เอเชียซอฟท์ จับมือ Qihoo 360 ยักษ์ใหญ่จากจีนลุยธุรกิจอินเตอร์เนตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


New_AS_logo

บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอเชียซอฟท์ ผู้นำความบันเทิงออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริษัท Qihoo 360 Technology จำกัด (“Qihoo 360”) ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจในการให้บริการ Free Internet Security Solution ให้กับผู้ใช้ในงานทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในงาน China-ASEAN Business and Investment Summit ครั้งที่ 11 ณ ประเทศจีน ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทาง Qihoo 360 จะนำเอาความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ มา ผนวกกับความสามารถทางด้านการทำตลาดและความพร้อมของระบบ Network ของเอเชียซอฟท์ เพื่อให้เตรียมให้บริการด้าน Mobile Product และ Internet Service กับผู้ใช้อินเตอร์เนตในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Qi Xiangdong, President ของทาง Qihoo 360 กล่าวว่า “เรายินดีมากที่ได้ร่วมงานกับเอชียซอฟท์ การจับมือกันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของพัฒนากลยุทธ์ในการรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะผู้นำการให้บริการด้าน Internet security service Qihoo 360 ตั้งใจนำ  Free Security Solutions ที่มีคุณภาพมาให้ผู้ใช้อินเตอร์ได้สัมผัส

ด้านนาย  Sherman Tan ประธานบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า เอเชียซอฟท์ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ก้าวเข้าร่วมมือกับทาง Qihoo  360 เราเชื่อมั่นว่าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของ Qihoo จะเข้ามายกระดับเรื่อง Internet security ให้กับผู้ใช้งานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแน่นอน

บริษัท Qihoo 360 เทคโนโลยี จำกัด เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตชั้นนำในประเทศจีน และเป็นผู้ให้บริการอันดับหนึ่งด้าน Internet and mobile security ในจีน โดยวัดจากฐานผู้ใช้งานตาม iResearch และ Qihoo 360 ยังให้บริการอินเทอร์เน็ตในลักษณะ Secure Access Points ผ่านทางเว็บเบราเซอร์ และแอพสโตร์ต่างๆ พร้อมทั้งได้สร้าง Open Internet Platforms  ขนาดใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ทำให้มีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ในส่วนของการโฆษณาออนไลน์และการให้การบริการอื่นๆที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ Open Internet Platform นี้

เลอโนโว เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจ


เลอโนโวเปิดตัว Lenovo ThinkPad Helix        อัลตร้าบุ้กใหม่ล่าสุด เสริมทัพลูกค้าธุรกิจองค์กรด้วยการผสานคุณสมบัติระหว่างโน๊ตบุ๊กและแท็บเล็ตเข้าด้วยกันแบบ 2-in-1 ตอบโจทย์การใช้งานธุรกิจและไลฟ์สไตล์ในเครื่องเดียว เครื่องมาพร้อมดีไซน์บางเบา สะดวกในการพกพา นอกจากนี้เลอโนโวยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้องใหม่อย่าง ThinkCentre Tiny-in-One 23 เดสท็อปตั้งโต๊ะแบบอลล-อินวัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าธุรกิจองค์กร

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นี่คือนวัตกรรมล่าสุดจากเลอโนโวที่เราคิดค้นขึ้นเพื่อให้สามารถตอบสนองได้ทุกความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ   จากเดิมที่การใช้งานเป็นเพียงเดสท๊อปทั่วไป ปัจจุบันเรายกมาตรฐานให้สามารถเป็นได้ทั้งโน๊ตบุ๊กและแท็บเล็ตในเครื่องเดียว เลอโนโวมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้นักธุรกิจและองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

 

ThinkPad HelixThinkPad Helix_Picture2

อัลตร้าบุ้กที่ผสานสองความต้องในหนึ่งเดียว

เลอโนโวตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจที่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่พกพาง่ายแบบแท็บเล็ตแต่สามารถใช้งานได้ครบครันแบบโน๊ตบุ๊กด้วย Lenovo ThinkPad Helix อัลตร้าบุ้กแบบคอนเวอร์ทิเบิลระดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ ที่เบากว่าเดิมถึง 12% ด้วยน้ำหนักรวมพียง 835 กรัม และบางกว่าเดิมถึง15% เหลือเพียง 0.38 นิ้ว

