แอปเปิลเปิดอัพเดท iOS 8 .0.1 แล้ว


IMG_0496แอปเปิลเปิดตัวให้ผู้ใช้ไอโฟน  และไอแพด  ที่อัพเกรดระบบปฎิบัติการ  iOS 8 ไปเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ทำการอัพเดท iOS8  เวอร์ชั่นล่าสุด  8.0.1  ที่ได้แก้ปัญหาหลายจุด  อาทิ  แก้ปัญหา HealthKit ให้แอพที่รองรับสามารถโหลดได้บนแอพสโตร์  , แก้ปัญหาคีย์บอร์ด ของผู้ผลิตรายที่3 (3rd Party) . ปัญหาบางแอพเข้าถึงรูปภาพไม่ได้ , ปัญหาอัพโหลดภาพและวิดีโอบนบราวเซอร์   Safari , แก้ปัญหา Ringtone ไม่กลับมาเมื่อ Restore  จาก  iCloud ที่ทำการแบ็กอัพไว้ ,  ปัญหาอัพโหลดภาพและวิดีโอบนบราวเซอร์   Safari   และ  มีการรองรับที่ดีขึ้น ในฟีดเจอร์   Family Sharing  โดยต้องมีการร้องขอก่อนซื้อแอพได้

 

ไทยแวร์เผยเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น


เว็บไซต์ไทยแวร์ดอตคอม   (www.thaiware.com) ได้จัดทำอินโฟกราฟฟิก เกี่ยวกับเทคนิคการใช้งานแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนให้issue14ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น

โดยมีเนื้อหาระบุว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาในปัจจุบัน มักออกแบบมาไม่ให้ผู้ใช้ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ หากแบตเตอรี่เสื่อม ต้องส่งเข้าศูนย์ซ่อมอย่างเดียว ดังนั้นเราควรถนอมดูแลแบตเตอรี่กันให้ถูกวิธี เพื่อให้มันอยู่กับเราได้นานที่สุดตามอายุการใช้งานของมัน หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าพฤติกรรมที่ทำอยู่อาจทำให้แบตเตอรี่ของเราเสื่อมอายุการใช้งานรวดเร็วกว่าที่มันควรจะเป็น ลองดูข้อมูลใน Infographic ด้านล่างนี้ แล้วเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้งานของเราดูนะครับ รับรองว่าสมาร์ทโฟนของเราจะไม่มีปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมก่อนเวลาอันควรอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมมีวันเสื่อมถอยตามอายุการใช้งานของมัน ไม่ว่าจะถนอมแบตเตอรี่ขนาดไหนมันก็จะเริ่มเก็บพลังงานได้น้อยลงภายในระยะเวลา 2-3 ปี ตามลักษณะการใช้งานของเรา ถึงเวลานั้นก็คงต้องพาเครื่องไปเข้าศูนย์เปลี่ยนแบตเตอรี่เท่านั้น

เอไอเอส ลดราคาค่าเครื่อง ไอโฟน เริ่มต้นเพียง 5,990 บาท


1 (5)

เอไอเอส เอาใจสาวกไอทีแบบจัดเต็มกว่าใคร ด้วยโปรโมชั่น AIS Super Deal” มอบสุดยอดส่วนลดค่าเครื่องแบบอลังการในหลากหลายรุ่น โดยเฉพาะตระกูลไอโฟน เริ่มต้นเพียง 5,990 บาท สำหรับ iPhone 4S 8GB ส่วน iPhone 5S รุ่น 16GB เหลือเพียง 13,900 บาท , รุ่น 32GB เหลือเพียง 16,900 บาท และรุ่น 64GB เหลือเพียง 19,900 บาท เพียงเปิดเบอร์ใหม่ , ย้ายค่ายเบอร์เดิม หรือเปลี่ยนจากระบบเติมเงินมาเป็น                   เอไอเอส 3G รายเดือน พร้อมสมัครแพ็กเกจ 3G iSmart และชำระค่าแพ็กเกจตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 57 ที่เอไอเอส ช็อป และร้านเทเลวิซทุกสาขาทั่วประเทศ

นอกจาก iPhone แล้ว  เอไอเอสยังขนทัพสมาร์ทโฟนสุดฮิตหลากหลายแบรนด์ดัง อีก 17 รุ่น มาให้เลือกช้อป ในราคาลดพิเศษสุด ตามเงื่อนไขที่กำหนด อาทิ “แบล็ค ซีรี่ส์” ใหม่ 2 รุ่น ลดถึง 50% โดย AIS LAVA G 4.0” เหลือเพียง 1,190 บาท , AIS LAVA T 4.5” เหลือเพียง 1,390 บาท และ Samsung Galaxy Grand 2 เหลือเพียง 7,900 บาท เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 1175 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/superdeal

