อีริคสันชี้ 10 แนวโน้มฮ็อตของพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2557


Image

อีริคสันคอนซูเมอร์แล็บ ได้เปิดเผยถึงสิบแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่โดดเด่นที่สุด ในปี  2557 และอนาคต โดยเป็นเวลามากกว่า 15 ปี ที่อีริคสันคอนซูเมอร์แล็บ ได้ทำการวิจัย สำรวจคุณค่า พฤติกรรม และแนวทางการใช้งาน ที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์และบริการด้านไอซีที โดยงานวิจัยทั่วโลกของเรา อาศัยการสัมภาษณ์ผู้คนในแต่ละปี เป็นจำนวนมากกว่า 100,000 คน ในกว่า 40 ประเทศ และ 15 เมืองใหญ่

นาย ไมเคิล บียอน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของอีริคสันคอนซูเมอร์แล็บ กล่าวว่า “แนวโน้มที่สำคัญที่สุดที่เราสังเกตเห็น คือ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในแอ็พและบริการที่ครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรมและหลายภาคส่วนของสังคม ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตประจำวันของเราได้”

          1. แอพกำลังเปลี่ยนสังคมของเรา –การเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของสมาร์ทโฟนทั่วโลก ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีที่เราสื่อสารและใช้อินเตอร์เน็ตอย่างสิ้นเชิง ในปัจจุบัน เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่มีการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อประโยชน์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และมีคนจำนวนมากที่กำลังแสวงหาแอ็พเพื่อใช้ในหลายภาคส่วนหรือรูปแบบต่างๆของการใช้ชีวิตในสังคม ตั้งแต่การจับจ่ายซื้อของและสถานรับเลี้ยงเด็ก ไปจนถึงการสื่อสารกับหน่วยงานต่างๆ และการคมนาคม แอ็พกลายเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าชนิดของมือถือที่คุณใช้เสียอีก

          2. ร่างกายของเราได้กลายเป็นรหัสผ่าน (password) รูปแบบใหม่ – เว็บไซต์ต่างๆเริ่มขอรหัสผ่าน (password) ที่ยาวขึ้น ประกอบไปด้วยตัวเลข ตัวอักษร และสัญญลักษณ์อื่น จนทำให้เราแทบจะจำไม่ได้ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดความสนใจในการใช้เทคโนโลยีด้านชีวภาพเข้ามาทดแทน เช่น จากงานวิจัยของเรา พบว่า 52 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน ต้องการใช้ลายนิ้วมือมากกว่ารหัสผ่าน และ 48 เปอร์เซ็นต์ มีความสนใจที่จะใช้การแสกนดวงตา เพื่อปลดล็อคหน้าจอ โดยรวมแล้วกว่า 74 เปอร์เซ็นต์ มีความเชื่อว่า สมาร์ทโฟนที่มีเทคโนโลยีด้านชีวภาพจะกลายเป็นกระแสหลักในปี พ.ศ. 2557 และอนาคต

          3. การวัดค่าต่างๆของร่างกาย – ความดันโลหิต อัตรการเต้นของหัวใจ จำนวนก้าว เป็นเพียงตัวอย่างการเริ่มต้นของสิ่งที่พวกเราต้องการวัดค่าจากตัวเราเองเท่านั้นโดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือ และอิงจากข้อมูลที่เราสร้างขึ้นเอง คุณเพียงแค่เริ่มใช้แอ็พเพื่อบันทึกกิจกรรมที่ทำ อันจะช่วยให้เข้าใจตนเองดีขึ้น และจะมีการพัฒนาแอ็พใหม่ๆที่สามารถวัดค่าในกิจกรรมต่างๆอีกมาก โดยประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน ใช้โทรศัพท์ในการบันทึกข้อมูลกิจกรรมการเคลื่อนไหวของพวกเขา และ กว่า 56 เปอร์เซ็นต์ต้องการวัดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจของพวกเขาโดยการใช้แหวนที่สวมใส่อีกด้วย

          4. ความคาดหวังว่าจะมีอินเตอร์เน็ตในทุกที่ (internet everywhere) ประสบการณ์ในการใช้งานอินเตอร์เน็ต ยังไม่สามารถเทียบเท่าบริการโทรในรูปแบบวอยซ์ (voice service) ฉละที่น่าสนใจก็คือ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนต่างตระหนักแล้วว่า จำนวนแท่งวัดความแรงของสัญญาณบนหน้าจอโทรศัพท์ นั้นไม่อาจเป็นเครื่องชี้วัดว่าจะได้รับบริการดาต้าหรืออินเตอร์เน็ตที่ดีได้ เนื่องจากแท่งวัดในลักษณะดังกล่าว อาจดีเพียงพอสำหรับบริการวอยซ์ แต่อาจไม่ดีพอสำหรับบริการอินเตอร์เน็ต จากการสำรวจของเราพบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจต่อประสบการณ์ในการใช้อินเตอร์เน็ตบนรถไฟใต้ดินต่ำที่สุด

          5. สมาร์ทโฟนช่วยลดความแตกต่างทางดิจิตอล – การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในระดับโลก ถือว่ายังไม่เพียงพอและทั่วถึง ทำให้เกิดความแตกต่างในการเข้าถึงบริการดิจิตอล หรือที่เรียกว่า “the digital divide” การมีสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาในตลาด ย่อมหมายถึงการที่ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาแพงในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตอีกต่อไป ผู้ใช้โดยรวม 51 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก รู้สึกว่า โทรศัพท์มือถือคือการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด และสำหรับคนจำนวนมาก มันได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการเข้าสู่อินเตอร์เน็ต

          6. ประโยชน์ของบริการออนไลน์นั้นมีมากกว่าความเสี่ยงในการใช้งาน – จากการที่อินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก็กำลังแสดงผลให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โดย 56 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตทุกวัน มีความกังวลในเรื่องความเป็นส่วนตัว (privacy issues) อย่างไรก็ตาม มีเพียง 4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่กล่าวว่าจะใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลง ผู้บริโภคมักเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ เช่น เพิ่มความระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น เป็นต้น