Lenovo ThinkPad Helix อัลตร้าบุ้กแบบ 2-in-1 ประกอบขึ้นด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟ์ตแวร์คุณภาพอันดับหนึ่งโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ M เพิ่มความสามารถในการประมวลผลเครื่องได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 30% นอกเหนือจากคุณภาพและความทนทานตามมาตรฐานแบรนด์ ThinkPad Lenovo ThinkPad Helix ยังมีดีไซน์ที่สวยงามเรียบหรูเหมาะกับนักธุรกิจ ผิวสัมผัสแบบ Aluminum ช่วยให้การถือเครื่องทำได้ง่ายไม่หลุดมือ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงซึ่งนานกว่ารุ่นก่อนถึง 60 เปอร์เซ็นต์

ผู้ใช้งานสามารถเลือกรุ่นใช้งานได้ตามความเหมาะสม โดยรุ่นอัลตร้าบุ้ก คีย์บอร์ดให้พลังแบตเตอรี่ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และรุ่นอัลตร้าบุ้ก โปร คีย์บอร์ด ให้พลังงานได้มากกว่า ถึง 12 ชั่วโมง Lenovo ThinkPad Helix ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ Gorilla® Glass ให้ความทนทาน แสดงผลแบบ Full HD  เครื่องสามารถใช้งานร่วมกับปากกาดิจิไทเซอร์ เพิ่มความสะดวกในการจดบันทึก ลงลายเซ็น และการกรอกแบบฟอร์มต่างๆได้อีกด้วย

เดสก์ท๊อปออล-อิน-วันแบบแยกชิ้นส่วนได้เครื่องแรกจากเลอโนโว

TIO 23Lenovo ThinkCentre Tiny-in-One (TIO) 23 หรือไทนี่-อิน-วัน 23 คือ ออล-อิน-วันเดกส์ท๊อปรุ่นใหม่ที่แยกชิ้นส่วนได้เพื่อการใช้งานที่คล่องตัว ซึ่งเลอโนโวพัฒนาขึ้นจากความคิดเห็นของลูกค้าธุรกิจที่ต้องการดีไวซ์ที่สามารถใช้งานได้แบบ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ โดยได้นำหน้าจอมอนิเตอร์เลอโนโวขนาด 23 นิ้ว เชื่อมกับ Tiny พีซีที่สามารถเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ได้ตามกาลเวลาโดยใช้หน้าจอเดิม

เลอโนโว ไทนี่-อิน-วัน 23 ติดตั้งง่ายเพียง 2 ขั้นตอน โดยผู้ใช้งานเลือกซื้อ ThinkCentre M223L ที่ต้องการซึ่งมาพร้อมหน้าจอHD ขนาด 23นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 โดยสามารถปรับหน้าจอให้ได้มุมองศาที่สะดวกต่อการใช้งาน และเลือก ไทนี่-อิน-วัน ตัวที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากที่สุด ซึ่งไทนี่-อิน-วัน มาพร้อมตัวล็อกแบบ K-Lock ที่ช่วยยึด Tiny กับจอมอนิเตอร์เพื่อความปล่อยภัยของผู้ใช้งาน ขั้นตอนการติดตั้งต่อมาคือการนำสายเคเบิ้ลมาเชื่อมต่อระหว่าง Tiny กับจอมอนิเตอร์ ไทนี่-อิน-วัน มีช่องUSB ไว้รองรับการเชื่อมต่อถึง 8 ช่องเพื่อเป็นตัวเลือกในการใช้งาน ผู้ใช้จึงทำงานได้อย่างมืออาชีพไม่มีสะดุด

ผู้ใช้งานในองค์กรรัฐ, หน่วยงานการศึกษา และหน่วยงานด้านบริการต่างๆจะพึงพอใจกับความสามารถและความคล่องตัวของ ไทนี่-อิน-วัน  ซึ่งสามารถถอดเข้า-ออกเพื่อนำไปเชื่อมต่อกับหน้าจอ ThinkCenter M223L ได้อย่างง่ายดายในทุกที่ ทั้งยังสามารถนำ ไทนี่-อิน-วัน  ไปอัพเกรด, อัพโหลดข้อมูลต่างๆหรือนำไปซ่อมแซมเมื่อชำรุดได้สะดวกเพราไม่ต้องพกหน้าจอมอนิเตอร์ไปเหมือนเดกส์ท๊อปรุ่นอื่นๆ ผู้ใช้งานในภาคธุรกิจสามารถวางใจด้านความปลอดภัยจากระบบกุญแจแบบ K-Locked โดยแค่ผู้ถือกุญแจเท่านั้นที่สามารถถอด Tiny ออกจากจอมอนิเตอร์ได้  ไทนี่-อิน-วัน 23 จะเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานคอมพิวเตอร์ให้เป็นเรื่องง่าย ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเดกส์ท๊อปทั่วๆไป