 

มธ.ร่วมกลุ่มทรูเปิดตัว “True Lab @ Thammasat” ศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรม


True Lab

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จับมือกลุ่มทรู นำนวัตกรรมเทคโนโลยีสื่อสารมาพัฒนาด้านการศึกษา ตามนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้แบบ “แอ็คทิฟ เลิร์นนิ่ง” ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เน้นให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเอง พร้อมเปิดศูนย์วิจัย “True Lab @ Thammasat” สำหรับอาจารย์-นักศึกษา ได้ใช้เป็นแหล่งคิดค้นผลงานวิจัย และบ่มเพาะนวัตกรในอนาคต เพื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ และออกแบบแอพพลิเคชั่น “myCampus TU” แพลทฟอร์มเครือข่ายการสื่อสารรูปแบบใหม่เพื่อชาวธรรมศาสตร์โดยเฉพาะ มุ่งให้ผู้เรียนได้รับทั้งสาระและความบันเทิง ควบคู่กับการเป็นเครือข่ายการสื่อสารของประชาคมธรรมศาสตร์ ได้แก่ ศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์เก่า คณาจารย์ และบุคลากร เพื่อให้สามารถติดต่อถึงกันได้ทุกที่ ทุกเวลาแบบไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด “Thammasat Everywhere, Thammasat Every time”ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ธรรมศาสตร์และทรู มีแนวคิดที่สอดคล้องกัน ในเรื่องของการส่งเสริมงานด้านการวิจัย เพื่อให้เกิดการคิดค้นและต่อยอดเป็นผลงานทางด้านนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัยมีนโยบายหลักในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับการศึกษา ทั้งด้านการวิจัย ความเป็นนานาชาติ การเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน และล่าสุด นโยบายส่งเสริมการเรียนรู้แบบ “แอคทิฟ เลิร์นนิ่ง” ซึ่งเป็นวิธีบริหารจัดการ การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างอาจารย์และนักศึกษา โดยยึดนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง อันเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์การพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สู่การเป็นสถาบันวิชาการชั้นนำที่ได้มาตรฐานสากลในการผลิตบัณฑิต การสร้างองค์ความรู้ และมีงานวิจัยระดับนานาชาติ ซึ่งการเปิด True Lab @ Thammasat นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ผ่านการค้นคว้าวิจัยของนักศึกษาและคณาจารย์ได้เป็นอย่างดี

“ส่วนแอพพลิเคชั่น myCampus TU เป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยที่จะเพิ่มรูปแบบการการเรียนรู้และการติดต่อสื่อสารในโลกสมัยใหม่ผ่านสื่อดิจิตอลที่ไร้ขีดจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ ตามแนวคิด Thammasat Everywhere, Thammasat Every time จึง ได้มอบหมายให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ออกแบบและสร้างแอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา โดยนอกจากจะเป็นการสร้างการเรียนรู้ของนักศึกษาในรูปแบบใหม่แล้ว ยังเป็นช่องทางในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร และการเผยแพร่ความรู้วิชาการสู่สังคม ผ่านสื่อมัลติมีเดียรูปแบบต่างๆ ของมหาวิทยาลัยและคณะวิชา สำนักสถาบันต่างๆ ที่นำมาไว้บนแอพพลิเคชั่น เพื่อให้นักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่าได้เข้าถึงได้สะดวกรวดเร็ว” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวเสริม

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า “ด้วยความตั้งใจของกลุ่มทรูที่จะสนับสนุนการพัฒนาด้านนวัตกรรม โดยเฉพาะในภาคการศึกษาของประเทศซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญในการคิดค้นและพัฒนาผลงาน เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศ  จึงเป็นที่มาของการเปิด  True Lab @ Thammasat โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมระหว่าง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรู อินโนเวชั่น และสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย ได้ใช้เป็นพื้นที่ค้นคว้าวิจัย พัฒนาผลงาน นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง   รวมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษา อีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ และพัฒนาบริการที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัย ออกแบบและพัฒนา myCampus TU นวัตกรรมแพลทฟอร์มเครือข่ายสื่อสารสำหรับประชาคมธรรมศาสตร์ ทั้งนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนการสอนแบบ อี-เลิร์นนิ่ง และการนำคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและหลากหลายของสถาบัน ไปเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์กับผู้ใช้งาน ได้ทั้งความรู้และความบันเทิงแบบเอ็ดดูเทนเมนต์ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรก ที่เปิดให้บริการในลักษณะนี้”