          7. วีดีโอออนดีมานด์ – ถึงแม้ว่าจะมีสื่อวีดีโอให้เลือกมากขึ้น แต่เรามีแนวโน้มที่จะเลือกด้วยตัวเองน้อยลง โดยในความเป็นจริงแล้วนั้น เพื่อนของเรานั้นมีผลอย่างยิ่งต่อการเลือกรับชมสื่อวีดีโอต่างๆของเรา โดยที่เราพบว่า 38 เปอร์เซ็นต์ของผู้ให้สัมภาษณ์ กล่าวว่า พวกเขาชมวีดีโอคลิปที่เพื่อนแนะนำอย่างน้อยหลายครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนั้น เพื่อนของเรายังมีผลต่อการเลือกอ่านบล็อคและการเลือกฟังเพลงอีกด้วย

          8. ต้องการความชัดเจนในการใช้ดาต้า – ผู้บริโภคโดยรวมกว่า 48 เปอร์เซ็นต์ เลือกใช้แอ็พเพื่อเข้าใจลักษณะการใช้ดาต้าของตนให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ 41 เปอร์เซ็นต์ต้องการเพียงจะทราบว่าพวกเขาใช้ดาต้าไปเท่าไหร่ โดย 33 เปอร์เซ็นต์ ต้องการความมั่นใจว่าพวกเขาได้รับบิลหรือถูกคิดเงินอย่างถูกต้อง และ 31 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องการใช้ดาต้าเกินค่าที่จำกัดไว้โดยผู้ให้บริการเครือข่าย งานวิจัยนี้ยังแสดงให้เห็นอีกว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟนนิยมใช้แอ็พเพื่อวัดความเร็วของสัญญาณเชื่อมต่อเป็นประจำอีกด้วย

          9. เครื่องวัดเซ็นเซอร์ในสถานที่ต่างๆ – จากการที่บริการอินเตอร์เน็ตแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ (interactive internet)ได้กลายเป็นเรื่องธรรมดา ผู้บริโภคเริ่มคาดหวังเพิ่มขึ้นว่า สภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ต่างๆของพวกเขาก็ควรจะได้รับการตรวจสอบด้ว โดยเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนเชื่อว่า ภายในปี พ.ศ. 2559 เซ็นเซอร์จะถูกนำมาใช้ในเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่บริการด้านสาธารณสุขและการคมนาคมขนส่งสาธารณะ ไปสู่รถยนต์ บ้าน และสถานที่ทำงานของพวกเรา

          10. ความสามารถในการ เล่น หยุด และเล่นต่อ ในที่อื่นๆได้ – จากการสำรวจพบว่า 19 เปอร์เซ็นต์ของการใช้บริการสตรีมมิ่ง เกิดขึ้นบนมือถือหรือแท็บเล็ต ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม โดยมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนสถานที่รับชมโทรทัศน์ไปมา ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของตน เช่น พวกเขาอาจเริ่มต้นรับชมสื่อที่บ้าน หยุดไว้ แล้วดูต่อในขณะที่กำลังเดินทางไปทำงาน เมื่อมีการเปลี่ยนสถานที่ในลักษณะนี้ จึงมักมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้รับชมด้วย

 

ทรูมูฟ เอช จัดแพ็กเกจเบอร์สวยรับปีมะเมีย พร้อมสิทธิพิเศษคุ้มกว่าซื้อเบอร์เปล่า!


ImageImage

ทรูมูฟ เอช ชวนเปลี่ยนเบอร์สวยรับปีมะเมีย แนะนำ 2 แพ็กเกจ เบอร์สวยสุดพิเศษระดับโกลด์และแพลตินัมที่มาพร้อมบริการแบบรายเดือนสุดคุ้ม ทั้งโทรฟรี ทั้งใช้อินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัด ผ่านเครือข่าย 3G/EDGE/GPRS และ WiFi พร้อมจัดแคมเปญ “เบอร์สวยที่คุณเลือกได้” เลือกเบอร์สวยโดนใจ พร้อมรับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 2 ปี เมื่อสมัครแพ็กเกจ iSmart 500, iSmart 700 หรือ iSmart 1100

แคมเปญ “เบอร์สวยที่คุณเลือกได้”  ให้เลือกเบอร์สวยแบบหลากหลายจุใจ เช่น เบอร์ 4 ตัวท้ายแบบ XXYY, XYXY, XYYX และ XXXY พร้อมรับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 2 ปี เมื่อเปิดบริการแบบรายเดือนและเลือกใช้โปรโมชั่น iSmart 500, iSmart 700, และ iSmart 1100 หรือเลือกใช้โปรโมชั่นแพ็กเกจรายเดือนแบบอื่นๆ ก็ได้ ในราคาปกติ เป็นระยะเวลา 2 ปี พร้อมรับสิทธิ์ใช้ 3G|EDGE|GPRS ฟรี และ WiFi ฟรีไม่จำกัด นาน 2 ปี  ผู้ที่สนใจเลือกเบอร์สวยโดนใจพร้อมเปิดเบอร์ได้แล้ววันนี้ – 31 มกราคม 2557 ที่ร้านทรูช้อป และทรูพาร์ทเนอร์ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ทรูมูฟ เอช ยังแนะนำ 2 แพ็กเกจเบอร์สวย ระดับโกลด์และแพลตินัม

• โกลด์ แพ็กเกจ คุ้มที่สุดกับเบอร์สวยระดับโกลด์ เช่น เบอร์ 4 ตัวท้ายแบบ XYYY พร้อมสมัครโกลด์ แพ็กเกจ ใช้โทรฟรีทุกเครือข่าย 5,000 นาที และใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน 3G|EDGE|GPRS และ WiFi ฟรีไม่จำกัด ตลอดระยะเวลาใช้งานโกลด์ แพ็กเกจ นาน 12 เดือน ด้วยค่าบริการเหมาจ่ายครั้งเดียวเพียง 9,000 บาทเท่านั้น (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ค่าบริการส่วนเกินจากโกลด์ แพ็กเกจ แบบรายเดือน คิดค่าโทร 1.25 บาท/นาที SMS 2 บาท/ข้อความ และ MMS 5 บาท/ครั้ง)

