ผลสำรวจบีเอสเอ ชี้ภัยคุกคามระบบความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ทำไม่เลือกใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย


Image

ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ระบุภัยคุกคามต่อระบบความปลอดภัยที่มีสาเหตุจากมัลแวร์ เป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้ไม่เลือกใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์  ขณะที่พบข้อกังวลเฉพาะเรื่อง ได้แก่ การจู่โจมเข้ามายังระบบคอมพิวเตอร์โดยแฮกเกอร์ และการสูญหายของข้อมูล  ผลสำรวจของบีเอสเอ │ พันธมิตรซอฟต์แวร์ที่เปิดเผยในวันนี้ ระบุว่าร้อยละ 71 ของซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งเพื่อใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในประเทศไทย เป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อย่างถูกต้อง

ข้อมูลดังกล่าวและข้อมูลอื่นในผลสำรวจการใช้ซอฟต์แวร์ทั่วโลก (Global Software Survey) ของบีเอสเอ │ พันธมิตรซอฟต์แวร์  ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่องค์กร โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ต้องมีแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ

“การใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์ คือ ปัญหาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลภายในองค์กร  ผลสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงการกำกับดูแลดังกล่าว” วิคตอเรีย เอสไพเนล ประธานและเจ้าหน้าที่ผู้บริหารระดับสูงของบีเอสเอ │พันธมิตรซอฟต์แวร์ กล่าว  “องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นองค์กรใดก็ตาม สามารถดำเนินตามขั้นตอนพื้นฐาน เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรของตนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างครบถ้วน เช่น การจัดทำนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์โดยมีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์ การจัดทำบัญชีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์ และหมั่นตรวจสอบความถูกต้อง  นอกจากนี้ องค์กรธุรกิจควรพิจารณาให้มีการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์อย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางที่นานาชาติให้การยอมรับ  การบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ให้ประโยชน์มากมาย จากการควบคุมการใช้ซอฟต์แวร์ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่ามีซอฟต์แวร์ตัวใดบ้างที่ติดตั้งเพื่อใช้งานในเครือข่าย ช่วยองค์กรธุรกิจหลีกเลี่ยงภัยคุกคามต่อระบบความปลอดภัยและระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ และทำให้แน่ใจว่าองค์กรธุรกิจมีจำนวนไลเซ้นต์ที่ถูกต้องเพียงพอสำหรับผู้ใช้งาน”

ผลสำรวจการใช้ซอฟต์แวร์ทั่วโลก (Global Software Survey) จัดทำขึ้นปีเว้นปีโดยไอดีซี (IDC)  ในปีนี้ไอดีซี (IDC) ได้สำรวจผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ใน 34 ประเทศ ครอบคลุมทั้งผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่เป็นรายบุคคล และองค์กรธุรกิจเกือบ 22,000 ราย และที่เป็นผู้จัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอีกกว่า 2,000 ราย  ข้อมูลที่ค้นพบมีดังนี้

  • มูลค่าเชิงพาณิชย์ของซอฟต์แวร์ที่ถูกใช้โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์ในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 28,500 ล้านบาท

 

  • เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วโลกไม่เลือกใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์ คือ ต้องการหลีกเลี่ยงภัยคุกคามต่อระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ที่มีสาเหตุจากมัลแวร์  นอกจากนี้ ร้อยละ 64 ระบุ ความกังวลข้อแรกคือการจู่โจมเข้ามายังระบบคอมพิวเตอร์โดยแฮกเกอร์ ส่วนอีกร้อยละ 59 กังวลเรื่องการสูญหายของข้อมูล
  • ผู้จัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วโลก แสดงความวิตกกังวลว่าซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อาจมีอันตราย  อย่างไรก็ตาม น้อยกว่าครึ่งที่มั่นใจว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่ในองค์กรของพวกเขามีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อย่างถูกต้อง
  • เพียงร้อยละ 32 ขององค์กรธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน เรื่องต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อย่างถูกต้องเท่านั้น

“ผู้บริหารองค์กรในประเทศไทยจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุก เพื่อให้แน่ใจว่าสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ได้รับการบริหารจัดการอย่างดี เหตุเพราะมีภัยคุกคามที่เป็นอันตรายร้ายแรงมากมายต่อระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ เกินกว่าที่พวกเขาจะมองข้ามไปได้” คุณวารุณี รัชตพัฒนากุล ผู้แทนประจำประเทศไทยของบีเอสเอ │ พันธมิตรซอฟต์แวร์กล่าว  “อัตราการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์  อย่างถูกต้องในประเทศไทย ปรับตัวลดลง 1 จุด  นี่คือสัญญาณที่ดี  อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงตามหลังประเทศคู่แข่งอื่นในเอเชีย ที่มีอัตราเฉลี่ยการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อย่างถูกต้องอยู่ที่ร้อยละ 62  นอกจากนี้ อัตราการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อย่างถูกต้องในปัจจุบันของประเทศไทย ยังแสดงให้เห็นความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงเรื่องการจัดการภัยคุกคามต่อระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ และเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กรในประเทศไทย เพื่อสร้างบรรยากาศการค้าและการลงทุนเพื่อดึงดูดนักธุรกิจและนักลงทุนจากต่างประเทศ”

กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และได้จัดทำแคมเปญเพื่อเพิ่มการตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย  ในขณะที่ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย ได้แก่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ยังประสบความสำเร็จ โดยบังคับใช้กฎหมายกับองค์กรธุรกิจกว่า 300 แห่งที่ใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์  ปัจจัยทั้งสองมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้อัตราการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อย่างถูกต้องในประเทศไทยปรับตัวลดลง  นอกจากนี้ ยังอาจมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจไทยติดอันดับอยู่ในกลุ่มองค์กรธุรกิจที่มีนโยบายเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์ในองค์กร “อย่างไม่เป็นทางการ” โดยร้อยละ 58 ของผู้จัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของไทย เผยว่าผู้บริหารของพวกเขามีนโยบายเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์ในองค์กร  “อย่างไม่เป็นทางการ”  ร้อยละ 58 เป็นอัตราที่สูงและจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราสูงสุดในจำนวน 20 ประเทศที่ทำการสำรวจ

“ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะการตระหนักรู้เรื่องความจำเป็นที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อย่างถูกต้องในประเทศไทยอยู่ในระดับที่สูง  ถึงแม้จะเป็นแค่การตระหนักรู้ แต่ยังไม่มีนโยบายกำกับการใช้ซอฟต์แวร์อย่างจริงจังก็ตาม” คุณวารุณีกล่าว  “องค์กรธุรกิจจะได้รับประโยชน์มาก หากมีการจัดทำนโยบายอย่างจริงจังและเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์  ผู้บริหารควรกำหนดให้ชัดเจนว่าสิ่งใดที่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาตเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์  พวกเขาสามารถเริ่มต้นโดยเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.verafirm.org เพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์”

 ผลสำรวจการใช้ซอฟต์แวร์ทั่วโลกของบีเอสเอ ยังพบว่า

  • อัตราการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์อย่างถูกต้องบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 42 ในปี 2554 เป็นร้อยละ 43 ในปี 2556 โดยประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ ที่พบว่ามีการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์มากที่สุด ยังคงสัดส่วนการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมากที่สุดและเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • มูลค่าเชิงพาณิชย์ของซอฟต์แวร์ที่ถูกใช้โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์ทั่วโลก รวมทั้งสิ้น 62,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2556
  • ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีอัตราโดยรวมของการติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์เพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสูงที่สุดในปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ 62 เพิ่มขึ้น 2 จุดจากปี 2554 และมีมูลค่าเชิงพาณิชย์สูงถึง 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกตามมาเป็นอันดับสอง มีอัตราการติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์เพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอยู่ที่ร้อยละ 61 ตามมาด้วยลาตินอเมริกาที่ร้อยละ 59 และตะวันออกกลางและแอฟริกาที่ร้อยละ 59 เช่นกัน
  • ในยุโรปตะวันตก อัตราการติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์เพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ลดลง 3 จุดมาอยู่ที่ร้อยละ 29 ในปี 2556 โดยมีมูลค่าเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 12,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
  • ในสหภาพยุโรป อัตราการติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือไลเซ้นต์เพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ลดลง 2 จุดมาอยู่ที่ร้อยละ 31 ในปี 2556 โดยมูลค่าเชิงพาณิชย์ที่ 13,500 เหรียญสหรัฐฯ

นิคอน จัดสัมมนา“The Experience with Nikon” เอาใจคนรักการถ่ายภาพ


Image

นิคอน จัดสัมมนาในหัวข้อ “The Experience with Nikon” เอาใจแฟน ๆ  ผู้รักการถ่ายภาพและผู้กำลังค้นหามุมมองใหม่ ๆ ในการถ่ายภาพ ระหว่างเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม 2557 ที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น โดยไม่มีค่าใช้จ่าย! 

พบกับนักเขียนชื่อดังผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่อย่างคุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม) ที่จะมาชวนคุณค้นหามุมมองใหม่ ๆ ในการมองโลกและการถ่ายภาพ กับหัวข้อ “มุมที่เราไม่ได้มอง” พร้อมด้วยช่างภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์การถ่ายภาพที่คุณควรรู้ อาทิ คุณชาธร โชคภัทระ นักเดินทางและช่างภาพอิสระชื่อดัง ที่จะมาพูดคุยในหัวข้อ “ร่วมสร้างสรรค์ภาพ Portrait และ Landscape ให้งดงาม สื่ออารมณ์ เรื่องราว ตื่นตาน่าประทับใจ” และคุณต่อวงศ์ ซาลวาลา (พี่หาว) ช่างภาพอาชีพ/นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการรีวิวกล้องและอุปกรณ์ กับการพูดคุยในหัวข้อ “บอกเล่าเคล็ดลับการสร้างสรรค์ภาพ Portrait และ Landscape ให้โดดเด่นบนโลกออนไลน์” พร้อมสัมผัสกล้องและเลนส์นิคอนรุ่นใหม่ ๆ และร่วมมินิ เวิร์คช็อป ภายในงานฯ

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2557 ชาวกรุงเทพฯ เตรียมพบกับคุณนิ้วกลมและคุณชาธร โชคภัทระ ณ ห้องบอลรูม 2 ชั้น 3 โรงแรมดิเอ็มเมอร์รัล ถ.รัชดาภิเษก เวลา 9.30 – 16.00 น.