ทั้งนี้ True Lab @ Thammasat แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Private Office (พื้นที่ทำงานของผู้ที่ได้รับทุนวิจัย โดยจะมีบริการสารสนเทศที่ครบวงจรและหลากหลาย อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ) Auditorium (ห้องประชุมพร้อมอุปกรณ์การประชุมที่ครบครัน) และ Community (มุมสบายๆ พร้อมบริการเครื่องดื่มและเบเกอรี่จากทรู คอฟฟี่) นอกจากนี้ ในส่วนของการประกวด ทรู แล็บ คอนเทสต์ จะเปิดรับสมัคร นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการทรู แล็บ เป็นทีมๆ ละ 5 คน จาก 2 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ เช่น  คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาสังคมศาสตร์ เช่น คณะบริหารธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะสังคมศาสตร์ โดยแต่ละทีมจะนำเสนอแนวคิดและผลงานวิจัยภายใต้ 7 หัวข้อ ซึ่งประกอบด้วย 1.เทคโนโลยีด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเครือข่าย 2.นวัตกรรมด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์  3.นวัตกรรมด้านการเรียนรู้ 4.นวัตกรรมที่ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว 5.นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม 6.นวัตกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ และ 7.นวัตกรรม คอนเวอร์เจนซ์ โดยทีมที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับทุนสนับสนุนเพื่อทำวิจัยและพัฒนาต่อยอดผลงาน และสำหรับทีมที่ชนะเลิศยังจะได้รับโอกาสบินไปศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมที่ต่างประเทศทั้งทีมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

myCampus TU เป็นนวัตกรรมแพลทฟอร์มเครือข่ายสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นซึ่งประกอบด้วย การแชร์ – ข่าวสารหรือแจ้งประชาสัมพันธ์กิจกรรมแบบเรียลไทม์ ชม รายการดังระดับโลก ด้วยภาพและเสียงระดับ HD พร้อม ทีวี มิวสิควิดีโอ ออนดีมานด์ รายการสดแบบ streaming รวมถึงการเรียนการสอนวิชาต่างๆ
ช้อป
– ร้านค้าออนไลน์สำหรับนิสิตนักศึกษาและศิษย์เก่า เลือกซื้อของที่ระลึกและสินค้าอื่นๆของมหาวิทยาลัย เชี่ยว  – เป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญได้ทุกที่ทุกเวลา และแชท - ส่งข้อความ รูปภาพฟรี แชทสนุกกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย และเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารในการทำกิจกรรมอีกด้วย

จ็อบส์ ดีบี เผย เจ้านาย 8 ประเภท ที่ลูกน้อง ‘สุดทน’


Horrible-boss

นพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าในชีวิตการทำงาน หากคุณเจอเจ้านายดีก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่เพียงแต่ทำให้คุณมีความสุขในการทำงานแต่ยังช่วยให้พนักงานมีความรู้สึกอยากมาทำงาน มีสมองโลดแล่น และทำงานได้ตรงเป้าหมาย แต่ใช่ว่าทุบริษัทจะโชคดีเสมอไป jobsDB จึงขอนำเสนอเจ้านาย 8 ประเภท ที่ลูกน้อง ‘สุดทน’ ว่าเป็นแบบไหนกันบ้าง