• แพลตินัม แพ็กเกจ เลือกเบอร์สวยระดับแพลตินัม เช่น เบอร์ 4 ตัวท้ายแบบ XXXX พร้อมสมัครแพลตินัม แพ็กเกจ ใช้โทรฟรีทุกเครือข่าย 20,000 นาที และใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน 3G|EDGE|GPRS และ WiFi ฟรีไม่จำกัด ตลอดระยะเวลาใช้งานแพลตินัม แพ็กเกจ นาน 24 เดือน ด้วยค่าบริการเหมาจ่ายครั้งเดียว 49,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) (ค่าบริการส่วนเกินจากแพลตินัม แพ็กเกจ แบบรายเดือน คิดค่าโทร 1.25 บาท/นาที  SMS 2 บาท/ข้อความ และ MMS 5 บาท/ครั้ง)

เลือกเบอร์สวย พร้อมสมัครโกลด์ แพ็กเกจ และแพลตินัม แพ็กเกจ ได้แล้ววันนี้–31 มีนาคม 2557 ที่ร้านทรูช้อปที่ร่วมรายการ ในกรุงเทพฯ ได้แก่ ร้านทรูช้อปสาขาดิจิตอลเกตเวย์ ชั้น 3, สยามพารากอน, ไอทีมอลล์ฟอร์จูนทาวน์, อาคารใยแก้ว, เมกะบางนา และในต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านทรูช้อปสาขาเซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า เชียงใหม่, อยุธยาปาร์ค, เดอะมอลล์โคราช, เซ็นทรัล ชลบุรี และ เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต

เผยผลสำรวจตลาดไอซีทีปี 56 ฮาร์ดแวร์หด-สมาร์ทโฟนโต หวั่นการเมืองทำตลาด 57 ไม่โต


Image

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์แห่งชาติและเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ร่วมกันดำเนินการสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสาร และตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ของประเทศไทย ประจำปี 2555-2556 และประมาณการปี 2557

โดยนางชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช.  กล่าวว่า การสำรวจดังกล่าว เริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมีนาคม-ตุลาคม 2556  โดยเน้นการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการรายสำคัญในอุตสาหกรรม  กว่า 40 ราย แล้วนำมาประมวลผลร่วมกับข้อมูลทุติยภูมิอื่นๆ รวมถึงการจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อตรวจทานความถูกต้องของข้อมูล ทั้งนี้ ผลสำรวจในปีนี้จะมุ่งเน้นเฉพาะตลาดสื่อสารโทรคมนาคม และตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

ด้านนายจำรัส  สว่างสมุทร  ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาโครงการสำรวจตลาดฯ เปิดเผยถึงผลสำรวจว่า ภาพรวมของตลาดสื่อสารปี 2556 มีมูลค่า 466,526 ล้านบาท เติบโตจากปี2555 ประมาณ 5.2 %   ส่วน ในปี2557 คาดว่าจะมีอัตราเติบโต 8.4% หรือ คิดเป็นมูลค่า 505,831 ล้านบาทโดยมีปัจจัยหลักมาจากตลาดบริการสื่อสาร โดยเฉพาะการใช้งานโมบายอินเตอร์เน็ต  ที่ในปีนี้มีมูลค่า 11,571 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะเติบโตเพิ่มอีกกว่า 26.4 % หรือคิดเป็นมูลค่า 14,627 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมรับข่าวสารทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น

Imageด้านตลาดสมาร์ทโฟนปี 2556 มีการเติบโต 24.2% จากปี 2555 คาดว่าเติบโตจะเพิ่มขึ้นเป็น 32.5% หรือคิดเป็นมูลค่า 60,996 ล้านบาท ภายในปี 2557  นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมที่น่าจับตามอง เช่น เพาเวอร์แบงค์ และโมบายเราท์เตอร์ ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากราคาที่มีแนวโน้มลดลง ส่วนตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้ง  คาดว่าในปี 57 นี้ตลาดคลาวด์ประเภท IaaS (Infrastructure as a Service) จะมีมูลค่าประมาณ 834 ล้านบาท จากปี 2556 ที่มีมูลค่า 614 ล้านบาท  

สำหรับภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2556 หดตัวลงจากปี 2555 คือ เติบโตติดลบ 4% คิดเป็นมูลค่า 87,435 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว และภาคครัวเรือนซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักลดการใช้จ่ายลง  ส่วนแนวโน้มตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ปี 2557 คาดว่าจะเติบโต 4.3% คิดเป็นมูลค่า 91,174 ล้านบาท ตามกระแสอุปกรณ์พกพา ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ เช่น cloud computing และ big data เพื่อนำมาจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล ขององค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่อาจทำให้มูลค่าตลาดไม่เติบโต คือ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนภายในประเทศ ทำให้ราคาอุปกรณ์ที่คาดว่าจะปรับลดลง อาจไม่ลดลงมากตามที่คาดไว้ ขณะเดียวกัน ภาระหนี้สินภาคครัวเรือน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ต้องติดตามว่า จะส่งผลกระทบต่อตลาดมากน้อยเพียงใด

แอปเปิ้ล จัดแคมเปญ 12 Day of Gifts ! แจกแอพฟรีผ่าน iTunes


รูปภาพ

แอปเปิ้ล ได้จัดแคมเปญ   12 Days of Gifts ขอมอบแอพฯ  ผ่าน iTunes เป็นของขวัญให้ผู้ใช้ฟรี ! ทุกวัน อาทิ เพลง แอพฯ หนังสือ ภาพยนตร์ และของขวัญอื่นๆ ตลอดระยะเวลา 12 วัน  เริ่มตั้งแต่ 26 ธันวาคม  2556 ถึง 6 มกราคม2557

กูเกิล” เผย คำค้นยอดฮิตประจำปี 2556 สะท้อนพฤติกรรมคนไทยนิยมความบันเทิง


Image

นางสาวพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสรุปผลคำค้นยอดนิยมประจำปี 2556 ของ กูเกิล ไซต์ไกสต์ (Google Zeitgeist) ซึ่งจัดอันดับจากคำค้นหา กว่า 1,000 รายการ พบว่าคนทั่วโลกค้นหารายละเอียดผ่านกูเกิลถึง 1.3 ล้านล้านครั้ง จากการให้บริการ 146 ภาษา โดยเฉพาะช่วงที่มีกิจกรรม หรือเหตุการณ์สำคัญ ก็จะพบว่ายอดการค้นหาทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้นด้วย

