสนุนดังกล่าวที่พวกเขาจะได้รับ

จากข้อมูลของ StatCounter และรายงาน IDC Worldwide PC Tracker พบว่าในประเทศไทย ยังมีผู้ใช้กว่า 25.32% ที่ใช้งานวินโดวส์ XP อยู่ หรือราว 2.5 ล้านเครื่อง  ในขณะที่วินโดวส์ 7 และวินโดวส์ 8 มีสัดส่วนผู้ใช้งานอยู่ที่ 52.62% และ 4.88% ตามลำดับ โดยภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา วินโดวส์ 8 มีจำนวนผู้ใช้มากขึ้นถึง 84%

ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2557 เป็นต้นไป ไมโครซอฟท์จะยุติการอัพเดทซอฟต์แวร์และระบบรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงการให้บริการด้านเทคนิคต่างๆ สำหรับวินโดวส์ XP ที่มีอายุ 12 ปี และ Office 2003 ที่มีอายุ 10 ปี ซึ่งแปลว่าผู้ใช้จะไม่ได้รับการอัพเดทต่างๆ ที่สามารถช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์จากไวรัสอันตราย สปายแวร์ และซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายอื่นๆ

นายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์ และ เซอร์เฟซ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “วินโดวส์ XP และ Office 2003 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงและช่วยเพิ่มประสิทธิผลทั้งในการทำงานและการพักผ่อนให้กับผู้ใช้นับร้อยล้านคนทั่วโลก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 12 ปี การใช้เทคโนโลยีของผู้คนก็ย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เช่นเดียวกับการที่คุณและผู้ใช้ทั่วๆไปจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือที่มีอายุกว่า 12 ปีแล้ว วินโดวส์ XP และ Office 2003 จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของเราในโลกสมัยใหม่ที่มีการเชื่อมต่อถึงกันตลอดเวลา”

ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัววินโดวส์ XP เมื่อเดือนตุลาคม  2544 ซึ่งโน๊ตบุ๊คในสมัยนั้นทั้งหนา ทั้งหนัก ซ้ำยังมีแบตเตอรีที่มีอายุการใช้งานสั้นและมีราคาที่สูงมาก นอกจากนั้น จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในปี 2544 คิดเป็นอัตราส่วนเพียง 8% ของประชากรโลก ซึ่งไม่สามารถเทียบได้กับ 39% ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ในสมัยก่อนเราใช้เพียง PDA ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาที่ไม่สามารถแม้แต่จะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ในขณะที่ดีไวซ์ที่เรารู้จักและคุ้นเคยในปัจจุบันล้วนแล้วแต่ใช้งานได้ด้วยระบบสัมผัสและยังสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมของคุณผ่านแอพพลิเคชันและเครื่องมือต่างๆ

“แม้ว่าอินเตอร์เน็ตจะมีประโยชน์มากมาย แต่ในโลกออนไลน์ก็ยังแฝงไปด้วยนักโจรกรรมไซเบอร์ที่ติดตามผู้ใช้ไปทุกหนทุกแห่ง ดังนั้น ผู้บริโภคที่มีดีไวซ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP จึงจำเป็นที่จะต้องตระหนักว่าการหยุดใช้วินโดวส์ XP ไม่ใช่เป็นแต่เพียงการอัพเกรดไปสู่ระบบปฏิบัติการใหม่ แต่ยังเป็นการปกป้องดีไวซ์ในบ้านของคุณจากภัยร้ายบนโลกไซเบอร์อีกด้วย เนื่องจากวินโดวส์ XP ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตแบบออนไลน์และการใช้งานนอกสถานที่ นอกจากนี้ การอัพเกรดยังจะช่วยปกป้องธุรกิจและผู้ใช้งานทั่วไปจากภัยคุกคามใหม่ๆ อีกนับล้านที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมา” นายรชฏ กล่าวเสริม

