เพย์สบาย ควงแขนมาสเตอร์การ์ด และธนชาต เปิดบริการใหม่ “PAYSBUY MasterCard”


01

เพย์สบาย ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด และธนชาต เปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด “PAYSBUY MasterCard” เร่งเครื่องกระตุ้นตลาดอีคอมเมิร์ช เปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งรับเทรนด์คนรุ่นใหม่กับร้านค้าออนไลน์ที่รับบัตรมาสเตอร์การ์ด เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่จำกัดค่าย สะดวก ปลอดภัย ควบคุมการใช้จ่ายได้ด้วยตนเอง ตั้งเป้าสิ้นปี 2557 มียอดการใช้จ่ายในร้านค้าออนไลน์ผ่านบัตรดังกล่าวมูลค่ารวม 36 ล้านบาท

บริษัท เพย์สบาย จำกัด ในเครือดีแทค ผู้นำการให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์และระบบการชำระเงินออนไลน์ในประเทศไทย ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด ผู้นำด้านนวัตกรรมและการชำระเงินระดับโลก และธนาคารธนชาต เปิดตัว “PAYSBUY MasterCard” บัตร Virtual Prepaid Card ซึ่งมีหมายเลขบัตร 16 หลักเสมือนบัตรเครดิต ใช้สำหรับซื้อสินค้าและบริการบนร้านค้าออนไลน์ โดยเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-wallet ของเพย์สบายซึ่งเป็นกลไกในการควบคุมวงเงิน เน้นการสมัครที่ง่าย รองรับผู้ใช้บริการมือถือทุกเครือข่าย โดยเพย์สบายคาดว่าบริการนี้จะกระตุ้นการตลาด E-commerce ในภาพรวม ตั้งเป้าจำนวนธุรกรรมเฉลี่ยเดือนละ 20,000 รายการ ด้วยค่าใช้จ่ายผ่านบัตรรวม 36 ล้านบาทภายใน ปี 2557 และเพิ่มเป็น 150 ล้านบาทในปี 2558

นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพย์สบาย จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมาภาพรวมอุตสาหกรรมตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ หรือ E-commerce อยู่ในเกณฑ์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการทำธุรกรรมซื้อขายออนไลน์แบบ B2C คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 120,000 ล้านบาท  ปัจจุบันเพย์สบายมีฐานสมาชิกประมาณ 500,000 ราย โดย 45% เป็นกลุ่มผู้ใช้งานอายุระหว่าง 15 – 30 ปี ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ รักการช้อปปิ้ง ทันสมัย อินเทรนด์ และต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง ซึ่งเดิมผู้ใช้งาน E-wallet จะถูกจำกัดให้ซื้อสินค้ากับร้านค้าที่รับชำระด้วยเพย์สบายเท่านั้น เราเชื่อว่าบริการนี้จะอำนวยความสะดวกในการชำระเงินของคนกลุ่ม

นี้เพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถชำระเงินให้กับทุกร้านค้าที่รับบัตรเครดิตได้ทันที และยังมองเห็นโอกาสในการขยายฐานไปให้บริการกลุ่มผู้ใช้มือถือทุกค่าย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวมถึง 93 ล้านเลขหมาย ให้ได้รับความสะดวกในการจับจ่ายออนไลน์ เนื่องจากบัตรนี้รองรับการใช้งานทั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือ”

ทางด้าน มิสเตอร์ แอนโทนิโอ คอร์โร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและพม่า มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “ตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต โดยความร่วมมือในครั้งนี้ มาสเตอร์การ์ดพร้อมสนับสนุนการเติบโตของธุรกรรมการเงินออนไลน์ ผู้คนสามารถเข้าไปใช้บริการและทำธุรกรรมได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องกังวลในเรื่องของความปลอดภัย เพียงกรอกหมายเลขบัตร รหัสซีวีซี2 (card verification code – cvc2) วันที่หมดอายุของบัตร และชื่อผู้ถือบัตร ซึ่งหมายความว่าเฉพาะผู้ถือบัตรเท่านั้นที่รู้รหัส CVC2 และเป็นผู้เดียวที่สามารถเข้าถึงรหัส และการใช้จ่ายออนไลน์ได้อย่างอุ่นใจในความปลอดภัย จึงมั่นใจว่าบริการนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีเพราะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