 

ดีแทคชี้ยอดขายสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นบาทสุดฮิต  พร้อมเผย  3 อันดับสมาร์ทโฟนเซลฟี่ขั้นเทพ


image001

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาตลาดสมาร์ทโฟนมียอดขายพุ่งเป็นกระทิงดุ โดยเฉพาะรุ่นที่มีราคาต่ำกว่าหมื่นบาทมีตัวเลือกออกมามากมายหลายรุ่น ทั้งอินเตอร์แบรนด์และเฮ้าส์แบรนด์ เปิดตัวทะลักเข้าสู่ตลาด เปลี่ยนผ่านเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่ๆ สเป็กสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังมีราคาที่ถูกคุ้มค่า จนกลายเป็นแฟชั่น ที่ไม่ได้เพิ่มเสน่ห์ด้านรูปลักษณ์ให้กับผู้ใช้ แต่ยังมอบสุดยอดประสบการณ์การสื่อสารที่นึกไม่ถึงอีกด้วย

จากการรวบรวมข้อมูลยอดขายสมาร์ทโฟนของดีแทคในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน 2557 พบว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจคือ

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ขายดี 5 อันดับแรก Top 5 new release Smartphone

  1. ออปโป้ นีโอ 5 สมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G ในราคาเพียง 5,990 บาท เร็วทุกสัมผัส ง่ายทุกการใช้งาน
  2. ออปโป้ เอ็นวัน มินิ ที่มีกล้องหมุนได้ 13 ล้านพิกเซล 195 องศา สนุกกับการการถ่ายภาพไม่มีที่สิ้นสุด
  3. เอชทีซี วัน อี 8 สมาร์ทโฟนที่รองรับ 4G จากค่าย HTC ที่มาพร้อมเสปคขั้นเทพในราคาที่คุ้มค่า
  4. ซัมซุง กาแล็คซี่ เมกะ 2 แอลทีอี สมาร์ทโฟนจอใหญ่ที่สุดขนาด 6 นิ้วความละเอียดระดับ HD พร้อมรองรับ 4G
  5. ซัมซุง กาแล็คซี่ เอซ 4 สมาร์ทโฟนราคาคุ้มค่า ด้วยหน้าจอขนาด 4นิ้ว มาใหม่พร้อมกล้องหน้าสำหรับ Selfie

สุดยอดสมาร์ทโฟนสำหรับเซลฟี่ Top 3 Selfie Smartphone สำหรับผู้ที่รักการเซลฟี่ ถ่ายรูปตัวเอง หรือกลุ่มเพื่อนเป็นชีวิตจิตใจต้องไม่พลาด

  1. ออปโป้ เอ็นวัน มินิ ด้วยเอกลักษ์กล้องหมุนได้ความละเอียด 13 MP ระบบประมวลภาพอัจฉริยะ Pure Image Engine พร้อม LED Flash และระบบ Beauty Plus จาก OPPO ไม่ว่าจะถ่าย Selfie มุมไหนก็ออกมาสวย หล่อแน่นอน ด้วยนวัตกรรมกล้องหมุนได้ต้องยกให้ออปโป้ เอ็นวัน มินิ เป็นอันดับ 1 สำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายรูปเซลฟี่
  2. เอชทีซี วัน อี 8 ด้วยกล้องหน้า 5MP เก็บภาพครบทุกรายละเอียด และใช้เลนส์มุมกว้างที่ช่วยให้เก็บภาพรอยยิ้มกว้างๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ Touch Up ในตัวสำหรับปรับสีผิวและรายละเอียดบนใบหน้าให้สวยงาม และแสดงตัวนับเวลาถอยหลังอยู่ข้างๆ เพื่อให้โพสท่าถ่ายรูปได้เพอร์เฟ็คทุกครั้ง