  1. เจ้านายทรงอำนาจ – เจ้านายประเภทนี้จะดีแต่ออกคำสั่ง มักแสดงพฤติกรรมการใช้อำนาจขณะทำงานหรือสั่งงาน บางคนถึงกับเสียงดัง ตะโกน ตะคอกใส่ลูกน้อง เพื่อให้ยำเกรง แต่พฤติกรรมเช่นนี้กลับทำให้ลูกน้องเอือมระอา และไม่เคารพศรัทธาเจ้านายแม้แต่น้อย
  2. เจ้านายผู้สูงส่ง – เป็นลักษณะเจ้านายที่ลูกน้องเข้าถึงได้ยาก ไม่ใกล้ชิด ไม่เคยไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ และความเป็นไปของลูกน้อง เมื่อลูกน้องมีปัญหาก็ไม่กล้าที่จะขอคำปรึกษา เพราะรู้สึกมีช่องว่าง ไม่ผูกพัน และไม่สนิทใจที่จะพูดคุยด้วย
  3. เจ้านายจอมคลุมเครือ – เจ้านายลักษณะนี้มักจะสั่งงานแบบไม่เคลียร์ ไม่บอกเป้าหมายของงานที่ต้องการให้ชัดเจน ไม่ให้คำแนะนำ หรือรายละเอียด มักตีวงงานกว้างๆ ให้ลูกน้องกลับไปคิดเอง ทำให้คนทำงานสับสนไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหน จนทำให้งานออกมาไม่สมบูรณ์ครบถ้วน และต้องเสียเวลาแก้ไขใหม่
  4. เจ้านายนักสร้างปัญหา –  เจ้านายประเภทนี้มักจะนำปัญหาที่ตนก่อมาให้ลูกน้องช่วยแก้ไข หรือบางครั้งที่งานมีปัญหาจำเป็นต้องให้เจ้านายเป็นผู้ตัดสิน แต่เจ้านายกลับตัดสินใจไม่เด็ดขาด ไม่ฟันธง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา ไม่มั่นคงกับความคิดของตนเอง ต้องถามคนโน้นคนนี้เพื่อเติมความมั่นใจ ส่งผลให้งานยิ่งล่าช้า
  5. เจ้านายจอมเร่ง – การทำงานให้เสร็จก่อนเวลาถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งเจอเจ้านายประเภทที่ชอบเร่งงานลูกน้องโดยไม่มีเหตุผล เร่งทุกงาน ต้องการความด่วนทุกโปรเจ็กต์ โดยไม่จัดลำดับความสำคัญว่างานไหนควรเร่งให้เสร็จก่อนเสร็จหลัง จึงมักเอ่ยปากขอลูกน้องให้อยู่ดึก หรือทำงานในวันหยุด ทั้งๆ ที่งานบางงานไม่จำเป็นต้องเร่งขนาดนั้น
  6. เจ้านายแสนดราม่า – เจ้านายที่ต่อหน้าผู้อื่นแสดงตัวว่ารักลูกน้อง ทำเพื่อลูกน้อง ปกป้องลูกน้องทุกสิ่ง เวลามีปัญหาเหมือนว่าจะออกหน้ารับแทน แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างที่แสดงออก บางทีอาจเป็นเบื้องหลังของตัวการปัญหาทั้งหมดเสียเอง เจ้านายลักษณะนี้ ลูกน้องคนไหน ก็ไม่อยากทำงานด้วยอย่างแน่นอน
  7. เจ้านายผู้จุกจิก – คือเจ้านายที่จุกจิกทุกฝีก้าว คอยจับตามองคุณทำงานในทุกรายละเอียด ไม่ปล่อยให้คุณมีอิสระในการทำงาน ไม่ให้โอกาสในการคิดและสร้างสรรค์งานด้วยตนเอง จนทำให้ลูกน้องรู้สึกอึดอัด ขาดความมั่นใจ และเบื่อหน่ายในที่สุด
  8. เจ้านายนักขโมย – นักขโมยในที่นี้ไม่ได้หมายถึงโจร แต่หมายถึงการขโมยเครดิตของลูกน้อง มักจะพบได้กับเจ้านายที่สะสางงานที่คั่งค้างของตนเองไม่สำเร็จ ต้องให้ลูกน้องช่วยจัดการ แต่เมื่องานบรรลุเป้าหมายอย่างสวยงาม กลับบอกว่าเป็นผลงานตัวเอง  ไม่ให้เครดิตแก่ลูกน้องหรือทีมงานแม้แต่น้อย

jobsDB Tips: 10 ยอดเจ้านายที่ลูกน้องกด Like

  1. มีความเป็นผู้นำ
  2. เปิดใจและรับฟังความคิดเห็น
  3. ทำงานเป็นระบบ แก้ปัญหาตรงจุด
  4. ไม่ถือตัวและให้เกียรติ
  5. มีความจริงใจ
  6. ให้ความเป็นธรรม
  7. เอาใจเขามาใส่ใจเรา
  8. พูดตรงประเด็น
  9. ให้การสนับสนุนและพัฒนาทีม
  10. มองโลกในแง่ดี