ทั้งนี้ ทาง มิสเตอร์ ฌอง-มาร์ค ดาแลร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะธนาคารชั้นนำที่มีความพร้อมทางด้านระบบและบุคคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการออกบัตรเครดิตและบัตรเดบิตแก่ลูกค้ารายย่อย มองเห็นศักยภาพของตลาดธุรกรรม e-commerce ในประเทศไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นธนาคารพาณิชย์เพียงธนาคารเดียวที่ร่วมมือกับ PAYSBUY และ MasterCard ในการพัฒนาและให้บริการออกบัตร Virtual Prepaid Card เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ และความต้องการของลูกค้าในการช้อปปิ้งออนไลน์อย่างไร้ขีดจำกัด ในครั้งนี้ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) มีความมั่นใจในการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินการของโครงการนี้

“PAYSBUY MasterCard” ไม่เพียงสร้างความสะดวกสบาย ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้จ่ายให้กับลูกค้า แต่ยังเป็นบริการที่กระตุ้นในตลาดอีคอมเมิร์ชของไทยให้มีความตื่นตัวมากขึ้น โดยเชื่อว่าจะทำให้ร้านค้าหันมาเปิดรับชำระด้วยช่องทางบัตรเครดิตเพิ่มมากขึ้น” นายสมหวัง กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครบัตรวันนี้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ได้ที่ https://www.paysbuy.com/paysbuycard  พร้อมโปรโมชั่นพิเศษรับคืนเงินเข้า PAYSBUY Wallet ที่ผูกกับบัตร 100 บาท เมื่อใช้จ่ายครั้งแรก 300 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2557

 

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Surface Pro 3สร้างนิยามใหม่ของการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ


Haresh Khoobchandani and Ekaraj Panjavinin (1)

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดตัว Surface Pro 3 เดินหน้าบุกเบิกนวัตกรรมดีไวซ์กลุ่มใหม่ ที่มอบประสิทธิภาพสูงระดับเดียวกับแล็ปท็อปพีซีเต็มรูปแบบ ในรูปลักษณ์บางเบาของแท็บเล็ต ภายใต้แนวคิด “แท็บเล็ตที่สามารถแทนที่แล็ปท็อปของคุณ” พร้อมวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่าย บานาน่า ไอที และ ไอที ซิตี้ ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Surface Pro 3 เป็นดีไวซ์หนึ่งเดียวที่สามารถนำคุณสมบัติที่ผู้บริโภคต้องการในแท็บเล็ตและแล็ปท็อปมารวมอยู่ในเครื่องเดียวอย่างลงตัว ครบครันด้วยการออกแบบเพื่อฟังก์ชันการใช้งาน ความคล่องตัว และความบันเทิงสูงสุด ด้วยตัวเครื่องที่มีความบางเพียง 9 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 800 กรัม แต่เปี่ยมด้วยพลังของโปรเซสเซอร์ อินเทล® คอร์™ เจนเนอเรชั่นที่ 4 Surface Pro 3 จึงถือเป็นพีซีที่บางและเบาที่สุดที่เคยมีมา ส่วนหน้าจอคมชัดระดับ Full HD ขนาด 12 นิ้ว ขาตั้งที่ปรับระดับกว่า 150 องศา ปากกา Surface Pen ลำโพงระบบ Dolby® Audio และแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานถึง 9 ชั่วโมง ก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการพักผ่อน

Surface Pro 3 มาคู่กับ Surface Pen ปากกาพิเศษที่สามารถอ่านแรงกดได้ถึง 256 ระดับ จึงทำให้การวาดภาพหรือการเขียนงานเป็นธรรมชาติ ราวกับใช้ปากกาและกระดาษจริง ส่วนอุปกรณ์เสริมอย่าง Surface Pro Type Cover (วางจำหน่ายแยกต่างหาก) ช่วยแปลงโฉมแท็บเล็ตให้กลายเป็นแล็ปท็อปเต็มรูปแบบในชั่วพริบตา ผนวกกับระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 8.1 โปร ที่มอบฟังก์ชันการใช้งานครบครันด้วยแอพพลิเคชั่นคุณภาพของวินโดวส์ที่คุ้นเคยและแอพสำหรับทัชสกรีนกว่า 155,000 แอพบนวินโดวส์ สโตร์

นายฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ไมโครซอฟท์มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อการทำงานบนแพลตฟอร์มที่ตอบสนองได้ทุกความต้องการในโลกยุคโมบายและคลาวด์ เราจึงมุ่งสร้างสรรค์ประสบการณ์การทำงานและการใช้ชีวิตดิจิตอลเพื่อผู้บริโภคอย่างถึงที่สุด ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานวินโดวส์ทั่วโลกกว่า 1.5 พันล้านคน ในรูปแบบของดีไวซ์ที่หลากหลายทั้งในรูปลักษณ์และขนาด และในวันนี้ เราก็พร้อมนำเสนอ Surface Pro 3 อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณสมบัติที่ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังมองหาอยู่ ด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความสมดุลและคล่องตัวของแท็บเล็ต และศักยภาพการใช้งานเต็มรูปแบบของแล็ปท็อป เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น”

ผลสำรวจคนไทยในวัยทำงานจำนวน 400 คนของไมโครซอฟท์ ชี้ให้เห็นว่า คนไทยมากถึง 85 % ยังใช้แล็ปท็อปเพื่อการทำงานเพียงอย่างเดียวและหันมาใช้แท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในบรรดา 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคในการสำรวจครั้งนี้ ด้วยเหตุนี้เอง คนไทยวัยทำงานกว่า 3 ใน 4 จึงมีดีไวซ์ในครอบครองมากกว่า 3 เครื่อง ทั้งสมาร์ทโฟน แล็ปท็อป แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เพื่อการใช้งานที่แตกต่าง และกว่า 58% ยังต้องพกพาทั้งแล็ปท็อปและแท็บเล็ต สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการดีไวซ์ใหม่ๆ ที่สามารถทำงานได้จริง  เพราะยังไม่มีแท็บเล็ตหรือดีไวซ์พกพาใดๆ ที่สามารถทดแทนความสามารถรวมของทั้งสองดีไวซ์ในการทำงาน การสื่อสาร และความบันเทิงสูงสุดได้อย่างแท้จริง

ด้านนายเอกราช ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการฝ่ายการบริหารสินค้าคอนซูเมอร์ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) เสริมว่า “ไลฟ์สไตล์การทำงานและการใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้มีความทับซ้อนและผสมผสานกัน จึงส่งผลให้ผู้บริโภคมองหา

ดีไวซ์ที่ช่วยให้การผสมผสานดังกล่าวง่ายและราบรื่นขึ้น เช่น Surface Pro 3 ซึ่งเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์เหนือชั้นของแล็ปท็อปพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ ของแท็บเล็ต ด้วยเหตุนี้เอง ผู้บริโภคในประเทศไทยจึงให้การตอบรับ Surface Pro 3 อย่างอบอุ่น จนกลายเป็นดีไวซ์ตระกูล Surface ที่มียอดขายรวดเร็วที่สุดในประเทศไทย”

ด้วยคุณสมบัติที่เอื้อต่อการใช้งานแบบเอนกประสงค์ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ การบริหารจัดการ และความปลอดภัย บริษัทระดับโลกหลายแห่งจึงวางใจเลือกใช้ Surface Pro 3 แทนที่แล็ปท็อปภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิ้ลยู กรุ๊ป, โคคา โคล่า หรือ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ หลุยส์ วิตตอง

ราคาและอุปกรณ์เสริม

Surface Pro 3 มีวางจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่น ในราคาเริ่มต้นที่ 29,500 บาท โดยทุกรุ่นมาพร้อมปากกา Surface Pen

Intel Core i3 / 64GB                                                                     29,500 บาท

Intel Core i5 / 128GB                                                                   35,500 บาท

Intel Core i5 / 256GB                                                                   44,500 บาท

Intel Core i7 / 256GB                                                                   53,900 บาท

Intel Core i7 / 512GB                                                                   69,900 บาท

คีย์บอร์ด Surface Pro Type Cover ที่มาพร้อมกับห่วงคล้องปากกา (Pen Loop) วางจำหน่ายที่ราคา 4,490 บาท

นอกจากการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ Surface Pro 3 ยังมีกำหนดวางจำหน่ายพร้อมกันใน 28 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม จีน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง ไอร์แลนด์ อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลักเซมเบิร์ก มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สิงคโปร์ สเปน สวีเดน ไต้หวัน และสหราชอาณาจักร

องค์กรที่สนใจสั่งซื้อ Surface Pro 3 เพื่อการใช้งานในภาคธุรกิจ สามารถรับข้อเสนอพิเศษในช่วงพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 สิงหาคม โดยติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด  บริษัท ภัทร โปรเกรส จำกัด  บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน)  บริษัท เมโทรซิสเต็มส์             คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด

Instagram เปิดตัวแอพใหม่ Hyperlapse ถ่ายวิดีโอ Time-lapse ได้ง่ายๆ บนมือถือ    


Hyperlapse_Thumb

วันนี้ (27 ส.ค.57) Instagram เปิดตัวแอพใหม่ล่าสุด Hyperlapse ซึ่งช่วยให้คุณสร้างสรรค์และแชร์วิดีโอแบบ time-lapse ได้อย่างง่ายดายผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอพใหม่นี้ได้ที่บล็อกของ Instagram  [add link]

iPhone - 2iPhone - 3

Time-lapse เป็นเทคนิคการถ่ายทำวิดีโอที่บันทึกภาพแต่ละเฟรมด้วยอัตราการแสดงภาพต่อวินาทีที่ต่ำกว่าปกติ จากนั้นเล่นภาพที่บันทึกด้วยอัตราการแสดงภาพต่อวินาทีระดับปกติ จึงทำให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวที่กินเวลานาน เช่น การบานของดอกไม้ ได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถบันทึกภาพดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นอย่างช้าๆ และใช้แอพ Hyperlapse เพื่อแสดงฟุตเทจทั้งหมดภายในเวลาไม่กี่วินาที Hyperlapse เหมาะสำหรับการบันทึกการเคลื่อนไหวของสิ่งที่มีขนาดใหญ่แต่เคลื่อนไหวช้า เช่น ก้อนเมฆ การเคลื่อนที่ของฝูงชน หรือทิวทัศน์ที่มองผ่านกระจกรถยนต์ เป็นต้น

จุดเด่นของ Hyperlapse อยู่ที่เทคโนโลยีกันภาพสั่นที่มีประสิทธิภาพเหนือระดับ โดยฟุตเทจที่สั่นจะได้รับการปรับให้ราบรื่นโดยอัตโนมัติ ให้ผลลัพธ์คล้ายกับการถ่ายทำภาพยนตร์

ความพิเศษอื่นๆ ของ Hyperlapse ได้แก่ Hyperlapse มีรูปแบบไม่ซับซ้อนและง่ายต่อการใช้งาน โดยมีปุ่มเริ่ม/หยุดการบันทึกภาพเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้แอพได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนเข้าใช้งานใดๆ อีกด้วย  , สามารถเลือกความเร็วของการเล่นวิดีโอใน Hyperlapse ได้ง่ายๆ แค่สัมผัสเพียงครั้งเดียว โดยเลือกความเร็วได้ตั้งแต่ 1x (ความเร็วปกติ) ไปจนถึง 12x  และวิดีโอ Hyperlapse สามารถแชร์ไปยังบัญชีผู้ใช้ Instagram หรือ Facebook ได้โดยตรงผ่านการกดเพียงครั้งเดียว หรือเลือกบันทึกไปยังอัลบั้มภาพของเครื่องเพื่อนำไปใช้ในภายหลังได้อีกด้วย

สามารถดาวน์โหลด Hyperlapse ผ่านทาง iTunes store ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ Instagram เป็นแหล่งรวมความสร้างสรรค์ในรูปแบบของภาพทุกประเภท แอพ Hyperlapse จาก Instagram จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้บันทึกและแชร์ช่วงเวลาประทับใจของพวกเขาได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

กสทช. เตรียมแจ้งให้ดีแทคชำระค่าปรับ 62.64 ล้านบาท ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด


takorn11

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. เตรียมส่งหนังสือแจ้งให้บ. โทเทิ่ล       แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ชำระค่าปรับทางปกครองจำนวน 62.64 ล้านบาท กรณีที่บริษัทฝ่าฝืนคำสั่งทางปกครองโดยไม่ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเก็บเงินล่วงหน้า หรือ พรีเพด ให้ถูกต้องครบถ้วน ภายหลังจากวานนี้ (26 ส.ค. 2557) ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้กลับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ชะลอการบังคับตามคำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองดังกล่าว เป็นให้ยกคำขอของผู้ฟ้องคดี (บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คำร้องอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง)