ผู้บริโภคส่วนมากมักไม่ให้ความสำคัญกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยและมีความคิดว่าตนเองจะไม่ตกเป็นเป้าของซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายและแฮคเกอร์ แท้จริงนั้น ข้อมูลส่วนตัวที่เราได้รวบรวมและแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาถือเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมหาศาลสำหรับแฮคเกอร์ นอกจากนี้ รายงาน Security Intelligence Report (Vol. 15) ของไมโครซอฟท์พบว่า วินโดวส์ XP SP3 นั้นมีความเสี่ยงในด้านดังกล่าวมากกว่า วินโดวส์ 8 ถึง 5.68 เท่า และยังมีอัตราการติดไวรัสต่างๆ มากกว่าถึง 82.4% หากจะคิดง่ายๆ ก็คือ โอกาสที่ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ จะสูญหายไปจากอุปกรณ์ที่ใช้วินโดวส์ XP นั้นมีสูงกว่าในอุปกรณ์สมัยใหม่ที่ใช้วินโดวส์ 8

การยุติการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ หลังสิ้นอายุการใช้งานนั้น นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์โดยส่วนใหญ่มักได้รับการสนับสนุนและการบริการเป็นเวลา 10 ปี แต่วินโดวส์ XP นั้น ได้รับการสนับสนุนยาวนานกว่า 12 ปี ซึ่งถือได้ว่ามากกว่าวินโดวส์เวอร์ชั่นใดๆ ที่เคยมีมา

เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่างๆ ผู้บริโภคควรอัพเกรดไปสู่ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติในด้านระบบการรักษาความปลอดภัยระดับสูง เช่น ไฟร์วอลล์ประเภทบิ้วท์อิน (built-in firewall) แอนตี้ไวรัส (anti-virus) และเครื่องมือป้องกันมัลแวร์รูตคิท (rootkit malware) โดยไมโครซอฟท์มีพันธมิตร อย่างเช่น เลอโนโว (Lenovo) เดลล์ (Dell) เอชพี (HP) เอซุส (Asus) และเอเซอร์ (Acer) ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในหลากหลายรูปแบบและราคาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ตหรือคอนเวิร์ทติเบิล เพื่อตอบสนองความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งวินโดวส์ 8.1 นั้นได้ถูกสรรค์สร้างมาให้ใช้งานได้กับทั้งระบบสัมผัสและระบบการใช้เมาส์และคีย์บอร์ด ตามความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้

นายรชฏ ยังกล่าวอีกว่า “ราคาไม่น่าจะเป็นปัญหาในการอัพเกรดอีกต่อไป เพราะราคาเฉลี่ยของพีซีในวันนี้ได้ลดต่ำลงกว่า 40% เมื่อเทียบกับในปี 2545 ผู้บริโภคนับล้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคได้ย้ายไปใช้วินโดวส์ 8.1 ที่สามารถมอบประโยชน์มากมายด้วยประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว สะอาดตาและผสมผสานฟีเจอร์ต่างๆ เข้ากันได้อย่างลงตัว”

นอกจากนี้ เมื่อทำงานร่วมกับ Office 365 ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 จะให้ประสบการณ์ที่รวดเร็วกว่า ปลอดภัยกว่า มีประสิทธิผลมากกว่า และมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า สำหรับทั้งการทำงานและชีวิตส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหลายอย่างของ Word PowerPoint อีเมล์ การดูวีดีโอ ฟังเพลง และการเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ และครอบครัว

เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคย้ายจากวินโดวส์ XP ได้สะดวกยิ่งขึ้น ไมโครซอฟท์จึงได้เปิดตัว 2 เครื่องมือใหม่ที่ใช้งานได้ฟรี ได้แก่

•             เครื่องมือฟรีเพื่อการย้ายจากวินโดวส์ XP: PCmover Express for Windows XP

ไมโครซอฟท์ร่วมมือกับ Laplink พัฒนา PCmover Express for Windows XP ซึ่งช่วยทำการคัดลอกไฟล์งานและการตั้งค่าต่างๆ จากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ไปสู่เครื่องใหม่ที่ใช้วินโดวส์ 7  วินโดวส์ 8 หรือ วินโดวส์ 8.1 PCmover Express พร้อมให้ดาวน์โหลดได้แล้วที่ http://www.windowsxp.com

•             เว็บไซต์ที่ช่วยระบุระบบปฏิบัติการบนพีซีของคุณอย่างอัตโนมัติ: AmIrunningXP.com

สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่แน่ใจว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่เป็นเวอร์ชั่นใด ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว AmIRunningXP.com เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ของคุณกำลังใช้ระบบปฏิบัติการใดโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์ XP หรือวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ๆ เช่น วินโดวส์ 7 วินโดวส์ 8 หรือ วินโดวส์ 8.1 โดยหากตรวจพบว่ายังใช้ วินโดวส์ XP อยู่ ที่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยุติการสนับสนุนของวินโดวส์ XP พร้อมด้วยข้อแนะนำในการอัพเกรดไปสู่ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัย

ทั้งนี้ ผู้บริโภคจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ จากไมโครซอฟท์และพันธมิตรเพื่อให้คุณได้อัพเกรดไปใช้ดีไวซ์วินโดวส์ที่ใหม่และเข้ากับวิถีชีวิตของคุณมากขึ้น ดังนี้

กสิกรไทย เปิดตัวเว็บไซต์ KFunding the Future เชิญร่วมโหวตแอพพลิเคชั่นเพื่ออนาคต


ImageImage

ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวเว็บไซต์ http://www.kfundingthefuture.com เชิญชวนผู้สนใจร่วมโหวตซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นของ10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขัน Microsoft Imagine Cup Thailand 2014 ซึ่งธนาคารกสิกรไทยร่วมกับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมนักพัฒนาเทคโนโลยี  เริ่มโหวตได้ตั้งแต่วันนี้ – 10 เมษายน 2557 และประกาศผลทีมที่ได้รับคะแนนรวมโหวตสูงสุดในวันที่ 24 เมษายนนี้

เว็บไซต์ www.kfundingthefutue.com ของธนาคารกสิกรไทย จัดทำขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่นำเสนอข้อมูลนวัตกรรมเทคโนโลยี ภายใต้พันธกิจ “Tomorrow Comes Today เรานำวันพรุ่งนี้มาให้คุณก่อนใคร” พร้อมส่งเสริม สนับสนุน การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อชีวิตเพื่อผู้คนในสังคม เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคต โดยกิจกรรมแรกคือ การเปิดให้ร่วมโหวตแอพพลิเคชั่นของเยาวชน 10 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบการแข่งขัน Microsoft Imagine Cup Thailand 2014 โดยธนาคารกสิกรไทยจะให้การสนับสนุนต่อยอดการพัฒนาแอพพลิเคชั่นของทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และทีมที่ได้รับคะแนนโหวตรวมสูงสุด เพื่อให้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถนำไปใช้งานได้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดกับชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในสังคม  

นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย ยังเชิญชวนให้ผู้บริโภค ร่วมแชร์ไอเดียนวัตกรรมล้ำอนาคตที่อยากให้เกิดขึ้นจริง โดยสามารถส่งทาง Facebook, Twitter หรือ Instagram พร้อมทั้งติด hashtag #kbanktomorrow  พร้อมลุ้นรับรางวัล เช่น ลำโพง Bose มูลค่า 9,500 บาท และ Power Bank มูลค่า 1,290 บาท โดยจะมีการประกาศผลผู้ชนะรางวัลทาง Facebook KBank Live ในวันที่ 24 มีนาคม 2557 

Razer เปิดตัว แล็ปท็อปสำหรับเล่นเกมที่บางเฉียบที่สุดในโลก


Image

Razer เปิดตัว Razer Blade รุ่นล่าสุดที่มีจอแสดงผลความละเอียดสูงสุดขนาด 14 นิ้วพร้อมใช้งานบนแล็ปท็อปจอแสดงผล แบบทัชสกรีน 3200×1800 ที่น่าทึ่งนี้โดดเด่นด้วยด้วยรายละเอียด 5.76 ล้านพิกเซล ที่ยอดเยี่ยมคมชัดเป็นประวัติการณ์และพิมพ์ข้อความได้ 262 พิกเซลต่อนิ้ว

เทคโนโลยีแผงจอแสดงผล IGZO/IPS (Indium Gallium Zinc Oxide/In-Plane Switching) ที่ทันสมัยของ Razer ให้คุณภาพของสีสันและภาพที่เหนือชั้น ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราส่วนของความต่างเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้านี้ถึง 250 เปอร์เซ็นต์ด้วยจอ LED ที่ให้ความสว่างสูง สามารถปรับแสงขณะใช้งานนอกสถานที่ปรับมุมรับชมได้กว้าง รวมถึงปรับการตอบสนองและ การแพร่ภาพวิดีโอให้มีชีวิตชีวาขึ้น จอแสดงผล Razer Blade ลดการเปลี่ยนสีขณะเดียวกันก็เพิ่มสีสันในระดับสูงสุดเพื่อทำให้เกมดูสวยงามกว่าที่เคยมีมา