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2557 เพื่อน ๆ ชาวเหนือพบกับคุณนิ้วกลมและคุณต่อวงศ์ ซาลวาลา (พี่หาว) ณ ห้องอิมพีเรียลฮอลล์ 1 ชั้น 2 โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จ.เชียงใหม่ เวลา 9.30 – 16.00 น.

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2557 หมู่เฮาชาวอีสานพบกับคุณนิ้วกลมและคุณต่อวงศ์ ซาลวาลา (พี่หาว) ณ ห้องมงกุฎเพชร 1 ชั้น 2 โรงแรมโฆษะ จ. ขอนแก่น  เวลา 9.30 – 16.00 น.

ด่วน! รับจำนวนจำกัด ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://www.facebook.com/NikonSalesThailand สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 081-303-2090

เอไอเอส มอบสิทธิพิเศษ อิ่มอร่อย ต้อนรับบรรยากาศบอลโลก


Image

เอไอเอส โดย วิลาสินี พุทธิการันต์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านลูกค้าและบริการ ร่วมกับ แบล็ค-แคนยอน โดย ประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ต้อนรับเทศกาลศึกลูกหนังโลก 2014 มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเอไอเอสรับส่วนลด 10% ค่าอาหารและเครื่องดื่มในเมนู Football Crazy Festival ที่แบล็คแคนยอน ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2557

ซึ่งเป็นเมนูพิเศษ เซ็ทคู่แห่งความสนุกและความอร่อย อาทิ ข้าวหมูทอดซอสเกรวี่, ข้าวผัดเขียวหวานไก่ย่าง, ข้าวไก่ทอดบาร์บีคิว และข้าวปลาทอดซอสมะขาม ความอร่อยลงตัวที่เสิร์ฟพร้อมต้มยำกุ้งหรือแกงจืดรวมมิตร และเครื่องดื่มคุณภาพเยี่ยมทั้งร้อนและเย็น อาทิ  กาแฟเย็นโฟลท, ชาเขียวมัทชะเย็นโฟลท, ชาไทยเย็นโฟลท, คาปูชิโนบอลเครซี่ และช็อกปูชิโนบอลเครซี่  กับศิลปะบนฟองนมลายฟุตบอล ได้บรรยากาศการเชียร์ฟุตบอลทีมโปรดได้อร่อยสะใจ

โซนี่ไทยเปิดตัวกล้อง 5 รุ่นใหม่ระดับเรือธงครบไลน์


Image

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด พร้อมเปลี่ยนประสบการณ์ และมาตรฐานการถ่ายภาพอีกครั้งด้วยการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ระดับเรือธงพร้อมกัน 5 รุ่นครบทุกกลุ่มสินค้า ประกอบด้วยกล้องอัลฟ่า DSLT รุ่น α77 II (อัลฟ่า 77 มาร์ค 2) กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส รุ่น α7S (อัลฟ่า 7 เอส)  กล้องไซเบอร์ช็อตรุ่น RX100 III (อาร์เอ็กซ์ 100 มาร์ค 3) และกล้องถ่ายวิดีโอแฮนดีแคมความคมชัดระดับ 4K รุ่น FDR-AX100E และกล้องแฮนดีแคมระดับฟูลเอชดี รุ่น HDR-CX900E โดยกล้องแฮนดีแคมทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเซ็นเซอร์ใหญ่ขนาด 1 นิ้ว  กล้องทุกรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ทุกระดับ ด้วยคุณภาพระดับมืออาชีพ เตรียมวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ศกนี้ เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ยังได้จัดทำ หนังสือภาพถ่ายในชื่อชุด “7 Changemakers : α7 Series 2014 Photobook By 7 Photographers” โดยฝีมือช่างภาพ และศิลปินชื่อดังของเมืองไทย 7 ท่าน ที่จะร่วมถ่ายภาพแสดงผลงานผ่านมุมมอง และแรงบันดาลใจในสไตล์เฉพาะตัวของศิลปินแต่ละท่าน ด้วยกล้องตระกูลอัลฟ่า A7 โดยจะมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานภาพถ่ายของศิลปินทั้ง 7 ในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของโฟโต้บุ๊คจะมอบให้แก่ห้องสมุดในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สำหรับนักศึกษา และผู้สนใจการถ่ายภาพต่อไป