3 . แอลจี จี3 ด้วยหน้าจอระดับ 5.5 นิ้ว Quad HD และกล้องหน้าที่ให้ภาพที่ดีที่สุด คมชัดกว่าที่เคยด้วยเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ เมื่อถ่ายภาพเซลฟี่ ด้วยกล้องหน้า แฟลชในตัวเครื่องช่วยให้ภาพดูสดใสมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นถ่ายรูปเซลฟี่ที่ช่วยให้ถ่ายรูปเซลฟี่ได้อย่างสนุกและง่ายดายด้วยท่าทางต่างๆ

5 อันดับแบรนด์มือถือยอดนิยม ในราคาสูงกว่า 10,000 บาท

  1. แอปเปิล (Apple)
  2. เอชทีซี (HTC)
  3. ซัมซุง (Samsung)
  4. ออปโป้ (OPPO)
  5. โนเกีย (Nokia)

5 อันดับแบรนด์มือถือยอดนิยม ในราคาต่ำกว่า10,000 บาท

  1. ดีแทค ไตรเน็ต โฟน (dtac TriNet Phone)
  2. ซัมซุง (Samsung)
  3. โนเกีย (Nokia)
  4. ออปโป้ (OPPO)
  5. เอชทีซี (HTC)

5 อันดับแบรนด์มือถือยอดนิยม Top 5 by Brand

  1. ดีแทค ไตรเน็ต โฟน (dtac TriNet Phone)
  2. ซัมซุง (Samsung)
  3. แอปเปิล (Apple)
  4. เอชทีซี (HTC)
  5. โนเกีย (Nokia)

การจัดอันดับสมาร์ทโฟนเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าตลาดอยู่ในช่วงของการผลัดเปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนเข้าสู่สมาร์ทโฟนเครื่องแรก หรือยอดการเติบโตของสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นบาทในไตรมาสที่ 3 มียอดเติบโตขึ้นเป็น 2 เท่าจากไตรมาสที่ 2 ของปี 2014

ขนส่งทางบกให้บริการชำระภาษีรถผ่านเว็บไซต์ www.dlte-serve.in.th


lo

นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้ขยายช่องทางการรับชำระภาษีรถหลากหลายช่องทาง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจากสถิติการให้บริการรับชำระภาษีรถประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ผ่านช่องทางต่าง ๆ  ซึ่งช่องทางการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ http://www.dlte-serve.in.th เฉพาะเดือนตุลาคม 2556 – เดือนกรกฎาคม 2557มีประชาชนใช้บริการจำนวน 32,748ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 62,528,226.09บาท โดยการรับชำระภาษีผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนับเป็นช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย สามารถดำเนินการได้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่

สำหรับขั้นตอนการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เจ้าของรถเพียงเข้าไปดำเนินการในเว็บไซต์ http://www.dlte-serve.in.th ลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบการชำระภาษี ซึ่งสามารถชำระภาษีรถผ่านระบบอินเทอร์เน็ตล่วงหน้าก่อนครบกำหนด 3เดือน โดยเลือกชำระเงินผ่านการหักบัญชีเงินฝาก หักจากบัตรเครดิต หรือพิมพ์ใบแจ้งหนี้เพื่อชำระผ่านธนาคารหรือเคาน์เตอร์เซอร์วิส ซึ่งปัจจุบันเจ้าของรถยังสามารถชำระภาษีรถประจำปีด้วยระบบอินเทอร์เน็ตที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศได้ทันที

สำหรับรถที่จะชำระภาษีประจำปีผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ได้แก่ รถเก๋ง รถปิคอัพ รถตู้ ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี โดยรถดังกล่าวต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถ ต้องไม่ค้างชำระภาษีรถประจำปีเกินกว่า 3 ปี รวมทั้งต้องมีกรมธรรม์ประกันภัย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่มีอายุความคุ้มครองไม่น้อยกว่า 3 เดือน ในกรณีที่รถใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิง ต้องมีหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์การติดตั้งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงด้วย