Razer Blade ที่ผสมผสานความคมชัดแบบสุดขั้วพร้อมฟังก์ชันการทำงานขั้นเทพนี้ยังมีหน้าจอมัลติทัชแบบเปลี่ยนแปลงประจุไฟฟ้า 10 จุด สามารถทำงานได้ไม่มีสะดุดพร้อมอินเทอร์เฟซสัมผัสแบบใหม่ใน Windows 8

นายมิน เลียง ตัน  (Min-Liang Tan) ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งร่วมของบริษัท Razer กล่าวว่า “Razer Blade จะเซตเบนช์มาร์กที่แล็ปท็อปทุกเครื่องต้องใช้วัดประสิทธิภาพ ตอนนี้ Razer Blade แล็ปท็อปเล่นเกมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและบางเฉียบที่สุดในโลกมาพร้อมกับจอแสดงผลโน้ตบุ๊กขนาด 14 นิ้วที่ดีที่สุดในโลก  นอกจากจะวัดความบางได้แค่ 0.7 นิ้วแล้ว Razer Blade ยังอัดแน่นด้วยขุมพลังต่อลูกบาศก์นิ้ว เหนือกว่าแล็ปท็อปรุ่นอื่นที่มีอยู่ในโลก Razer Blade แสดงเฟรมเรตมากถึง 65 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าดีกว่าระบบคำนวณซ้ำก่อนหน้านี้ด้วย NVIDIA® GeForce® GTX 870M GPUรุ่นล่าสุด Razer Blade ทำงานด้วยโปรเซสเซอร์ 4th gen Intel® Core™ i7 และใช้เทคโนโลยีจัดเก็บ ข้อมูลแบบโซลิดสเตตเพื่อเพิ่มความเร็วที่มากถึงสี่เท่า เร็วกว่าฮาร์ดไดร์ฟโน้ตบุ๊กรุ่นเก่า Razer Blade ที่สร้างไว้ในโครงอลูมิเนียมล้วนแสนทนทานนี้ โดดเด่นด้วย แทร็กแพดที่ออกแบบมา ให้ผู้ใช้ปรับแต่งเองและ คีย์บอร์ดระดับเล่นเกมแบบแบ็คไลท์ที่สามารถกดปุ่มพร้อมกัน ได้อย่างสมบูรณ์แบบรวมถึงปุ่มที่สามารถตั้งโปรแกรมได้โดยได้รับการสนับสนุนจากซอฟต์แวร์ นวัตกรรมใหม่อย่าง Synapse 2.0

นายเบรน ชอย (Brian Choi) ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ NVIDIA Sr. กล่าวว่า “แล็ปท็อป Razer Blade โดดเด่นด้วยดีไซน์ระดับพรีเมียมและประสิทธิภาพที่สุดยอด เราดีใจที่สามารถติดตั้งระบบปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและสวยงามดังกล่าวด้วยโปรเซสเซอร์กราฟิกตัวล่าสุดของเราได้ ด้วยแรงม้าของกราฟิกส์เกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับรุ่นของปีที่แล้ว Razer Blade จึงเป็นหนึ่ง ในแล็ปท็อปเล่นเกมแบบพกพาที่น่าทึ่งที่สุดในโลกอย่างเห็นได้ชัดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว”

สุดยอดแล็ปท็อปแบบพกพาประกอบไปด้วยหน่วยความจำ 1600 MHz DDR3L ที่รวดเร็ว 8GB และที่เก็บข้อมูลโซลิดสเตตแบบมาตรฐาน 128 GB รวมถึงทางเลือกสำหรับจัดเก็บข้อมูล 256 GB หรือ 512 GB นอกจากนี้ Razer Blade ยังมาพร้อมกับ Dolby® Home Theatre® v4 ที่โดดเด่นด้วยการตอบสนองคุณภาพเสียงอันลุ่มลึก ผ่านการปรับแต่งมาเพื่อมอบประสบการณ์เสียงแบบโรงภาพยนตร์ Razer Blade มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่นานถึงหกชั่วโมงและระบบ เชื่อมต่อไร้สาย 802.11ac ที่มีประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด

Razer Blade ขนาด 14 นิ้วได้รวมไดร์ฟที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องของ Razer เข้าไปด้วย ทั้งนี้เพื่อออกแบบแล็ปท็อปเล่นเกมให้ดีที่สุดในโลกสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานแบบสุดขั้ว รูปลักษณ์ที่บางเฉียบและหน้าจอความละเอียดสูงสุดสำหรับเล่นเกมทุกที่ทุกเวลา Razer เริ่มทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพลดลงแต่อย่างใด และด้วยแล็ปท็อป Razer Blade ขนาด 14 นิ้วนี้ ผู้ใช้จะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่เคยบนระบบที่ออกแบบมาให้พกพาได้เป็นเลิศ

เลอโนโวท้าอากาศร้อน ส่งโปรโมชั่นสมาร์ทโฟนราคาพิเศษ


Image

เลอโนโวต้อนรับหน้าร้อนที่กำลังใกล้เข้ามาด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษรับลมร้อนกับสมาร์ทโฟนเลอโนโวถึง 2 รุ่นตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2557 (หรือจนกว่าของจะหมด) กับสมาร์โฟน Lenovo A269i และ Lenovo S650

โดยปรโมชั่น สำหรับ Lenovo A269i สมาร์ทโฟนฟังก์ชั่นครบ ในราคาสุดคุ้ม แอนดรอยด์สมาร์ทโฟน 2 ซิม ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว    ระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ 2.3  รองรับ 3G 2100 MHz ทำงานบน Dual Core 1.0GHz โปรเซสเซอร์ มอบประสบการณ์แรกสุดประทับใจสำหรับผู้เริ่มใช้สมาร์ทโฟนกับประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ ในราคาสบายกระเป๋า พิเศษซื้อสมาร์ทโฟน Lenovo A269i วันนี้ที่ราคา 1,990 บาท จากราคาปกติ 2,190 บาท (สุทธิ)

ส่วน Lenovo S650 สมาร์ทโฟนดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัยในราคาโดนใจ  อัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพของ quad-core MTK โปรเซสเซอร์ ระบบปฎิบัติการ Android 4.2. ขนาดหน้าจอแบบ QHD IPS 960×540 ขนาด 4.7 นิ้ว กล้องถ่ายภาพขนาด 8 ล้านพิกเซล แรม 1 GB และรอม 8 GB สามารถรองรับซิมได้พร้อมกันถึง 2  ซิม ดีไซน์แบบ laser-etched บนฝาหลังที่ให้ความทันสมัยหรูหราในราคาสบายกระเป๋าที่  6,990 (สุทธิ) พิเศษซื้อวันนี้รับฟรีปลอกโทรศัพท์ดีไซน์ล้ำ Smart Back Cover  มูลค่า 890 บาท

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBAM iRetire แอพโดนๆ พร้อมรับวัยเกษียณ


Image

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ช่วยวางแผนอนาคตทางการเงินสำหรับนักลงทุนด้วยการเปิดตัว SCBAM iRetire Application เพื่อเตรียมพร้อมรับวัยเกษียณเป็นรายแรกในธุรกิจจัดการลงทุน โดยหวังว่าจะช่วยให้ทุกคนตระหนักถึงการเตรียมตัวทางการเงินเพื่อชีวิตหลังเกษียณ ที่จะสามารถเลี้ยงชีพได้อย่างสบาย และ ไม่เป็นภาระต่อลูกหลานและสังคม

สำหรับจุดเด่นของ SCBAM iRetire Application คือ มีการนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และดึงความสนใจด้วยตัวการ์ตูนน่ารักๆ เพียงกรอกข้อมูลใน SCBAM iRetire อายุที่คาดว่าจะเกษียณ  รายได้ปัจจุบัน รายจ่ายที่จำเป็น จากนั้น SCBAM iRetire จะคำนวณข้อมูลแล้วแสดงผลว่าเมื่อถึงวัยเกษียณจริงๆ จะมีเงินใช้หลังเกษียณเพียงพอหรือไม่ หรือว่าต้องวางแผนสะสมไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างไร สามารถใช้ได้ทั้ง Smart Phone และ Tablet  โดย Download Application ได้ทั้ง  App Store  และ Google Play  โดยพิมพ์คำว่า SCBAM iRetire  หรือ Website http://www.scbam.com ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