Image

สำหรับคำค้นในหมวดดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี ได้แก่ 1.เดี่ยว 10 2.คุณชายพุฒิภัทร 3.พี่มากพระโขนง 4.ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น 5.ทองเนื้อเก้า 6.iPhone5s 7.โดเรม่อน 8.ภูมิแพ้กรุงเทพ 9.คุกเข่า 10.แน่นอก  ส่วนสถิติคำค้นยอดนิยมประจำปีจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 10 อันดับแรกของปีนี้ ได้แก่ 1.ราคาทองคำวันนี้ 2.พยากรณ์อากาศ 3.รถมือสอง 4.นารูโตะ 5.คนอวดผี 6.Dealfish 7.จันดารา 8.นกแอร์ 9.พี่มากพระโขนง 10.แอร์เอเชีย

“ในปีนี้คนไทยแสดงความสนุกสนานอารมณ์ดี และชอบความบันเทิง   โดยคำที่นิยมค้นหาที่มาแรง  คือ ทอล์คโชว์ “เดี่ยว 10” ของโน๊ต อุดม แต้พานิช และละครหลังข่าวชุด “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” ตอน “คุณชายพุฒิภัทร” และหนังไทยพันล้านที่ผสมอารมณ์หวีดสยองไปกับเสียงหัวเราะอย่าง พี่มาก พระโขนง  ติดอันดับดาวรุ่งพุ่งแรงของปีนี้

สำหรับคนดังมาแรงสุดปีนี้ ฝ่ายชายหนีไม่พ้นพระเอกดัง “บอย ปกรณ์” ขณะที่ฝ่ายหญิงกลับเป็นลูกทุ่งสาวคนดัง “หญิงลี” ที่งานเพลง “ขอใจเธอเเลกเบอร์โทร” ทำเอาคนไทยสนใจค้นหาเรื่องราวของเธอและร่วมเต้นตามไปกับเพลง

ส่วนในด้านของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอทีที่มีบทบาทกับชีวิตของเราแทบจะแยกจากกันไม่ได้โดยความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่เช่น “iPhone 5s” “iPad mini” และ “Samsung Galaxy S4” ตบเท้าติดอันดับท็อบชาร์ตของปีนี้

 

เลอโนโวเปิดตัวแท็บเล็ตมัลติโหมด “ โยก้า” ฉีกกฎด้านดีไซน์ อิสระทางการใช้งาน


Image 

เลอโนโว เปิดตัวแท็บเล็ตแบบมัลติโหมด เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต ครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากที่สร้างความโด่งดังมาแล้วกับการเปิดตัวแล็บท็อปแบบมัลติโหมดอย่าง เลอโนโว โยก้า วันนี้เลอโนโวจะขอนำท่านไปสู่ทางเลือกใหม่ที่เปลี่ยนประสบการณ์การใช้แท็บเล็ตไปจากเดิม

ฉีกทุกรูปแบบการดีไซน์ให้ผู้ใช้ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ของการใช้แท็บเล็ต ด้วยการใช้งานที่แตกต่างถึงสามโหมดไม่ว่าจะเป็น โหมดถือใช้งาน (Hold mode) โหมดวางนอน (Tilt Mode) และโหมดวางตั้ง (Stand Mode) โดยทั้งสามโหมดถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานของผู้ใช้อย่างแท้จริงโดยแทนที่การปรับผู้ใช้งานให้เข้ากับเทคโนโลยีเป็นเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เข้ากับผู้ใช้งาน         นอกจากนี้ เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ตยังรอบรับการใช้งานที่ยาวนานได้ถึง 18ชั่วโมง1 จึงเหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและต้องการความคล่องตัว

เมื่อไม่นานมานี้ เลอโนโวได้ร่วมมือกับนักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง แอชตัน คุชเชอร์  (Aston Kutcher) โดยคุชเชอร์มารับหน้าที่ Product Engineer โดยทำงานร่วมกับฝ่ายวิศวกรของเลอโนโวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ดูแลการออกแบบ  การตลาดและซอฟแวร์ให้กับเลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต        

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า      “จากการสังเกตุพฤติกรรมการใช้งานแท็บเล็ตของผู้บริโภคเราพบว่าการใช้งานโดยปกติจะแบ่งออกเป็นสามลักษณะที่เห็นได้เป็นประจำ ซึ่งทำให้เราเกิดแนวคิดใหม่ในการดีไซน์แท็บเล็ตเลอโนโวให้ฉีกทุกรูปแบบการดีไซน์ที่เคยมี    เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการใช้แท็บเล็ตในชีวิตประจำวันทีครอบคลุมทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการใช้แท็บเล็ตเพื่อการอ่านหนังสือ เพื่อท่องเว็ปไซต์ หรือแม้แต่การใช้เพื่อดูและอินเตอร์แอคทีฟกับคอนเทนต์ต่างๆในอินเตอร์เน็ต   กลุ่มผู้บริโภคในไทยนั้นยังคงต้องการอุปกรณ์ไอทีที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ อย่างเช่น แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เลอโนโวจึงได้พัฒนานวัตกรรมการออกแบบแบบมัลติโหมด ที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต ทางเลือกใหม่กับรูปแบบการใช้งานสามโหมด พร้อมแบตเตอรี่ที่ยาวนานจนคุณคาดไม่ถึง

สำหรับแท็บเล็ตนั้น หน้าจอเพียงขนาดเดียวคงไม่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างทั่วถึง ทีมงานออกแบบและวิศวกรของเลอโนโวค้นพบว่า  ผู้ใช้งานมักจะประสบปัญหากวนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเมื่อยล้าขณะถือใช้งาน      หรือเครื่องไม่สามารถวางใช้งานในองศาที่ต้องการได้หากไม่ใส่เคส    อุปสรรคอีกอย่างที่พบคือมุมมองภาพที่ไม่พอดีเมื่อตั้งอยู่บนโต๊ะ ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นไอเดียในการดีไซน์เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต ที่ฉีกกฎทุกรูปแบบของดีไซน์ และยังทำให้ เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต เป็นแก็ตเจ็ตหนึ่งเดียวที่โด่ดเด่นไม่ซ้ำใคร

ที่จับรูปทรงกระบอกถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในรูปแบบถือใช้งาน (Hold Mode) โดยทำให้การถือใช้งานและการควบคุมแท็บเล็ตเพื่อการอ่านหนังสืออีบุ๊ค เพื่อเล่นโซเชียลมีเดีย หรือเพื่อเข้าชมเว็ปไซต์เป็นเรื่องง่าย ทำได้ในมือเดียวเสมือนการถือนิตยสารอ่าน

เปลี่ยนเข้าสู่โหมดวางตั้ง (Stand Mode) โดยการหมุนขาตั้งให้หน้าจอทำมุมกับโต๊ะทำงาน 90 องศาโดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องถือประคอง  เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ตสามารถตั้งตรงได้โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มในการซื้อเคสเพราะมีขาตั้งในตัว นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถปรับมุมมองการรับชมภาพให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ตั้งแต่ 110 องศา ถึง 135 องศา โดยโหมดนี้เหมาะสำหรับการชมภาพยนตร์ การสนทนาผ่านวิดีโอคอล นอกจากนี้เครื่องยังตอบสนองการใช้งานแบบมัลติทัชถึง 10 จุด โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม

เพลิดเพลินในการพิมพ์ เล่นเกมส์ หรือท่องอินเตอร์เน็ตกับโหมดวางนอน (Tilt Mode) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างคอนเท้นต์ และสัมผัสประสบการณ์ในการใช้งานแบบมัลติโหมดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเพลิดเพลินไปอีกขั้น เมื่อซอฟท์แวร์ Auto-detection ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเล่นแอพพลิเคชั่นได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะกลับเข้าสู่โหมดถือใช้งานและโหมดวางตั้งระหว่างการใช้งาน

แท็บเล็ตแบบมัลติโหมดของเลอโนโวอย่าง โยก้า แท็บเล็ตไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า แต่ยังมาพร้อมกับพลังแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 18 ชั่วโมง ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแท็บเล็ตทั่วไป นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 2 ก้อนที่จุพลังได้เหมือนโน้ตบุ๊ก และยังเป็นที่สำรองพลังงานสำหรับอุปกรณ์อื่นๆอย่างเช่นสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสาย USB เพื่อชาร์จสมาร์ทโฟนและดีไวซ์อื่นๆ ตอบโจทย์ชีวิตออนไลน์ทุกเวลา 

เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต มาพร้อมหน้าจอ 2 ขนาด คือ 8 และ 10 นิ้ว โดยรองรับการเชื่อมต่อแบบ MT8125 สำหรับWiFi  และ MT8389 สำหรับ 3G 900/2100 MHz ของเครื่อข่ายผู้ให้บริการในประเทศไทยอาทิ AIS, DTAC และ TRUE หน่วยประมวลผลแบบ Quad Core พร้อมความจุ 16 กิ๊กกะไบท์, ระบบปฏิบัติการ Android 4.2     เติมเต็มอรรถรสความบันเทิงด้วยเทคโนโลยีระบบเสียง Dolby®     พร้อมลำโพงหน้าที่ให้พลังเสียงเซอราวด์รอบทิศทางไม่ว่าจะเปิดใช้งานแบบสปีกเกอร์หรือสวมเฮดโฟน

สะดวกในการพกพาด้วยน้ำหนักเพียง 605 กรัม สำหรับเครื่องหน้าจอ 10 นิ้ว และ 401 กรัม สำหรับเครื่องขนาดหน้าจอ 8 นิ้ว  ความละเอียดหน้าจอแบบ HD 1280 x 800 พิกเซล      สนุกกับการถ่ายภาพด้วยด้วยกล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซลและกล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซลแบบออโต้โฟกัส    พร้อมช่องใส่ USB  ที่สามารถเพิ่มความจุสูงสุดถึง 64 GB รองรับการเชื่อมต่อแบบ WiFi และ 3G ช่องเสียบmicro USB และDolby DS1    พิเศษสำหรับประเทศไทย เครื่องเลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต ขนาดหน้าจอ 10 นิ้ว จะมีการเพิ่มคีย์บอร์ดแบบบลูทูธ ที่สามารถเป็นเคสปิดหน้าจอได้ในตัวโดยคีย์บอร์ดจะช่วยปิดการใช้งานเครื่องเพื่อเข้าสู่ Sleep และเปิดเครื่องให้พร้อมใช้งานเมื่อถอดคีย์บอร์ดออก   ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อจากแท็บเล็ตไปยังทีวีแบบไร้สายได้      ทั้งนี้เลอโนโว โยก้า แท็บเล็ตขนาด 8 นิ้วยังสามารถใส่ Micro Sim เพื่อใช้โทรเข้า ออกและรับสายโทรศัพท์

สำหรับราคาและการวางจำหน่ายเลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต หน้าจอขนาด 8 นิ้ว พร้อมวางจำหน่ายที่ราคา 9,990 บาท และเลอโนโว โยก้า แท็บเล็ต หน้าจอขนาด 10 นิ้ว พร้อมวางจำหน่ายที่ราคา 12,990 บาท (ฟรีคีย์บอร์ด)

อินเทล ยืนยันว่าปี 2557 จะเป็นปีแห่งความตื่นตาทางเทคโนโลยีสำหรับทุกชีวิต


 ImageImage

อินเทลยืนยันว่าโลกของเทคโนโลยียังก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในปี 2557 นี้ นวัตกรรมใหม่ๆที่มีพลังของ อินเทล จะมาในรูปแบบที่หลากหลายกว่าที่เคย และมีการคาดการณ์ว่ายอดขายของอุปกรณ์ไอทีโดยรวมในปี 2557 ทั้งพีซี แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน จะมีจำนวนถึง 2,500 ล้านเครื่องทั่วโลก   โดยการคาดการณ์โดย IDC ระบุว่าจะเป็นยอดขายจากตลาดในประเทศไทยถึง 22 ล้านเครื่อง