มร.คัตสุฮิโตะ ทาคาตะ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บ. โซนี่ ไทย จ.ก. กล่าวว่า “โซนี่ยังคงเดินหน้าพัฒนากล้องที่มีคุณภาพสูง คิดค้นเทคโนโลยี และฟังก์ชั่นที่พร้อมตอบรับการใช้งานอันหลากหลายของผู้ที่รักการถ่ายภาพทั้งมือสมัครเล่น จนถึงช่างภาพระดับมืออาชีพ ที่จะเปลี่ยน และสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้านการถ่ายภาพให้แก่ผู้ใช้ ขณะเดียวกันก็พร้อมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่กำลังมองหากล้องคุณภาพสูง หรือกล้องตัวที่สองเพื่อการใช้งานที่คล่องตัวยิ่งขึ้น โดยวันนี้ โซนี่ได้เปิดตัวกล้องใหม่ระดับเรือธงพร้อมกันถึง 5 รุ่นด้วยกัน คือกล้อง DSLT อัลฟ่า A77 M2 ที่จะเปลี่ยนมุมมองของการถ่ายภาพด้วยความล้ำยุคของระบบออโต้โฟกัส พื้นที่ครอบคลุม 79 จุด และเทคโนโลยี Translucent Mirror ในขณะที่กล้อง อัลฟ่า A7s น้องใหม่ในตระกูล A7 ซึ่งเป็นกล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม จะเปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายภาพด้วยความไวแสง (ISO) ที่สูงถึง 409600 เปลี่ยนโลกแห่งการบันทึกภาพวิดีโอด้วยความละเอียดถึงระดับ 4K เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ กล้องไซเบอร์ช็อต RX100M3 น้องเล็กเบอร์สามในตระกูล RX100 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเหนือชั้น อาทิ เลนส์  Carl Zeiss Vario-Sonnar T* lens 24-70mm F1.8-2.8 ช่องมองภาพอิเลคทรอนิคส์ในตัวแบบ OLED Tru-Finder ตอบรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ด้วยจอ LCD ที่พับหมุนได้ กล้องวิดีโอแฮนดีแคมรุ่น AX100 และ CX900 ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายภาพได้สวยงามเป็นธรรมชาติ แม้แต่ในที่แสงน้อย โดยในรุ่น AX100 นั้นสามารถบันทึกภาพรายละเอียดสูงระดับ 4K ในขนาดที่เล็กกะทัดรัด  ทั้งนี้ โซนี่มั่นใจว่าจะเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างมาตรฐานใหม่ของการถ่ายภาพ ไปพร้อมกับการกระตุ้นการเติบโตของตลาดกล้องดิจิตอลในเมืองไทยอีกด้วย”