บานาน่าไอที จัดมหกรรม “ลดตับแตก งานลดล้างสต๊อกสินค้าไอที 50 – 90 %”


Image

นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกสินค้าไอที ภายใต้ชื่อ “บานาน่าไอที”  กล่าวว่า บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย  “ลดตับแตก งานลดล้างสต๊อกสินค้าไอที 50 – 90 %” ระหว่างวันที่ 13-23 มีนาคม 2557 สี่แยกกล้วยน้ำไท  ถนนพระราม 4  เวลา 10.00-20.00 น. พบกับงาน ลด ตับ แตก สินค้าไอที ครั้งยิ่งใหญ่งานเดียว  ที่ลดล้างสต็อกสินค้าไอที 50 – 90% กับหลากหลายประเภทสินค้าราคาสุดพิเศษ อาทิ สมาร์ทโฟน ,แท็บเล็ต,โน๊ตบุ๊ต, สินค้า Accessory ลดสูงสุด 90%, ลำโพง JBL ลดสูงสุด 70% , พรินเตอร์ลดสูงสุด 50%, แบตเตอรี่สำรองลดสูงสุด 50%,USB Drive ซื้อ 1 ฟรี 1 ,โปรเจคเตอร์ลดสูงสุด 50%, อุปกรณ์ Network ลดสูงสุด 50%, กระเป๋าลดสูงสุด 50%, เมนบอร์ดลด 30% การ์ดจอ ลด 30%, ซีพียู ลด 20%, จอมอนิเตอร์ลด 10%

สำหรับโปรโมชั่นสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต( สินค้าตัวโชว์ ) ประกอบด้วย แท็บเล็ต Acer ICONIAB1-710 ปกติราคา 3,990 บาท เหลือเพียง 2,590 บาท , แท็บเล็ต Samsung Galaxy Note 10.1 ปกติราคา 16,900 บาท เหลือเพียง 10,900 บาท , แท็บเล็ต Lenovo IdeaTab S6000 ปกติราคา 9,900 บาท เหลือเพียง 7,900 บาท , สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Grand ปกติราคา 9,900 บาท เหลือเพียง 8,500 บาท , สมาร์ทโฟน i-mobile iQ1.1 ปกติราคา 4,590 บาท เหลือเพียง 3,590 บาท  , สมาร์ทโฟนLenovo K900 ปกติราคา 11,900 บาท เหลือเพียง 8,900 บาท  และ สมาร์ทโฟนNokia Asha 501 ปกติราคา 2,890บาท เหลือเพียง 1,990 บาท

กสิกรไทย เปิดบริการ K-Expert MyPort โปรแกรมออนไลน์จัดระเบียบสินทรัพย์


Image

นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าธนาคารได้เปิดตัวบริการ K-Expert MyPort โปรแกรมออนไลน์เพื่อจัดระเบียบสินทรัพย์ที่สามารถรวมสินทรัพย์ทุกประเภทจากทุกสถาบันการเงินไว้ในที่เดียวครั้งแรกในประเทศไทย เพิ่มความสะดวกในการจัดการเงิน โดยตั้งเป้าหมายการออมพร้อมติดตามความคืบหน้า

ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านบริการ  K-Cyber Banking สาขาของธนาคารหรือเครื่อง K-ATM พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ สมัครและใช้บริการตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายนนี้ ลุ้นรับรางวัล iPad Mini Retina Wifi 16GB มูลค่า 13,400 บาท จำนวน 1 เครื่องต่อเดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center 02-888-8888

เอเชียทีคฯ ร่วมเป็นพันธมิตรด้านแหล่งท่องเที่ยวและช็อปปิ้งเป็นแห่งแรกกับเว็บไซต์”ทริปแอดไวเซอร์”