สำหรับค่าปรับทางปกครองจำนวน 62.64 ล้านบาทดังกล่าว เป็นค่าปรับทางปกครองที่เลขาธิการ กสทช. ได้กำหนดมาตรการบังคับทางปกครองให้บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราวันละ 80,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2555 จนถึงวันที่ 27 ส.ค. 2557 ทั้งนี้ เงินค่าปรับที่ได้รับทั้งหมดถือเป็นรายได้ของแผ่นดิน ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะนำส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจกรกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ต่อไป

นายฐากร ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ความเป็นมาของการกำหนดค่าปรับทางปกครองดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เลขาธิการ กสทช. ได้มีคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 64 แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ให้บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเก็บเงินล่วงหน้าตามข้อ 38 และข้อ 96 ของประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ให้ครบถ้วนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ต่อมาบริษัทได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งฯ และ กทค. ในการประชุมครั้งที่ 6/2556 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ได้พิจารณาอุทธรณ์ของบริษัทแล้วเห็นว่า คำสั่งทางปกครองของเลขาธิการ กสทช. ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงให้บริษัทฯ ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดของผู้ใช้บริการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งวันที่ได้รับหนังสือแจ้งมติ และสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามคำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่บริษัทก็ยังไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่ง

ต่อมา เลขาธิการ กสทช. ได้มีคำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองต่อกรณีนี้ ในอัตราวันละ 80,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2555 หลังจากนั้น บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้องเรื่องดังกล่าวต่อศาลปกครองโดยศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งของเลขาธิการ กสทช. ตามหนังสือลงวันที่ 30 พ.ค. 2557 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ซึ่งจากนั้น กสทช. และสำนักงาน กสทช. ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของศาลปกครองชั้นต้น และวานนี้วันที่ 26 ส.ค. 2557 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ยกคำขอของ   ผู้ฟ้องคดี (บ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน))

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ บ. ทรู มูฟ จำกัด ได้จ่ายค่าปรับจำนวน 34.96 ล้านบาท กรณีไม่ลงทะเบียนผู้ใช้บริการพรีเพด ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนข้อ 38 และข้อ 96 ของประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ให้แก่สำนักงาน กสทช. แล้วเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2557 ที่ผ่านมา สำหรับ บ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ศาลปกครองยังให้ความคุ้มครองอยู่ และคดียังไม่ถึงที่สุด

“สำนักงานฯ หวังว่าจะมีการลงทะเบียนเพิ่มขึ้น ซึ่งจากข้อมูลขณะนี้ พบว่ามีการลงทะเบียนซิมการ์ดเพิ่มขึ้นภายหลังจากที่สำนักงาน กสทช. ได้เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น 2 แชะ มาช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนซิมเติมเงินทั้งซิมเก่าและซิมใหม่ โดยเป็นการสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการใช้บริการข้อมูลส่วนตัวไม่รั่วไหล การลงทะเบียนด้วยสมาร์ทโฟนที่ใช้แอพ 2 แชะ จะไม่มีการบันทึกภาพและข้อมูลใดๆ ของประชาชนผู้มาลงทะเบียนไว้ในเครื่อง แต่จะส่งข้อมูลตรงไปเก็บไว้ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดย กสทช. สามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ รวมถึงการที่ผู้ให้บริการขยายจุดให้บริการเป็น 50,000 จุดทั่วประเทศแล้ว” นายฐากร กล่าว

LINE Rangers ฉลองยอดโหลด 20 ล้านครั้ง แจกของพรีเมี่ยม LINE มูลค่า 20 ล้านบาท!