ในปีนี้ ผู้ใช้งานจะพบว่าคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ(เดสก์ท้อป) รูปแบบใหม่จะเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์แบบ ออลอินวัน ซึ่งประหยัดพื้นที่เพราะไม่จำเป็นต้องมีเคสซีพียู และเหมาะกับการใช้งานที่บ้านหรือในออฟฟิศที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการความคล่องตัวสูง และจากการที่มีการเปิดเผยรายงานจาก ศูนย์วิจัยของอินเทลในปีที่ผ่านมาว่า คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ มีความเร็วมากกว่าเครื่องที่มีอายุประมาณ 4 ปี ถึง 1.8 เท่าตัว อินเทลจึงยังคงเห็นโอกาสในโลกของคอมพิวเตอร์พีซี ที่ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ และอินเทลยังคงที่จะขับเคลื่อนตลาดนี้ควบคู่ไปกับตลาดใหม่อย่างแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ อินเทลยังยืนยันว่าในปี 2557 นวัตกรรมใหม่ๆจะออกมาสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ใช้งานได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ในปี 2557 นี้ มีการคาดการณ์ว่าตลาดอุปกรณ์โมบายล์เช่น แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของตลาดอุปกรณ์ไอทีโดยรวม โดยอินเทลจะก้าวเข้าไปมีบทบาทให้มากยิ่งขึ้น และอินเทลเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการเติบโตของตลาดแท็บเล็ต ซึ่งเมื่อรวมกับสถาปัตยกรรมระดับไมโคร อย่างซิลเวอร์มอนท์ ที่มีการเปิดตัวไปแล้ว จะทำให้ตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสถาปัตยกรรมดังกล่าวให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ถึงประมาณ 3 เท่า หรือประหยัดพลังงานถึงประมาณ 5 เท่าในเมื่อใช้งานในระดับการประมวลที่เท่ากัน

โลกของเทคโนโลยีกำลังก้าวไปอีกขั้น

•             หนึ่งในการเปิดตัวครั้งสำคัญในปี 2556 ที่ผ่านมาคือ โปรเซสเซอร์ตระกูล อินเทล® คอร์™   เจนเนอเรชั่น 4 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหลายรายสามารถออกแบบอุปกรณ์ที่เรียกว่า ทูอินวัน ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เป็นได้ทั้งแท็บเล็ต และโน็ตบุ๊ก

•             อุปกรณ์แบบคอนเวอร์ทิเบิล (หมุนหน้าจอ หรือพับหน้าจอได้) มอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นธรรมชาติกว่า โดยรวบรวมเอาคุณสมบัติของหน้าจอสัมผัส การสั่งงานด้วยเสียง หน้าจอความละเอียดสูง และบางรุ่นยังมาพร้อมกับความสามารถในการจดจำใบหน้าอีกด้วย

•             การเปิดตัวที่สำคัญอีกงานหนึ่งคือ อินเทล® อะตอม™ Z3000 ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน โปรเซสเซอร์รุ่นนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อรหัสว่า  “เบย์ เทรล” ซึ่งกินไฟต่ำ และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบอุปกรณ์มือถือที่มีความบางและเบาได้ และสามารถออกวางจำหน่ายได้ในหลากหลายราคา

•             อินเทลพบว่าราคาของแท็บเล็ตนั้นลดลงในปี 2556 และผู้ผลิตอย่าง เอซุส และเดลล์ ได้เน้นการทำตลาดอุปกรณ์ที่มีอายุแบตเตอร์รี่ที่ยาวนานขึ้น โดยอาศัยสถาปัตยกรรมของ เบย์ เทรล  เช่น Asus Transformer Book T100 ที่มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว และการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง และยังมีอุปกรณ์ไอทีจากกหลากหลายแบรนด์ที่กำลังรอเปิดตัวอยู่

อินเทล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเท่าเทียมของการเข้าถึงเทคโนโลยี

•             อินเทลให้ความสำคัญกับการศึกษา และยึดมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานรัฐบาลและหน่วยงานการศึกษาเพื่อให้ประชาชนนับล้านทั่วโลกได้เข้าถึงการศึกษา โดยอินเทลมีการลงทุนกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการศึกษาระดับโลกเป็นประจำทุกปี

•             บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ กสทช ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการ “บี อะเมซิ่ง” (Be Amazing)  หรือโครงการ “คอมพิวเตอร์ทั่วไทย โครงข่ายทั่วถึง” เพื่อผลักดันการใช้คอมพิวเตอร์ให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ โดยเฉพาะเยาวชนระดับอุดมศึกษา ซึ่งเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างสูงต่อการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการรับรู้ต่อโครงการใน 48 จังหวัดซึ่งส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่การใช้เทคโนโลยียังไม่กว้างขวางมากนัก โดยกิจกรรมต่างๆ ได้เน้นถึงการบรรยายให้ความรู้และการได้ทดลองใช้จริงกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามสถาบันการศึกษา สหกรณ์ และงานนิทรรศการทางเทคโนโลยี (PC Fair) ต่างๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงปลายปี 2556 นี้ ซึ่งโครงการนี้ได้รับความสนใจจากผู้ที่เข้าร่วมงานกว่า 130,000 คน ทั่วประเทศ

ร่วมเปิดโอกาสให้นักพัฒนาหน้าใหม่ได้แจ้งเกิด

•             โครงการ อินเทล ไอเซฟ (The Intel International Science and Engineering Fair) นั้นถือเป็นเวทีการประกวดด้านวิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนนับล้านได้คิดค้นนวัตกรรมในหลากหลายสาขา โดยมีการกระตุ้นให้พวกเขาร่วมค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆตั้งแต่ภัยธรรมชาติ ไปจนถึงการรักษาโรคมะเร็ง โดยปีนี้มีนักเรียนกว่า 1,500 คนทั่วโลกมีโอกาสเดินทางเข้าร่วมนำเสนอผลงานทางความคิด ณ เมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา

•             สำหรับประเทศไทยนั้น มีนักเรียน ที่ชนะการประกวดด้วยโครงงานทางวิทยศาสตร์อันเยี่ยมยอดดังนี้

สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม

-              โครงการ การศึกษาประสิทธิภาพของดินฟอกสีที่ใช้แล้วจากกระบวนการฟอกสีน้ำมันปาล์ม ในการดูดซับโลหะทองแดง

-              โครงการ การพัฒนาเครื่องยนตร์สเตอร์ลิง เพื่อใช้ไบโอก๊าซเป็นเชื้อเพลิง