Image

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ประกาศความร่วมมือในการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งแห่งแรกที่เป็นพันธมิตรบน  ทริปแอดไวเซอร์™ เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในโลก* โดยเอเชียทีค เดอะ  ริเวอร์ฟร้อนท์ จะอยู่บนหน้า attractions page บนทริปแอดไวเซอร์ ประเทศจีน  หรือที่รู้จักในนามของเว็บไซต์   Daodao สำหรับผู้ใช้ชาวจีน โดยจะประกอบด้วยบทวิจารณ์ของนักเดินทาง และรายละเอียดเกี่ยวกับร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ มากมาย

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นหนึ่งในการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลกที่เชื่อในบทวิจารณ์อันมีคุณค่าของนักเดินทาง นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์มีมากกว่า 2 พันล้านคนต่อปี** เพื่อค้นหา วางแผนและจองการเดินทางของพวกเขากับที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากกว่า 3.7 ล้านแห่ง

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นแหล่งท่องที่ยว ช็อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาด้วยจำนวนร้านค้าที่มากกว่า 1,500 ร้าน ร้านอาหาร 40 แห่ง จะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวได้เขียนบทวิจารณ์บนเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์

อ้างถึงรายงานล่าสุดโดยเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ และ เดอะ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป การช็อปปิ้งเป็นกิจกรรมหลักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน – ร้อยละ 40 ของงบประมาณในการเดินทางท่องเที่ยวจะมีการใช้สอยไปกับการช้อปปิ้งในทันทีที่เดินทางถึงจุดหมายปลายทางของพวกเขา การรับประทานอาหาร ช็อปปิ้ง และที่พัก เป็น 3 อันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคชาวจีนจะมีการจับจ่ายใช้สอย และกว่าร้อยละ 50 ของนักท่องเที่ยวได้กล่าวว่าพวกเขากำลังวางแผนที่จะเพิ่มปริมาณการใช้จ่ายใน 3 หมวดเหล่านี้ในระหว่างที่เดินทาง นอกจากนี้ จากนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่ได้มีการบันทึกบนเว็บไซต์ daodao.com  กรุงเทพมหานครจัดอยู่อันดับ 6 จาก 20 อันดับสุดยอดจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนานาชาติที่นักท่องเที่ยวชาวจีน2   ไปท่องเที่ยว

นายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด ผู้สร้างสรรค์โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เปิดเผยว่า “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ได้ก้าวสู่ความสำเร็จอีกขั้น หลังได้ตกลงร่วมมือกับ  ทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อโปรโมทโครงการให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงนักท่องเที่ยว

จากทั่วทุกมุมโลกผ่านทางออนไลน์ นับเป็นครั้งแรกที่  ทริปแอดไวเซอร์ ได้เลือกจับมือกับแหล่งช็อปปิ้งเพื่อโปรโมทแบบเจาะลึกทุกแง่มุม ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการย้ำให้เห็นว่า เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ของกรุงเทพฯ และเป็นก้าวที่สำคัญ ที่จะทำให้โครงการเอเชียทีคฯ  เป็นที่รู้จักกว้างขวางในระดับสากลมากยิ่งขึ้นด้วย ปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในการสื่อสารและสร้างการรับรู้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ เชื่อว่าหลังจากที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับทริปแอดไวเซอร์แล้ว จะมีคนรู้จักเอเชียทีค เพิ่มมากขึ้นในหลายๆประเทศ รวมถึงจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมโครงการมากขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคนต่อปี

มร. แอรอน ฮัง ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค ของทริปแอดไวเซอร์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า    “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีร่วมเป็นพันธมิตรกับเอเชียทีค ในการแบ่งปันประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับแหล่งช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแห่งนี้   ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า เอเชียทีคฯ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบทวิจารณ์และมีข้อมูลแบบเจาะลึกของชุมชนนักเดินทางบนเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ ซึ่งสามารถช่วยให้นักท่องเที่ยวนับล้าน ได้รับทราบข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเมื่อพวกเขากำลังวางแผนการเดินทาง”  