เจมาร์ท ลุยตลาดสมาร์ทโฟนโค้งสุดท้าย ส่ง “jFone” ซีรีส์ใหม่ลงตลาด


9P6A0162 (1)เจมาร์ท สร้างสีสันตลาดมือถือสมาร์ทโฟนโค้งสุดท้าย เปิดตัวjFone” รุ่นใหม่ล่าสุด Alpha 3G Series ตอบสนองทุกความต้องการใช้งานในราคาสุดคุ้ม เน้นจับกลุ่มลูกค้าทั่วไปและผู้เริ่มใช้สมาร์ทโฟน พร้อมทุ่มงบกว่า 3 ล้านบาท อัดแคมเปญโดนใจ jFone แจกล้าน รวยทั้งเงิน รวยทั้งทอง” หวังดันยอดขายเจโฟนทุกรุ่น มั่นใจไตรมาส 4 ยอดขายเจโฟนทะลุ 160 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายเจโฟนในครึ่งปีหลังสูงขึ้น 200% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก

นายดุสิต สุขุมวิทยา ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท เจ มาร์ทจำกัด (มหาชน) ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมชั้นนำของเมืองไทย เปิดเผยว่า เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังตลาดโทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาด 4-5 นิ้ว รุ่นราคาต่ำกว่า 3,000 บาท โดยล่าสุด เจมาร์ท ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือแบรนด์ เจโฟน (jFone) รุ่นใหม่คือ Alpha 3G Series ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการใช้งาน ทั้งในแง่ของคุณภาพ ดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ       ในราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้

สำหรับรายละเอียดของ Alpha 3G Series เป็นกลุ่มโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ประกอบด้วย 1.รุ่น Alpha 3G S502 ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิคกับตัวเครื่องสีดำ ขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว มาพร้อม CPU Dual-core ความเร็ว 1.2 GHz ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ความละเอียดของกล้อง 5 ล้านพิกเซล วางจำหน่ายในราคา 2,990 บาท 2. รุ่น Alpha 3G  S406 Plus  ขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว มาพร้อมCPU Dual-core ความเร็ว 1.0 GHz ความละเอียดของกล้อง 3 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ราคาจำหน่ายที่ 2,390 บาท และ 3.รุ่น Alpha 3G S410 ขนาดหน้าจอมา 4 นิ้ว CPU Dual-core ความเร็ว 1.0 GHz พร้อมความละเอียดของกล้อง 5 ล้านพิกเซล ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ วางจำหน่ายที่ราคา 1,890 บาท

นอกจากนี้เพื่อตอบสนองในกลุ่มตลาดล่างได้เพิ่ม Value Series ซึ่งเป็นโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟน ประกอบด้วย 1.Value TV มือถือ 2 ซิม ดูทีวีได้ ขนาดเล็กบางเบา วางจำหน่ายในราคา 850 บาท และ Value 003 มือถือ 2 ซิม ราคาจำหน่ายที่ 590 บาท โดยเจโฟน ทั้ง 2 ซีรี่ส์จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2557 เป็นต้นไป ภายในเจมาร์ท ช็อป ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมรับประกันเปลี่ยนเครื่องทันทีภายใน 14 วัน หรือเพิ่มเป็น 30 วัน เมื่อสมัครบัตร Mobile Plus ด้วยการรับประกันสินค้าและคุณภาพของสินค้าที่เน้นบริการหลังการขายในมาตรฐานระดับสากล

“ในการเปิดตัว เจโฟน ครั้งนี้เราได้คัดสรรโทรศัพท์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าหลากหลายขึ้น ในราคาสุดคุ้ม และเชื่อว่าเจโฟนจะมียอดขายที่มากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายยอดขายเจโฟน สิ้นไตรมาส 4/2557 ประมาณ 75,000 เครื่อง หรือคิดเป็นมูลค่า 160 ล้านบาท” นายดุสิต กล่าว