ImageImage

 ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มดิจิตอล อิมเมจจิ้ง

  • กล้อง α77 II – มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดที่พัฒนา ขึ้นเพื่อการถ่ายภาพ ให้ภาพสุดคมชัดเฉียบคมด้วยเซ็นเซอร์ Exmor CMOS (APS-C) 24.3 ล้านพิกเซล พร้อมหน่วยประมวลผลภาพ BIONZ X ความเร็วสูงสุดล้ำด้วยการปฏิวัติระบบออโตโฟกัสที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีจำนวนพื้นที่ออโต้โฟกัสแบบ phase detection    มากที่สุดในโลกถึง 79 จุด และมีพื้นที่แบบครอสถึง 15 จุด ซึ่งให้ความแม่นยำสูงในการติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว แม้ขณะกำลังบันทึกภาพที่ความเร็ว 12 ภาพต่อวินาทีสามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้ถึง 60 ภาพ เพิ่มความสะดวกสบายมั่นใจในระหว่างถ่ายภาพยิ่งขึ้นด้วยช่องมองภาพแบบ XGD OLED Tru-Finder ที่แสดงผลจากการปรับตั้งกล้องได้อย่างเที่ยงตรง และหน้าจอ LCD ที่สามารถปรับได้ 3 ทิศทางและด้วยเซ็นเซอร์ APS-C ยังทำให้สามารถบันทึกวิดีโอความคมชัดระดับ Full HD 60p และ 24p ในฟอร์แม็ท AVCHD 2.0 กล้อง α77 II ยังมีความแม่นยำในการโฟกัสอย่างน่าประทับใจเมื่อใช้กับเลนส์รูรับแสงกว้าง จากการที่วางพื้นที่โฟกัส F2.8 แนวนอนกลางเซ็นเซอร์ นอกจากนี้ระบบโฟกัสยังมีประสิทธิภาพสูงแม้ในสถาพแสงน้อยถึง EV-2 (ISO10) สามารถเชื่อมต่อใช้งานกับสมาร์ทโฟน และแท็บเลท สามารถแชร์ภาพ และวิดีโอได้อย่างสะดวกผ่าน Wi-Fi และ NFC กล้อง α77 II จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ศกนี้ ราคาเฉพาะบอดี้ 39,990 บาท และชุดบอดี้พร้อมเลนส์ DT16-50mm F2.8SSM ราคา 59,990 บาท
  • กล้อง α7S – กล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมที่เปลี่ยนเลนส์ได้ระดับเรือธงรุ่นล่าสุด ที่ยังคงความโดดเด่นในเรื่องของขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา มาพร้อม Full Frame Exmor® CMOS sensor ขนาด 35 ม.ม. ความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล ที่ทำงานร่วมกับ BIONZ X image processor  อีกทั้งยังได้รับการยอมรับ และกล่าวขวัญถึงค่าความไวแสงหรือ  ISO ที่สุดอัศจรรย์ สามารถกำหนดค่าได้ตั้งแต่ 50 ถึงสูงสุด 409600 ทั้งสำหรับการถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้โดยมีสัญญาณรบกวนที่ต่ำมาก อีกทั้งยังให้ไดนามิกส์เรนจ์ได้อย่างน่าประทับใจ สามารถถ่ายวิดีโอด้วยความคมชัดสูงระดับ 4K มีลูกเล่นการใช้งานต่าง ๆ ที่พร้อมตอบรับความต้องการของช่างภาพวิดีโอในระดับมืออาชีพ กล้อง α7S ยังสามารถเชื่อมต่อใช้งานกับสมาร์ทโฟน และแท็บเลทและแชร์ภาพ และวิดีโอได้อย่างสะดวกผ่าน Wi-Fi และ NFC และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ศกนี้ ราคา 79,990 บาท
  • กล้อง Cyber-shot RX100 III – อีกหนึ่งสุดยอดของกล้องดิจิตอลคอมแพ็คท์คุณภาพระดับเรือธงในตระกูล RX       ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกจนถึง  ล่าสุดในรุ่น  RX100 III  ที่ยังคงความโดดเด่นด้วยขนาดที่กะทัดรัด แต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพมากมาย โดยล่าสุดมาพร้อมกับเลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* 24 – 70 ม.ม. F1.8-2.8 ความไวแสงสูง สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัด มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1.0 นิ้ว แบบ Exmor R™ back-illuminated CMOS ให้ภาพสุดคมชัด และสัญญาณรบกวนต่ำอย่างยิ่ง พร้อมด้วยหน่วยประมวล ผล BIONZ X™ ความเร็วสูง เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานด้วยช่องมองภาพ OLED Tru-Finder ในตัว แสดงภาพได้อย่างแม่นยำ และยังมีจอ LCD Screen ขนาด 3 นิ้ว ที่สามารถพับขึ้นลงปรับได้ 180 องศา และมุมก้มได้ 45 องศา สามารถถ่ายภาพตนเอง และมุมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น สามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงในฟอร์แม็ท XAVC S ได้ สามารถเชื่อมต่อใช้งานกับสมาร์ทโฟน และแท็บเลทและแชร์ภาพ และวิดีโอได้อย่างสะดวกผ่าน Wi-Fi และ NFC และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานอื่น ๆ อีกมากมาย กล้อง Cyber-shot™ RX100 III พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ศกนี้ ราคา 27,990 บาท
  • กล้อง 4K Handycam รุ่น FDR-AX100E – กล้องถ่ายวีดิโอความละเอียดสูงระดับ 4K ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด มาพร้อม 1.0-type sensor เซ็นเซอร์ใหญ่ขนาด 1 นิ้ว ที่มีประสิทธิภาพในการรับแสงได้มากกว่าถึง 4.9 เท่าของเซ็นเซอร์แบบ CMOS ที่ใช้ในกล้องถ่ายวิดีโอทั่วไป สามารถบันทึกภาพในที่แสงน้อย ให้รายละเอียดสูง ถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ และโบเก้ (Bokeh) ที่สวยงาม พร้อมด้วยเลนส์มุมกว้าง ZEISS Vario-Sonnar T* มุมรับภาพกว้างสุดถึง 29 ม.ม.#  ที่พัฒนาขึ้นล่าสุด ให้ความคมชัดตั้งแต่กลางเลนส์  จนถึงขอบภาพ ขณะเดียวกันผู้ใช้ยังใช้งานกล้องได้สะดวกด้วยการออกแบบ จัดวางตำแหน่งฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับตากล้องโดยเฉพาะ อาทิ วงแหวนเลนส์สำหรับการปรับโฟกัสที่ลื่นไหลนุ่มนวล วงแหวนตั้งค่าที่อยู่ด้านข้างสำหรับปรับค่ารูรับแสง (ISO) หรือความเร็วชัตเตอร์ได้สะดวก รวมทั้งฟิลเตอร์ ND ในตัวที่สามารถปรับเลือกใช้ตามสภาพแสงได้ถึง 4 ระดับ และด้วยคุณสมบัติในการบันทึกวิดีโอความคมชัดสูงระดับ 4K กล้องยังสามารถปรับความละเอียดอัตโนมัติจาก 4K เป็น Full HD คุณภาพสูงได้เพื่อการชมบนทีวี Full HD ทั่วไปได้อย่างคมชัดสมจริง และยังสามารถเชื่อมต่อใช้งาน แชร์ภาพผ่าน NFC และ Wi-Fi กับอุปกรณ์อื่น และสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ราคา 69,990 บาท มาพร้อม SD Card ความจุ 64GB แบตเตอรี่เสริม 1 ก้อน และกระเป๋าใส่กล้อง 1 ใบ
  • กล้อง Full HD Handycam รุ่น HDR-CX900E  – กล้องถ่ายวิดีโอความคมชัดสูงระดับ Full  HD ที่ใช้เซ็นเซอร์ใหญ่ขนาด 1 นิ้ว (1.0 – type sensor)         จึงสามารถถ่ายภาพวิดีโอด้วย  ความคมชัด แม้ในที่แสงน้อย พร้อมด้วยเลนส์มุมกว้าง ZEISS Vario-Sonnar T* มุมรับภาพกว้างสุดถึง 29 ม.ม.# ที่พัฒนาขึ้นล่าสุด ให้ความคมชัดตั้งแต่กึ่งกลางเลนส์จนถึงขอบภาพ มีประสิทธิภาพในการบันทึกภาพแบบ High-bit rate (50Mbps) ในฟอร์แมท XAVC S ซึ่งเป็นฟอร์แมทใหม่ในการบันทึกวิดีโอบิตเรทสูง ๆ เหมือนในกล้องระดับมืออาชีพ สามารถเชื่อมต่อใช้งาน แชร์ภาพผ่าน NFC และ    Wi-Fi กับอุปกรณ์อื่น และสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ราคา 54,990 บาท มาพร้อม SD Card ความจุ 64GB แบตเตอรี่เสริม 1 ก้อน และกระเป๋าใส่กล้อง  1 ใบ