“เอซุส” เสริมทัพแท็บเล็ตสุดคุ้มสแตนด์บายฟังก์ชั่นโทรศัพท์แบบ 2 ซิม


Image

“เอซุส” เปิดตัวแท็บเล็ตสุดคุ้มค่า “โฟนแพด 7 ดูอัล ซิม” แท็บเล็ตที่มาพร้อมกับความบันเทิงเต็มรูปแบบและประสิทธิภาพระดับสูง สามารถสแตนด์บายการใช้งานโทรศัพท์ได้ 2 ซิม ช่วยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย ด้วยหน้าจอ 7 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล คมชัดระดับ HD และเทคโนโลยี IPS ให้ความสว่าง สดใส สีสันสวยงาม พร้อมมุมมองกว้าง 170 องศา รองรับมัลติทัช 10 จุด

 “โฟนแพด 7 ดูอัล ซิม” (Fonepad 7 Dual SIM  – ME175CG)  ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Intel® Atom™ Z2520 1.2GHz processor ให้ประสิทธิภาพระดับสูง ไม่ว่าจะท่องเว็บและแอพพลิเคชั่น พร้อมประหยัดพลังงาน ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น สนทนาผ่านระบบ 3G ได้นานถึง 30 ชั่วโมง และเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง  “โฟนแพด 7 ดูอัล ซิม” ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3™ Jelly Bean  แรม 1 GB ความจุ 8 GB สามารถเพิ่มเมมสูงสุด 64 GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลบน ASUS Webstorage ขนาด 16 GB นาน 1 ปี  ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 ภาพ ใช้เวลาเพียงครึ่งวินาที (ถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 100 ภาพ) เทคโนโลยี SonicMaster ให้คุณภาพเสียงประทับใจ  บันทึกเรื่องราวได้ง่ายๆ ด้วยแอพพลิเคชั่น Supernote  น้ำหนักเบาเพียง 340 กรัม สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 5,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มีให้เลือก 2 สี ขาวและเทา

อาร์ทีบี เทคโนโลยี อวดโฉม หูฟังและลำโพง Beats By Dr.Dre รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น


Image

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด อวดโฉมหูฟังและลำโพงจากแบรนด์ดัง Beats by Dr.Dre รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ได้แก่ Beats New Studio , Beats Pill และ Urbeats   ที่ได้รับการออกแบบโดยแฟชั่นดีไซน์เนอร์ ชื่อดังจากนิวยอร์ก “อเล็กซานเดอร์ แวง” ด้วยวัสดุสีทองอันหรูหราตัดกับสีดำด้าน สะท้อนดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ฉพาะของแวง ทำให้คอลเลคชั่นนี้มีทั้งความหรูหราและมีสไตล์ นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับกระเป๋าหนังปั๊มลายนูนปลากระเบนที่ออกแบบให้มีซิปและคลิปสีทองเช่นเดียวกัน คอลเลคขั่น “อเล็กซานเดอร์ แวง”  บีทส์ บาย ดอกเตอร์ เดร ประกอบด้วย Beats New Studio หูฟังรุ่นใหญ่ดูสง่างาม ควงคู่คุณภาพเสียงที่ทรงพลัง ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง สามารถใช้งานได้นานขึ้นสูงสุดถึง 20 ชม. ด้วยถ่านชาร์จภายใน และรีโมทคอนโทรล ตามมาด้วยลำโพง Beats Pill ที่ให้อภิสิทธิ์คุณภาพเสียงสูงเหนือระดับด้วยการทำงานของ 4 ลำโพงรอบทิศทาง และเทคโนโลยีใหม่ดีๆ อย่าง aptX (เทคโนโลยี่บีบอัดเสียงผ่านระบบ Bluetooth ที่ยังคงคุณภาพเสียงเหมือนต้นฉบับ หรือเหมือนแผ่น CD)มีไมโครโฟนเพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และปิดท้ายด้วย Urbeats หูฟังแบบ In-ear ขนาดเล็กกะทัดรัด แต่อัดแน่นด้วยพลังเสียงที่มีคุณภาพ ที่ให้เสียงคมชัด มีมิติ ยังคงเอกลักษณ์ด้วยเสียงเบสที่ชัดเจน

พบกับคอลเลคชั่นหูฟังและลำโพง Beats by Dr.Dre รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นได้ที่ ร้านอเล็กซานเดอร์ แวง ชั้น 2 เอราวัณ แบงค็อก เพียงแห่งเดียวเท่านั้น 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.