ด้าน นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เจ มาร์ทจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับงบประมาณการทำตลาดเจโฟนในไตรมาส 4/2557 วางไว้ที่ 6 ล้านบาท  ทั้งในรูปแบบการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วไป  พร้อมกันนี้ได้จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายสุดโดนใจ!! ในแคมเปญ  jFone แจกล้าน รวยทั้งเงิน รวมทั้งทอง”  เมื่อลูกค้าซื้อโทรศัพท์เจโฟนรุ่นใดก็ได้รับ 1 สิทธิ์ในการลุ้นของรางวัลมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ดังนี้ รางวัลที่ 1 ลุ้น”บัญชีเงินฝาก” มูลค่า 200,000 บาท จำนวน 1 รางวัล, รางวัลที่ 2 ลุ้น”บัญชีเงินฝาก” มูลค่า 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล, รางวัลที่ 3 “บัญชีเงินฝาก” 50,000 บาท, รางวัลที่ 4 “ทองคำ”มูลค่า 20,000 บาท จำนวน 25 รางวัล รวมมูลค่า 500,000 บาท, รางวัลที่ 5 “jFone รุ่น S404” มูลค่า 2,790 บาท จำนวน 60 รางวัล รวมมูลค่า 167,400 บาท

กติการ่วมสนุกง่ายซื้อโทรศัพท์เจโฟนรุ่นใดก็ได้รับ 1 สิทธิ์ เพียงส่งหมายเลข IMEI มาที่เบอร์ 4694100 เริ่มส่งชิงโชคได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2557 – 18 มกราคม 2558 และสามารถติดตามการประกาศผลรางวัลได้ทาง http://www.facebook.com/JaymartThailand

“โอลิมปัส” ส่ง Olympus PEN Lite E-PL7 เอาใจคนชอบ “เซลฟี่”


DSC_6370 (1)

โอลิมปัส ปฏิวัติวงการกล้อง ตอกย้ำความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในตลาดกล้องถ่ายภาพ เปิดตัวนวัตกรรมกล้องระดับพรีเมี่ยมใหม่ล่าสุด Olympus PEN Lite E-PL7 ยกระดับการถ่ายภาพด้วยการทำงานควบคู่กับสมาร์ทโฟน พร้อมแชร์รูปผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ทันที มั่นใจว่านวัตกรรมใหม่ล่าสุดนี้สามารถครองใจและตอบโจทย์คนรักการถ่ายภาพ ทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ช่างภาพระดับมืออาชีพจนถึงคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ มั่นใจแนวโน้มกล้องในกลุ่มมิลเลอร์เลส นี้จะเข้ามาแทนที่กล้อง DSLR อย่างแน่นอน

มร.ชินโช อิเคดะ กรรมการและผู้จัดการแผนกผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพ บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า“เพื่อตอบสนองความต้องการไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายรูป โดยเฉพาะการถ่ายภาพตัวเองหรือเซลฟี่ (Selfie) พร้อมแชร์รูปภาพที่ประทับใจผ่านทางเว็บไซต์หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อเป็นการตอบโจทย์นี้ ทางโอลิมปัสจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์กล้องระดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ล่าสุดOlympus PEN Lite E-PL7” กล้องชนิดถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ น้องใหม่ในตระกูล PEN ขนาดกะทัดรัดออกแบบสำหรับผู้ใช้งานที่มีความแอคทีฟ ชอบแชร์รูปไปยังโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค มาพร้อมกับฟีเจอร์ “touch” ทัชสกรีนแบบพลิกหมุนลงได้ 180 องศา และเทคโนโลยีการถ่ายภาพตัวเองแบบ Selfie นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนในการควบคุมการทำงานของกล้องและแชร์รูปได้เป็นอย่างดี โดยระดับราคากล้อง Olympus PEN Lite E-PL7 เริ่มต้นที่ 20,000 – 30,000 บาท

นอกจากการเปิดตัวของ Olympus PEN Lite E-PL7 โอลิมปัสได้แนะนำ เลนส์เทเลซูมระดับมืออาชีพ M.Zuiko Digital ED 40-150mm f2.8 PRO เลนส์ซูมระยะไกลระดับมืออาชีพ ครอบคลุมระยะ 80 – 300 มม.เทียบเท่าพร้อมความสว่างของรูรับแสงคงที่ f2.8 ครั้งแรกของโลกกับระบบออโต้โฟกัสแบบ twin-VCM powered AF และการออกแบบที่ทนทานต่อสภาพอากาศต่างๆ โดยสามารถใช้งานร่วมกับกล้องOM-D กล้อง PEN และกล้อง Micro Four Thirds ทุกรุ่น มีประสิทธิภาพด้านออปติคัลสูงมาก มีโครงสร้างที่ทนทานต่อสภาวะการใช้งานที่มีฝุ่นเยอะ และป้องกันละอองน้ำ เลนส์มีความทนทานสูง นับเป็นเลนส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของช่างภาพที่มองหาเลนส์ที่อัดแน่นประสิทธิภาพและความคล่องตัว รองรับทุกการใช้งานระดับมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ยังถือเป็นการกลับมาอีกครั้งสำหรับ Flagship model รุ่น OM-D E-M1 ที่เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ ตอบสนองการใช้งานในการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ พร้อมทั้งเปิดตัวตัวกล้องสีเงินอย่างเป็นทางการ มีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่น 2.0 สำหรับกล้อง OM-D E-M1 จะช่วยเพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ เสริมประสิทธิภาพสูงสุดให้กับกล้อง ในส่วนของผู้ใช้ OM-D E-M1 เฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นปัจจุบัน สามารถติดตั้งเฟิร์มแวร์ใหม่นี้ได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