“7 Changemakers : α7 Series 2014 Photobook By 7 Photographers”

พร้อมกันนี้ โซนี่ยังได้เตรียมจัดพิมพ์สมุดภาพ หรือ Photo Book ชื่อ “7 Changemakers :     α7 Series 2014 Photobook By 7 Photographers” รวบรวมผลงานภาพถ่ายของ 7 ศิลปินช่างภาพชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งให้เกียรติมาร่วมถ่ายทอดมุมมองในการถ่ายภาพที่สะท้อนสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท่าน ด้วยกล้อง α7 Series โดย จะจัดพิมพ์ในรูปแบบ Limited Edition เพียง 1,000 เล่มเท่านั้น ด้วยหวังว่าจะสามารถจุดประกายแรงบันดาลใจ และขับเคลื่อนพลังทางความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่หลงใหลการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี และโซนี่ยังวางแผนว่าจะจัดแสดงผลงานภาพถ่ายที่โซนี่ สโตร์ สาขาสยามพารากอนในเดือนกรกฎาคม ศกนี้

“โซนี่ได้ใช้ชื่อโฟโต้บุ๊คว่า Changemakers เพื่อสื่อถึงปณิธานอันมุ่งมั่นของโซนี่ในการทำธุรกิจกล้องดิจิตอล โดยจะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของการถ่ายภาพให้แก่ผู้รักการถ่ายภาพในทุกระดับ ด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และคุณภาพชั้นเลิศ”  มร. ทาคาตะกล่าวเสริม

 สำหรับช่างภาพทั้ง 7 ที่ให้เกียรติร่วมสร้างสรรค์ และถ่ายทอดผลงานในโฟโต้บุ๊ค “7 Changemakers : α7 Series 2014 Photobook By 7 Photographers” ครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณชำนิ ทิพย์มณี ศิลปินช่างภาพมือเก๋าที่สุดคนหนึ่งในเมืองไทย, คุณเกรียงไกร ไวยกิจ ช่างภาพผู้บันทึกภาพสำคัญในพระราชพิธีระดับประวัติศาสตร์ของประเทศ, คุณมนู มนูกูลกิจ ชา่งภาพแถวหน้า้ของเมืองไทย ซึ่งโดดเด่นในสไตล์การถ่ายภาพแบบ Still Life, คุณณิการ์ กรีพร้อม 1 ใน 4 ช่างภาพหญิงที่ได้รับคะแนนโหวตให้เป็น The Newcomer Female Photographers of South East Asia, ผ.ศ. ถาวร    โกอุดมวิทย์์ ศิลปินชั้นครูผู้มีผลงานภาพถ่ายอันเป็นเอกลักษณ์, คุณสงกรานต์ วีระพงษ์ ช่างภาพเจ้าของฉายา13 Maysa และ คุณสุทัศน์ รุ่งศิริศิลป์ 1 ใน 50 ช่างภาพบันทึกแผ่นดินทองฉลองกาญจนาภิเษก

ทั้งนี้ โซนี่จะมอบโฟโต้บุ๊คส่วนหนึ่งให้แก่ห้องสมุดในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สำหรับนิสิต นักศึกษาที่สนใจในเรื่องของการถ่ายภาพ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปอีกด้วย