Game Logo (1)

LINE ประกาศความสำเร็จของ LINE Rangers เกมต่อสู้ป้องกันฐาน (ให้บริการฟรีทั้งในระบบไอโฟนและแอนดรอยด์) ด้วยยอดดาวน์โหลดทั่วโลกสูงกว่า 20 ล้านครั้ง ณ วันที่ 20 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นการครบรอบ 6 เดือนหลังจากเปิดตัวเกมมาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อเป็นการฉลอง LINE ได้เตรียมของขวัญและโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับแฟนๆ เรนเจอร์โดยเฉพาะ

LINE Rangers เป็นเกมวางแผนต่อสู้ โดยมีตัวเอกเป็นคาแรกเตอร์ต่างๆ จาก LINE คาแรกเตอร์เรนเจอร์แต่ละตัวต้องต่อสู้เป็นทีม โดยผ่านด่านต่างๆ กว่าร้อยด่าน เพื่อไปช่วยน้องลูกเจี๊ยบแซลลี่ที่โดนกองทัพเอเลี่ยนจับตัวไป LINE Rangers สร้างความตื่นเต้น ให้แก่ผู้เล่นในหลายประเทศ อาทิ ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ และ อินโดนีเซีย ในประเทศไทย LINE Rangers ขึ้นติดอันดับ 1 ทั้งบน App Store และ Google Play

เมื่อเร็วๆ นี้ LINE Rangers ได้ปล่อยแผนที่ใหม่ “หุบเขาแห่งความตาย” พร้อม 7 ศัตรูตัวใหม่ให้คุณได้สนุกไปกับเกมมากยิ่งขึ้น และสมบัติใหม่ Wing Roller Skate ให้คุณได้ตามสะสมกัน นอกจากนี้ LINE ประเทศไทยยังเตรียมเรนเจอร์ 2 ตัวใหม่ บราวน์มวยไทย และ โคนี่กินรี คาแรกเตอร์เรนเจอร์ระดับ 5 ดาวทรงพลังที่จะมีในตัวเกมวันที่ 1 กันยายนนี้ พิเศษเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ LINE Rangers จัดอีเวนท์แจกรูบี้ฟรี เพียงแค่ล็อกอินเกม LINE Rangers ตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายนนี้ โดยเมื่อผู้เล่นล็อกอินวันที่ 1 กันยายน รับฟรีรูบี้ 20 อัน ล็อกอินวันที่ 2-30 กันยายน รับรูบี้ฟรีวันละ 5 อัน รวมทั้งสิ้น 165 รูบี้ และสำหรับผู้ที่ซื้อรูบี้ในระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน จะได้รับรูบี้เพิ่มอีก 30% ฟรีอีกด้วย

นอกจากนี้ ผู้เล่นยังมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารักจาก LINE รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เพียงเล่นเกม LINE Rangers ผ่านด่าน 50 ลุ้นรับเสื้อยืด LINE Rangers ลิขสิทธิ์แท้จากเกาหลี และเมื่อผ่านด่าน 132 ลุ้นรับ USB 8GB ลายแซลลี่ (โดยจะประกาศผู้โชคดีวันที่ 31 ตุลาคมและและจะส่งของรางวัลให้ผู้โชคดีภายในเดือนพฤศจิกายน 2557)

ดีแทครับมือปิดกั้นมัลแวร์ SMS อย่างทันสถานการณ์เพื่อให้ลูกค้าใช้งานไม่ได้รับผลกระทบ


 

dtac

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิล แอคเซส คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ระบุว่า จากสถานการณ์ผู้ใช้มือถือสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ได้รับข้อความ SMS ที่เป็นมัลแวร์ เพื่อให้ดาวน์โหลดไฟล์รูปแบบ .apk โดยเมื่อติดตั้งแอพพลิเคชั่นจากไฟล์ .apk ดังกล่าวลงในเครื่องแล้ว จะมีผลเสียต่อผู้ใช้งานเครื่องนั้นคือมือถือจะจัดการส่ง SMS ออกไปยังหมายแลขโทรศัพท์อื่นๆ ที่บันทึกอยู่ในรายชื่อในสมาร์ทโฟนเครื่องที่ใช้งานเองโดยอัตโนมัติ  และแพร่มัลแวร์ต่อไปยังผู้อื่นอย่างไม่รู้ตัวตามรูปแบบเดียวกัน นอกจากจะทำให้เสียค่าบริการส่ง SMS แล้ว ยังอาจจะมีผลเสียถึงการถูกขโมยข้อมูลอื่นๆ เพื่อนำไปใช้งานในทางมิชอบ