ด้านนางสาวภาธิณี เลี้ยงหิรัญกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัว Olympus PEN Lite E-PL7 ว่า “ทางบริษัทฯ ได้ตั้งงบการตลาดไว้ 40% สำหรับใช้ในการสื่อสารทางการตลาดแบบครอบคลุมและครบวงจร เพื่อสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มเป้าหมายคน รุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการเซลฟี่ ทั้งนี้กิจกรรมทางการตลาดจะรวมทั้งการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ และกิจกรรมที่ให้ความใส่ใจเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง อาทิ การจัดสัมมนาและการฝึกอบรม และหลังจากที่ได้เปิดตัวกล้องรุ่นนี้อย่างเป็นทางการแล้ว บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้นไปจนถึงสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน”

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้เติบเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมองว่าช่วงครึ่งปีหลังตลาดกล้องกลับมาคึกคักมากขึ้น หลังจากสัญญาณปัจจัยภายนอกเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับหลายๆ บริษัทเริ่มที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับช่วงไตรมาส 4 ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของตลาดกล้องผู้บริโภคเริ่มมองหากล้องที่เทคโนโลยีล้ำสมัย ใช้งานง่าย เพื่อเก็บภาพที่ตนเองประทับใจเมื่อเดินทางออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงเทรนด์การเซลฟี่ที่หลายคนต้องมองหากล้องที่มีคุณภาพมาถ่ายรูปตัวเอง

เอไอเอส เดินหน้ากิจกรรม“อุ่นใจจัดเต็ม” จัดจริง แจกกระจาย เซอร์ไพรส์สุดๆ


D3S_3752_1

นายสุรวัตร ชินวัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานการตลาดด้านลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เราต้องการมอบความพิเศษให้แก่ลูกค้าเอไอเอส 3G ทั้งฐาน เพื่อขอบคุณที่มอบความไว้วางใจใช้บริการเอไอเอสอย่างต่อเนื่อง ตอบสนอง Lifestyle การใช้ชีวิตประจำวัน ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความอร่อยอินเทรนด์, แพ็คเกจค่าโทรพิเศษหลากหลายรูปแบบและส่วนลดเครื่องสมาร์ทโฟนราคาพิเศษสุดๆ  ดังนั้นจึงเริ่มโครงการ “อุ่นใจจัดเต็ม” ขึ้น โดยเริ่มต้นในเดือนกันยายนนี้เป็นครั้งแรก”

“อุ่นใจจัดเต็ม” ครั้งนี้ มอบ 3 ความเซอร์ไพรส์แบบจัดเต็ม คือ 1. รับฟรี! แมคฯ เบอร์เกอร์ 50,000 ชิ้นทั่วประเทศ  2. รับค่าโทรฟรีทุกเครือข่าย 30 นาที จำนวน 300,000 แพ็ค และ 3. ลดกระหน่ำสมาร์ทโฟนสุดฮิตกว่า 90%

นายสุรวัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า “อุ่นใจจัดเต็ม” จะใช้ช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทาง Social Network ของเอไอเอส เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook และ Web site โดยตั้งใจจะมอบความเซอร์ไพรส์สลับสับเปลี่ยน หมุนเวียนกันไป และจะจัดเต็มในลักษณะนี้ทุกเดือนจากนี้เป็นต้นไป  ลูกค้า เอไอเอส 3G ทั้งฐาน ทั่วประเทศ เตรียมเซอร์ไพรส์ได้เลย”

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.