วีซ่าเผยผลสำรวจ 66% ของผู้บริโภคชาวไทยนิยมจับจ่ายในร้านค้าที่ให้บริการชำระเงินแบบไร้สัมผัส


visa

ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำขึ้นโดยวีซ่าซึ่งเป็นบริษัทให้บริการเทคโนโลยีด้านการชำระเงินระดับโลกชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่การชำระเงินแบบไร้สัมผัส (contactless payments) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคชาวไทยจำนวน 7 คนจาก 10 คนหรือ 66% ที่ได้ทำแบบสอบถามพบว่าพวกเขาชื่นชอบในการชำระเงินแบบ “wave and go” หรือการชำระเงินแบบ ”แตะบัตร” และไม่ต้องเซ็นสลิป ทั้งยังนิยมที่จะไปจับจ่ายในร้านค้าที่เปิดให้บริการในรูปแบบนี้

การศึกษาทัศนคติด้านการชำระเงินของลูกค้าในปี พ.ศ. 25571 ของวีซ่า ได้ทำการสำรวจทัศนคติในการจับจ่ายใช้สอยของผู้ถือบัตรวีซ่าในสี่ประเทศชี้ชัดว่าการชำระเงินแบบไร้สัมผัสในประเทศไทยได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับกลุ่มคนวัยทำงานในช่วงอายุตั้งแต่ 25 – 34 ปีที่ 77% โดยกลุ่มนี้เลือกที่จะช็อปในร้านค้าที่มีเทคโนโลยี “แตะบัตร” จ่ายเงิน ผ่านบริการวีซ่า เพย์เวฟ แทนร้านค้าที่ไม่มี นอกจากนั้นผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากถึง 78% ในประเทศฟิลิปปินส์  68% ในประเทศมาเลเซียและ 60% ในประเทศสิงคโปร์ยังเลือกที่จะไปจับจ่ายในร้านค้าที่มีบริการการชำระเงินแบบไร้สัมผัสให้เป็นทางเลือกแก่ลูกค้า

วันนี้ในงาน 5th Asian Payment Card Forum ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ สมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ร้านค้าจำนวนมากกำลังเปิดใช้บริการการชำระเงินแบบไร้สัมผัสในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทยแล้ว การชำระเงินแบบไร้สัมผัสและการไม่ต้องพกเงินสดติดตัว (cashless) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันในขณะที่ผู้บริโภคและร้านค้าได้ตระหนักแล้วว่าการชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้มอบความสะดวกสบายและความรวดเร็วสำหรับชีวิตที่ต้องรีบเร่งของพวกเขา

เทคโนโลยีแบบไร้สัมผัสทำให้ผู้ถือบัตรวีซ่า เพย์เวฟ สามารถชำระเงินโดยวิธี “แตะ” บัตรเหนือเครื่องรับชำระเงินโดยไม่ต้องเสียบหรือรูดบัตรและเซ็นบนสลิป การทำธุรกรรมผ่านบัตรวีซ่า เพย์เวฟ สามารถทำได้ในจำนวนเงินสูงสุด 1,500 บาทต่อครั้งด้วยมาตรการความปลอดภัยหลายขั้นตอนที่จะทำให้ผู้ถือบัตรวีซ่า เพย์เวฟ มั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยที่สะดวกสบายและรวดเร็วด้วยประสบการณ์ของการชำระเงินที่ปลอดภัย

ผลสำรวจยังพบว่าความนิยมของการชำระเงินแบบไร้สัมผัสอยู่ในระดับสูงในประเทศสิงคโปร์ด้วยจำนวน 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ใช้เทคโนโลยีแบบไร้สัมผัส ในขณะที่ประเทศไทยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 23% ได้ให้ข้อมูลว่าพวกเขาได้ใช้เทคโนโลยีนี้สำหรับการจับจ่ายใช้สอยเช่นกัน

เหตุผลหลักสองประการสำหรับการเลือกใช้การชำระเงินในรูปแบบไร้สัมผัสนี้คือ การทำธุรกรรมด้วยความรวดเร็วขึ้น (47%) การไม่ต้องพกเงินสด (29%) และนอกจากนั้น 44% ของผู้ใช้ในกลุ่มอายุ 60 ปีหรือมากกว่านั้นยังนิยมที่จะใช้การชำระเงินแบบไร้สัมผัสแทนการพกเงินสด