ทางดีแทคได้รับทราบปัญหาจากผู้ใช้งานเมื่อ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้มีการปิดกั้นการดาวน์โหลดจาก SMS ที่มีมัลแวร์นี้อย่างรวดเร็วในวันเดียวกัน จากลิงค์ http://goo.gl/AjT773 , http://goo.gl/YzeUVx , http://goo.gl/4cGR8f , http://goo.gl/q87XnM , http://goo.gl/npd8sd , http://goo.gl/WhVvXT , http://googl/AjTXXXX , http://goo.gl/INFLXN , http://goo.gl/pbS3Tj , http://goo.gl/Y , http://googl/AjT773  เป็นต้น  รวมทั้ง ปิดการส่ง SMS ที่แพร่กระจายจากมัลแวร์ดังกล่าว  หลังจากการแก้ไขโดยปิดกั้นการดาวน์โหลดจากเซิฟเวอร์อย่างรวดเร็วทันสถานการณ์นี้ จึงทำให้เกิดผลกระทบกับลูกค้าดีแทคน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ดีแทคได้ดำเนินการติดต่อลูกค้าในรายที่ติดมัลแวร์ถึงวิธีที่จะแก้ไขลบ (uninstall) มัลแวร์ที่ถูกติดตั้งในตัวเครื่อง และแนะนำการป้องกันเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น สำหรับลูกค้าในช่วงแรกที่ได้รับผลกระทบนั้น ทางดีแทคได้ปรับส่วนลดยอดค่าใช้บริการ SMS ที่เกิดขึ้นจากมัลแวร์นี้เพื่อให้ลูกค้าสบายใจและไม่ได้รับภาระค่าใช้จ่าย SMS ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้ทีมงานดีแทคจะเฝ้าระวังและอัพเดตมัลแวร์เพื่อป้องกันและปิดกั้นการดาวน์โหลดต่อไป รวมถึงจะดำเนินการแจ้งเตือนลูกค้าท่านอื่นๆ ให้ทราบผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย

ผลวิจัย TNS ปี 2557 ชี้ Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ครองใจคนไทยสูงสุด


fac1

Facebook เผยผลวิจัยข้อมูลเชิงลึกภายใต้การดำเนินการสำรวจโดย TNS เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ Facebook ในประเทศไทย พบว่าคนไทยใช้เวลาบน Facebook มากยิ่งขึ้น เข้าใช้งานจากสถานที่ต่างๆ หลากหลายขึ้นรวมถึงมีการใช้งานระหว่างกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวันเพิ่มมากขึ้น โดยเวลาที่ใช้บน Facebook ในฐานะแพลตฟอร์มคู่ใจสำหรับการค้นหาสิ่งใหม่ๆ สูงกว่าเวลาในการบริโภคสื่ออื่นๆ ทั้งสื่อดิจิตอล นิตยสาร และโทรทัศน์

ผลวิจัยสำคัญ ได้แก่ คนไทยส่วนใหญ่ที่ร่วมตอบแบบสำรวจใช้ Facebook (ร้อยละ 96) มากกว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ , ผู้ร่วมตอบแบบสำรวจยืนยันว่าพวกเขารู้สึกชอบที่จะติดต่อเพื่อนหรือคนรู้จักผ่าน Facebook มากกว่าการสื่อสารผ่านสื่อรูปแบบเดิมๆ และใช้เวลากับ Facebook โดยเฉลี่ย 2 ชั่วโมง 35 นาที ต่อวัน , ร้อยละ 68 ของผู้ใช้คนไทยเห็นหรือค้นหาข้อมูลสินค้าบน Facebook โดยร้อยละ 28 ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าบน Facebook ก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้า บริการ หรือ การเดินทางท่องเที่ยว

ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า ร้อยละ 57 ของคนไทยผู้ใช้ Facebook ค้นพบหรือรู้จักเกี่ยวกับสินค้า แบรนด์ หรือบริการต่างๆ เป็นครั้งแรกผ่านทาง Facebook ในขณะเดียวกัน มากกว่าร้อยละ 71 รับชมวิดีโอบน Facebook โดยร้อยละ 56 ใช้ Facebook โพสต์วิดีโอหรือลิงค์ของวิดีโออีกด้วย