สาขาวิทยาศาสตร์พันธุ์พืช

-              โครงการ การศึกษาผลของความชื้นสัมพัทธ์ ขนาดของแรงและจำนวนเส้นขนสัมผ้ส ต่อการหุบของใบต้นกาบหอยแครงชนิด ไดโอเนีย มัสสิพิวล่า เพื่อใช้ประยุกต์สร้างแบบพัฒนานวัตกรรมมือ

การคาดการณ์จากอินเทล ในปี 2557 ที่จะมาถึงนี้ แบ่งเป็น  4 หมวดหลักดังนี้

1.            การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ยังคงอัตราการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2556 จะโตประมาณร้อยละ 3  แต่ว่าอาจจะมีโอกาสที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมีอัตราการเติบโตที่ช้าลง  โดยไอเอ็มเอฟ กล่าวว่าการปฏิรูปทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นในการที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทั่วโลกต่อไป และเพื่อที่จะไปชดเชยอัตราการเติบโตของบางประเทศที่ติดลบ

นายเกรกอรี่ ไบรอัน รองประธานและผู้จัดการทั่วไป อินเทล เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นกล่าวว่า “ทวีปเอเชีย ถือเป็นศูนย์กลางของการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะนำความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นมาพัฒนาคุณภาพของทุกชีวิตทั่วโลก และในปี 2557 ที่กำลังจะมาถึงนี้ บริษัทเทคโนโลยีต่างๆในทวีปเอเชีย ยังคงเป็นภูมิภาคที่สำคัญในการพัฒนานวัตกรรมด้านไอที”

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางหมู่บ้านในประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีคนที่มีโทรศัพท์มือถือเพียงแค่คนเดียวเพื่อใช้งานการส่งข้อความสั้นเพื่อติดต่อธุระให้กับเพื่อนบ้านทั้งหมู่บ้าน แต่นับจากปีหน้าเป็นต้นไป ทุกชีวิตจะเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ไกลเท่าใดก็ตาม ทั้งภาครัฐและเอกชนจะมีส่วนช่วยผลักดันแนวโน้มนี้ให้เป็นจริงขึ้นได้

2.            การพัฒนาด้านการศึกษา

อินเทล คาดการณ์ว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ตลาดในระดับภูมิภาคจะมีการเติบโตขึ้นมาก การที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาจะเป็นเจ้าของอุปกรณ์ไอทีอย่างน้อยคนละเครื่องเริ่มจะเป็นเรื่องปกติมากขึ้น และเทคโนโลยีจะไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป อย่างไรก็ตามความท้าทายคือการให้ความรู้และมอบอุปกรณ์ไอที พร้อมทั้งการบริการให้แก่กลุ่มประชากรวัยทำงานในเขตพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงเทคโนโลยีอย่างจริงจัง โดยได้รับการศึกษา อุปกรณ์ และบริการที่เหมาะสมกับการใช้งาน

อินเทล เชื่อว่าทุกๆคนควรที่จะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการและทักษะที่พวกเขามี ดังนั้นจำเป็นต้องมีการสร้างเนื้อหาทางการศึกษาให้เข้าใจง่าย เพื่อที่จะทำให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ได้เปิดใจรับกับสิ่งใหม่ๆได้ง่ายขึ้น และประสบความสำเร็จตามจุดประสงค์ที่วางไว้

โครงการต่างๆที่วางแผนไว้สำหรับการพัฒนาการศึกษานั้น ไม่เพียงแค่ต้องการมอบอุปกรณ์ให้นักเรียนนำไปใช้ประโยชน์เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่ได้เป็นการรับประกันว่าพวกเขาจะได้รับความรู้อย่างเต็มที่  หรือสามารถพัฒนาทักษะทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้ เราต้องมุ่งเน้นกับการพัฒนาสถาบันการศึกษา เนื้อหาการสอน รวมถึงครู ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด

3.            ผู้บริโภคต้องการสั่งงานและโต้ตอบกับอุปกรณ์ในระดับที่สูงขึ้น

รายงานจาก Gartner ในปี 2013 ระบุว่าอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆนั้น มีความสามารถที่จะเข้าใจมนุษย์และสภาพแวดล้อมได้มากขึ้น หนึ่งตัวอย่างที่เห็นชัดคือ การที่ซอฟท์แวร์มีความสามารถจำเสียงของคนคนหนึ่งได้  อินเทลเองเห็นด้วยกับผลสำรวจดังกล่าว และคาดการณ์ว่าปี 2014 นั้นเทคโนโลยีจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่น การจำลองการเคลื่อนไหวของมนุษย์ การแปลภาษาจากเสียงพูด การจำลองภาพเสมือนจริง การสั่งงานด้วยท่าทาง และจากอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้

อุปกรณ์ที่สวมใส่ได้นั้น ไม่ถือว่าเป็นสิ่งที่ใหม่เสียทีเดียว เพราะว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาก็มีการเปิดตัวอุปกรณ์ในกลุ่มดังกล่าวไปแล้วหลากหลายรุ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี โดยอินเทล คาดว่าเทรนด์ของอุปกรณ์ที่เป็นส่วนผสมระหว่างเทคโนโลยีและการตอบสนองความต้องการของทุกชีวิตนี้ จะยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 1 ถึง 3 ปีข้างหน้า ปัจจุบันอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้สามารถบอกอัตราการเต้นของหัวใจ และจากการที่อุปกรณ์เหล่านี้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้      มันจะสามารถส่งข้อมูลไปยังสถานพยาบาลเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่ออุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณที่ผิดปกติของผู้ใช้งาน นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของการที่บุคลากรทางการแพทย์และคนไข้สามารถโต้ตอบกันได้โดยตรง 

 

 

สนุก! เผย 10 อันดับสุดยอดนวัตกรรมไอทีแห่งปี 2556


Image

สนุกดอทคอม เว็บไซต์ให้บริการข้อมูลข่าวสารและสาระบันเทิงชั้นนำของประเทศไทย จัดอันดับสุดยอดนวัตกรรมไอทียอดฮิตแห่งปี 2556 โดยอุปกรณ์ไอทียอดฮิตในปีนี้ ยังคงเป็นอุปกรณ์โมบิลิตี้หลากหลายผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมตามกระแสการใช้งานอุปกรณ์โมบิลิตี้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปีที่ผ่านมา โดยอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภค คือ เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนจอโค้งใหม่ล่าสุด และตามที่คาดการณ์ไว้และติดโผในทุกปี คือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ “Apple” ซึ่งยังครองตำแหน่งขวัญใจมหาชนเหมือนเคย ทั้ง iPhone 5s, iPad Air และ Mac Pro พร้อมทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยอีกมากมายรวม 10 อันดับ คือ