ในขณะที่อุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคเช่น สมาร์ทวอทช์ ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยล่าสุดค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ แอปเปิล เปิดตัว แอปเปิล วอทช์ (Apple Watch) ที่มาพร้อมกับระบบแอปเปิล เพย์ (Apple Pay) ผู้ตอบแบบสอบถามยังได้รับการสอบถามเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคในฐานะเป็นเครื่องมือสำหรับการชำระเงินแบบไร้สายอีกด้วย ในประเทศไทยร้อยละ 63 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความสนใจที่จะใช้อุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคสำหรับการชำระเงิน มากกว่าในประเทศมาเลเซียที่ร้อยละ 56 ของผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความสนใจเช่นเดียวกัน

 

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการการชำระเงินแบบไร้สัมผัสในประเทศไทย

 

ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา วีซ่า เพย์เวฟ ได้เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยจำนวนการทำธุรกรรมการเงินผ่านบัตรวีซ่า เพย์เวฟที่โตถึงร้อยละ 155 เมื่อเปรียยบเทียบกับเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เม็ดเงินจากการทำธุรกรรมผ่านบัตรวีซ่า เพย์เวฟยังเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 77 ในช่วงเวลาเดียวกัน ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของช่องทางการชำระเงินแบบไร้สัมผัสสำหรับผู้ค้าสำคัญต่างๆ รวมถึงบรรดาร้านค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ต เช่น เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, และแม็กซ์แวลู นอกจากนี้ยังมี ห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป โรงหนังเครือเอสเอฟ ซีเนม่าและร้านอาหารต่างๆ เช่น เฮลโล คิตตี้ เฮ้าส์ และร้านแมคโดนัลด์ที่เริ่มใช้เทคโนโลยี วีซ่า เพย์เวฟ อย่างแพร่หลาย

“มากกว่าสามในห้าของผู้บริโภคชาวไทยที่พึงพอใจและยินดีที่จะจับจ่ายใช้สอยผ่านการชำระเงินแบบไร้สัมผัสซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมและเป็นทางเลือกสำหรับการชำระเงินแทนเงินสด” สมบูรณ์ กล่าวเสริม “นอกจากนี้ผลการสำรวจยังแสดงให้เห็นว่าความสะดวกสบายและความรวดเร็วของวีซ่า เพย์เวฟ นั้นสามารถที่จะมอบประสบการณ์การจับจ่ายใช้สอยที่สุดแสนประทับใจแก่ผู้ถือบัตรวีซ่าและผู้ค้าเช่นเดียวกัน นอกจากนี้แล้วการที่ผู้บริโภคนิยมทำธุรกรรมการเงินแบบไร้สัมผัสยังบ่งบอกถึงอนาคตการเงินที่การใช้จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์จะมาทดแทนการใช้เงินสดในสังคมไทย”

นกแอร์ผนึกไทยคมให้บริการ Wi-Fi บนเครื่องบินฟรี


nok1

นกแอร์ สายการบินพรีเมียมโลว์คอสต์อันดับหนึ่งของประเทศไทย ประกาศเป็นสายการบินแรกในเอเชีย ที่ให้บริการ Wi-Fi อินเตอร์เน็ตบนเครื่องบินแก่ผู้โดยสารโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยความร่วมมือกับ บมจ.ไทยคม ผู้นำกิจการดาวเทียมและอวกาศของไทย ให้บริการ Wi-Fi Onboard ซึ่งเป็นการให้บริการ Wi-Fi อินเตอร์เน็ตบนย่านความถี่เค-ยูแบนด์ ด้วยความเร็วระดับ 3G ซึ่ง บมจ.ไทยคม ได้ร่วมมือกับ บริษัท โกลบอล อีเกิ้ล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ พัฒนาบริการพิเศษให้กับผู้โดยสารให้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ เพื่อการใช้งานอินเตอร์เน็ตและเพื่อการสื่อสาร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเดินทางให้กับผู้โดยสาร

บริการ Wi-Fi Onboard จะเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย บนเครื่องบิน “นกบุษราคัม” ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 189 ที่นั่ง

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “พวกเราทุกคนที่นกแอร์รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่เป็นสายการบินแรกในเอเชียที่ให้บริการ ฟรี Wi-Fi บนเที่ยวบินแก่ผู้โดยสารของเรา

“การให้บริการฟรี Wi-Fi นี้เป็นบริการที่นกแอร์ตั้งใจมอบให้กับผู้โดยสารของเราทุกคนเพื่อประสบการณ์เดินทางใหม่ที่จะไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อแม้อยู่บนความสูง 35,000 ฟุต

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.