นายแอร์โรว์ กัว หัวหน้ากลุ่มธุรกิจ SMBs กลุ่มประเทศจีน (จีน ไต้หวัน ฮ่องกง) และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Facebook กล่าวถึงผลสำรวจว่า “ด้วยการเข้าถึงการใช้งานโทรศัพท์มือถือกว่าร้อยละ 134  และจำนวนผู้ใช้งาน Facebook ในประเทศไทยมากถึง 27 ล้านคนต่อเดือน   ประเทศไทยจึงเป็นตลาดสำคัญที่เปี่ยมไปด้วยโอกาสสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของพวกเขาบน Facebook”

ปัจจุบัน ผู้ซื้อโฆษณามีตัวเลือกมากมายเมื่อต้องการช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มผู้รับสารเป้าหมาย  Facebook จึงเป็นช่องทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแบรนด์ต่างๆ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ในการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคลไปยังกลุ่มเป้าหมายของตน

“คนไทยมีปฏิสัมพันธ์บน Facebook อย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ พวกเขายังยินดีที่ได้ค้นพบเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งใหม่ๆ เป็นครั้งแรกบน Facebook เช่น ภาพยนตร์และสินค้าต่างๆ” แอร์โรว์ กัวกล่าว “สิ่งที่คนไทยเห็นบน Facebook ยังมีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อสินค้าเป็นอย่างมาก พวกเขาจะค้นหาคำแนะนำจากเพื่อนหรือคนรู้จักที่ไว้ใจ รวมทั้งศึกษาข้อมูลสินค้าบนเพจของแบรนด์ เมื่อต้องการค้นหาสินค้าใหม่ๆ หรือเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ ข้อมูลเชิงลึกนี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวางกลยุทธ์การตลาดสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี”

นาย พอล ศรีวรกุล กรุ๊ปซีอีโอ บริษัท aCommerce กล่าว“อุตสาหกรรมธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันยังมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอันใกล้ แบรนด์ต่างๆ จะต้องการขายสินค้าของพวกเขาในทุกช่องทาง โดยสถานที่ซื้อขายจะย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์ภายใต้ระบบบริหารจัดการเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะเข้าสู่ยุคของ O2O คอมเมิร์ซ (Online-to-Offline) ที่ซึ่งร้อยละ 65 ของธุรกรรมทางการเงินจะเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์และสิ้นสุดลงที่โลกออฟไลน์ ในขณะเดียวกัน Facebook จะมีความสำคัญมากกว่าการเป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างแบรนด์ โดยจะเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของแบรนด์ ผลการสำรวจของเราพบว่า Facebook ช่วยขับเคลื่อนการนำลูกค้าไปสู่ช่องทางการตลาดอื่นๆ โดยร้อยละ 58 ของยอดสั่งซื้อมาจากการโฆษณาบน Facebook”

fac

นายวีรธิป หรือ วิน ธนาพิสิทธิกุล ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Pomelo กล่าวว่า “เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในโลกยุคดิจิตอล แบรนด์จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวผ่านการผสมผสานระหว่างรูปภาพที่เตะตา ข้อความที่กระตุ้นความสนใจ และแพลตฟอร์มที่สร้างการเชื่อมโยงเข้าไว้ด้วยกัน จากประสบการณ์ของเรา Facebook ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดในการกำหนดกลุ่มผู้รับสารเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณการเข้าถึงผู้รับสาร สิ่งที่ทำให้ Facebook แตกต่างจากสื่อดั้งเดิมทั่วไปคือ Facebook ช่วยให้เราสามารถประเมินผลที่ได้รับจากแคมเปญเพื่อนำไปปรับปรุงกลยุทธ์ให้ดียิ่งขึ้นได้”

กมลวรรณ กอไพศาล ผู้อำนวยการการตลาดดิจิตอล บริษัท ออฟฟิศเมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“การนำเครื่องมือในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ของ Facebook มาผสมผสานกัน ทำให้เราสามารถระบุและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของสินค้าที่เราต้องการขายได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราเห็นผลจากแคมเปญพิเศษสำหรับสินค้าในหมวดความงาม ด้วยการเติบโตของผลตอบแทนมากกว่าที่ได้ลงทุนไปถึง 4 เท่า”

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.