 “ช้าง” จัดแคมเปญ “ช้างโพลล์” ชวนเชียร์ฟุตบอลโลก ผ่าน #ChangPoll


  Image

ช้าง…ผู้สนับสนุนหลักการถ่ายทอดสดฟุตบอลระดับโลกในประเทศไทย  รุกสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เกาะกระแสบอลโลก ผ่านกลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งจัดแคมเปญออนไลน์   ชวนคนไทยร่วมเชียร์ฟุตบอลระดับโลกผ่าน #ChangPoll (แฮชแท็ค ช้างโพลล์) ครั้งแรกของการรวบรวมความคิดเห็นของคนไทยเกี่ยวกับฟุตบอลระดับโลกในโลกออนไลน์ไว้ที่เดียว ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1 ล้านรายร่วมติด #ChangPoll (แฮชแท็ค ช้างโพลล์)  บน http://www.changpoll.com และ http://www.facebook.com/ChangWorld ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 กรกฎาคม 2557

นายวรรัตย์ จรูญสมิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดเปิดเผยว่า  “ช้าง       ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้สนับสนุนหลักการถ่ายทอดสดฟุตบอลระดับโลกในประเทศไทย  ในขณะเดียวกัน จะใช้โอกาสนี้ สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยการเติมความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ ผ่านกลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง โดยจะจัดแคมเปญChang Poll” (ช้างโพลล์) เพื่อส่งเสริมแนวคิด “Chang World of Football” หรือ “ช้าง…ที่สุดของฟุตบอล”  มุ่งสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการชมฟุตบอล  ด้วยการเชิญชวนให้ผู้ที่ใช้โซเชี่ยลมีเดีย พิมพ์ #ChangPoll (แฮชแท็กช้างโพลล์) ทุกครั้งที่โพสต์ หรือ คอมเม้นท์ หรือ แชร์สเตตัสในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ได้แก่ เฟสบุ๊ค, ทวิตเตอร์, อินสตาแกรม รวมถึงเว็บไซต์ต่างๆ  ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 กรกฎาคม 2557

 กลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ด้วยการเชิญชวนให้ผู้ติดตามกระแสการแข่งขันบอลระดับโลก ได้ร่วมติด พิมพ์ #ChangPoll (แฮชแท็กช้างโพลล์) ทุกครั้งที่โพสต์ หรือ คอมเม้นท์ ผ่านโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ เชื่อว่าจะ ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยในปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ใช้ Facebook จำนวนมากกว่า 26 ล้านบัญชี ซึ่งนับว่า มากเป็นอันดับ 1 ของโลก แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การใช้ดิจิตอลมีเดียจะช่วยให้การสื่อสารของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว  โดยคาดว่าจากกิจกรรม Chang Poll นี้จะสามารถเพิ่มยอดสมาชิกในแฟนเพจของช้างอีกกว่า 100,000 บัญชีผู้ใช้และมี #ChangPoll มากกว่า 1 ล้านครั้ง

นอกจากนี้  #ChangPoll นับเป็นครั้งแรกของการรวบรวมความคิดเห็นของคนไทยเกี่ยวกับฟุตบอลระดับโลกในโลกออนไลน์ไว้ที่เดียว “ช้าง” จะใช้นวัตกรรมออนไลน์จับ Key Word สำคัญที่เป็นกระแสในช่วงการแข่งขัน สรุปออกมาเป็นผล ChangPoll  (ช้างโพลล์) เกาะติดกระแสวิจารณ์และความนิยมใครคือตัวเต็ง “สุดยอดนักเตะ” ของแต่ละนัด หรือ ทีมชาติใด คือ “สุดยอดทีมเต็ง” โดยระบบรายงานอัพเดทผลแข่งขันทั้ง 64 แม็ทซ์แบบ Real Time สอดคล้องกับพฤติกรรมของแฟนบอลส่วนใหญ่ที่ใช้โซเชี่ยลมีเดียในการแสดงความคิดเห็นระหว่างกลุ่มเพื่อนทั้งในช่วงระหว่างการแข่งขันและเมื่อจบการแข่งขันไปแล้ว จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขในการเชียร์บอลให้สนุกมากยิ่งขึ้น

ติดตามอัพเดททุกความเคลื่อนไหวการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกแบบวันต่อวัน แมทช์ต่อแมทช์ และการรายงานผลเป็นประจำทุกสัปดาห์ผ่านเว็บไซด์ http://www.changpoll.com และ http://www.facebook.com/ChangWorld   เริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 13 กรกฏาคมนี้

AIS WiFi ขยายพื้นที่ให้บริการ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS แล้ววันนี้


Image

เอไอเอส 3G เดินหน้าขยายความสุขให้คอเน็ต เปิดให้บริการ AIS WiFi บนสถานีรถไฟฟ้า BTS สายหลักทั้ง 23 สถานี (ยังไม่รวมส่วนต่อขยาย) ตอบไลฟ์สไตล์คนเมือง ให้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้บนสถานีรถไฟฟ้าและชานชาลา รวมถึงติดตั้งจุดเสริมสัญญาณ AIS WiFi เป็นพิเศษ บริเวณ AIS mPay RabbitShop บนสถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้ง 5 สถานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้ายิ่งขึ้น โดยลูกค้าเอไอเอสที่มีแพ็กเกจ AIS WiFi    อยู่แล้ว สามารถทำการเชื่อมต่ออัตโนมัติ เพื่อใช้บริการ AIS WiFi ได้ทันที ทั้งนี้ เอไอเอส 3G มีแผนการขยายจุดให้บริการ AIS WiFi เป็น 100,000 จุดภายในปี 2557

 

คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2014 ชูจุดขาย คืนความสุขคนไทยลดกระหน่ำสินค้าไอที-เกาะกระแสบอลโลก


 Image

ตอกย้ำความเป็นผู้นำการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีและไฮเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ “คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2014” ครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เต็มอิ่มเต็มตาทุกแมทช์รับกระแสบอลโลก ด้วยทีวีดิจิตอลแบรนด์ดังที่ขนมาให้ชอปและจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครระดมทัพสินค้าไอทีชั้นนำล้ำสมัย มาให้เลือกซื้อพร้อมโปรโมชันลด แลก แจก แถม ทั้งโน้ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน และอื่นๆ อีกมากมาย

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอที บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “คอมมาร์ต” กล่าวว่า งานครั้งนี้สินค้าที่นำมาจำหน่ายและจัดแสดงค่อนข้างแปลกและล้ำสมัย ตรงตามคอนเซปต์งานคอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2014 คือ “Digital DNA: สัมผัสโลกดิจิตอล ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ”

“งานคอมมาร์ต เน็กซ์เจนครั้งนี้ จัดในยุคของดิจิตอลทีวี ที่กำลังโตอย่างก้าวกระโดด และยังอยู่ในช่วงฟุตบอลโลก เราร่วมมือกับผู้ให้บริการทีวีดิจิตอล พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์จริง ด้วยสตูดิโอโชว์การถ่ายทำให้เห็นความคมชัดของดิจิตอลทีวีแบบเต็มรูปแบบ ให้ผู้เข้าชมงานได้เลือกชอป พร้อมโปรโมชันที่นำมาลดแบบไม่ยั้งสำหรับดิจิตอลทีวี เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจแบบไม่ต้องรอนาน และที่ขาดไม่ได้ คือ สินค้าไอทีราคาถูก คุณภาพเยี่ยม ก็ยังอัดแน่นด้วยโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม เช่นเคยในสไตล์ของงานคอมมาร์ต ขนมาให้เลือกซื้อเลือกชอปในแบบที่เป็นตัวคุณเหมือนคอนเซปต์ของงาน” นายพรชัย กล่าว

คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2014 มีเทคโนโลยีใหม่ๆ นำมาแสดงมากมาย อาทิ แว่นตา อัจฉริยะ “Google Glass”, อุปกรณ์วัดสมรรถนะร่างกายส่วนบุคคล “ Misfit Shine Activity Tracker ”,  ปากกาวาดภาพ 3 มิติ ตัวแรกของโลก“3D Doodler”, MyKronoz ZeNanoSmart Watch ที่รองรับทั้ง Android และ ios, Storm Shadow เคลือบ อุปกรณ์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากน้ำ พร้อม Notebook Ultra book, New Smart Phone ,Tablet รุ่นใหม่ๆ , กล้อง Mirrorless หลากหลายยี่ห้อ พร้อมอุปกรณ์เสริมคุณภาพเยี่ยม  ขนมาพร้อมกับโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม เอาใจสาวกไอที

นอกจากสินค้าต้องตาในราคาถูกใจแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมสนุกลุ้นโชค 3 ชั้น ลุ้นโชคชั้นที่ 1 ผู้เข้าชมงานที่ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า ทางผู้จัดงานจะจับรายชื่อผู้โชคดีเพื่อรับบัตรกำนัลจาก Starbucks มูลค่ากว่า  100,000 บาท  ลุ้นโชคชั้นที่ 2 ลงทะเบียนหน้างาน หรือปริ้นท์หลักฐานการลงทะเบียนออนไลน์ ลุ้นรับทองคำ 50 สตางค์ ทุกวัน รวม 40 เส้น และลุ้นโชคชั้นที่ 3  ใบเสร็จรับเงินมีค่าอย่าทิ้ง เพียงซื้อสินค้าครบ 3,000 บาท ร่วมลุ้นรถยนต์นิสสัน มาร์ช มูลค่ากว่า 4 แสนบาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย 

กิจกรรมเสวนา : สาระน่ารู้เรื่องไอทีใกล้ตัว ที่เวทีกิจกรรมกลาง และยังมีกูรูให้คำปรึกษาวิธีการเลือกซื้อสินค้าไอที โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายที่  Buyer’s Guide Corner  พร้อมจัดเต็มสำหรับผู้ชื่นชอบสินค้าราคาเบาๆ กับการประมูลสินค้าไอทีในราคาเริ่มต้นที่ 1 บาท ดูรายละเอียดได้ที่ www.commartthailand.com

นอกจากนี้ ภายในงานคอมมาร์ต บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาและกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ในการรณรงค์มิให้มีการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์หรือซอฟต์แวร์เถื่อน ในทุกๆ ด้าน แก่ผู้ค้าและผู้บริโภคอีกด้วย

  สำหรับบริษัทไอทีชั้นนำที่เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท เอซุสเทค (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด,  บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน)

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.