อันดับ 1 Flexible Display เทคโนโลยีหน้าจอโค้งของสมาร์ทโฟน

หนีไม่พ้นนวตกรรมล้ำสมัย สร้างความแตกต่างให้ยุคแห่งสมาร์ทโฟน โดยหลายค่ายได้เริ่มเปิดตัวโชว์นวตกรรมหน้าจอโค้งงอ Flexible Display กันไปเรียบร้อยแล้ว ทั้ง Samsung หรือ LG โดยทั้งสองค่ายก็ได้เริ่มปลุกกระแสของสมาร์ทโฟนจอโค้งงอด้วยการเปิดตัว Galaxy Round กับ LG G Flex ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ โดยเริ่มต้นวางจำหน่ายที่เกาหลีไปแล้วเป็นการทดสอบตลาด และคาดว่าจะเปิดตลาดอุปกรณ์จอโค้งงอย่างเป็นทางการสู่ตลาดโลกในปี 2557

อันดับ 2  iPhone 5s เร็วแรงแซงทางโค้ง

Apple เปิดตัว iPhone 5s ใหม่ท่ามกลางการรอคอยของสาวก Apple ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะ iPhone 5s มาพร้อมกับ ชิปเซ็ต Apple A7 ที่มากับ CPU 64-bit เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสุดยอดนวัตกรรมทางด้านสมาร์ทโฟนแห่งปี 2556 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 64-bit เครื่องแรกของโลก ที่สมรรถนะเร็วแรงแซงสมาร์ทโฟนทุกค่ายในปีนี้

อันดับ 3 Google Glass แว่นตาแห่งโลกอนาคต  

Google Glass แว่นตาอัจฉริยะ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ Google เทคโนโลยีสุดล้ำแห่งอนาคต ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android มาพร้อมกับดีไซน์ที่เฉียบคมล้ำสมัย และน้ำหนักเบา พร้อมด้านหน้ามีหน้าจอแสดงผลขนาดเล็ก ที่จะแสดงผลทุกอย่างบนหน้าจอนี้ พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ผ่านทั้ง 3G, 4G หรือ Wi-Fi และมี GPS ในตัว ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวและพร้อมแชร์ได้ทันที Google Glass มาพร้อมฟังก์ชั่นเจ๋งๆ ทั้งการแปลภาษาให้เป็นภาษาท้องถิ่นในประเทศที่เราอยู่ วัดระยะทางการวิ่งหรือเดิน บอกตารางเวลาการเดินทาง หรือแม้กระทั่งเป็นตัวช่วยในการเดินทางเหมือน Google Map โดยจะใช้งานได้ในสหรัฐฯ เท่านั้น ด้วยราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ $1,500 หรือประมาณ 44,800 บาท

อันดับ 4 BAE Systems’ Flying Testbed เครื่องบินอัจฉริยะไร้คนขับ

เครื่องบินของบริษัท BAE Systems ที่สร้างเครื่องบินให้แก่กองทัพอังกฤษ สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกในโลก ด้วยการบินอัตโนมัติแบบไร้คนขับ โดยได้ทดสอบบินครั้งแรกในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยการบินเหนือน่านฟ้าพลเรือนใน

สหราชอาณาจักร The Flying Testbed ยังมีระบบทำงานอัจฉริยะที่จะทดลองใช้ครั้งแรกของโลก โดยเครื่องมีระบบหลีกเลี่ยงสภาพอากาศแย่ๆ ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ และน่าจะจำกัดปัญหากระแสอากาศแปรปรวนและการเผชิญกับหลุมอากาศขณะโดยสารเครื่องบินได้ พร้อมทั้งมีระบบลงจอดฉุกเฉินที่สามารถหาพื้นที่ปลอดภัยให้ลงจอดได้โดยอัตโนมัติ หากประสบปัญญาใดบนอากาศ

อันดับ 5 iPad Air สุดยอดแท็บเล็ตแห่งศตวรรษ

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับ iPad Air หรือ iPad 5 ที่มีการออกแบบใหม่ ดีไซน์คล้าย iPad mini แต่สร้างความประหลาดใจแก่สาวกผู้รอคอยด้วยตัวเครื่องที่บางลง เหลือเพียง 7.5 มิลลิเมตร ความบางเท่า iPad mini แต่ขนาดหน้าจอยังเท่าเดิมที่ 9.7 นิ้ว ดังนั้น จึงทำให้น้ำหนักของตัวเครื่องเบาลง เพราะความบางเฉียบมิติใหม่ โดยหนักเพียง 469 กรัมเท่านั้น ทำให้การพกพาสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม และยังมาพร้อมกับ CPU Apple A7 แบบ 64-bit และชิปประมวลผล M7 motion ถือว่าเป็นแท็บเล็ตตัวแรกของโลกที่ใช้ซีพียูประมวลผลแบบ 64-Bit ทีทั้งเร็วและแรงเหนือชั้น

อันดับ 6 Samsung Galaxy Smartwatch

หลังจากมีข่าวลือเรื่องนาฬิกาอัจฉริยะของ Samsung มาระยะหนึ่ง ก็ถึงเวลาที่ Samsung เปิดตัว Samsung Galaxy Gear Smartwatch อย่างเป็นทางการ หรือเรียกอีกชื่อสั้นๆ ว่า “Galaxy Gear” นาฬิกาข้อมือไฮเทค ผลิตจากสแตนเลส หน้าจอขนาด 1.63 นิ้ว และมาพร้อมกับกล้องถ่ายภาพความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซล ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Galaxy อื่นๆ ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส พร้อมไมโครโฟนและลำโพงในตัว ถือเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับคอ Samsung Galaxy ได้อย่างดีเยี่ยม

อันดับ 7 Mac Pro คอมพิวเตอร์สำหรับโปรเฟสชั่นแนล

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Mac Pro ที่หลังจากที่มีการนำมาพูดถึงครั้งแรกในงาน Apple Worldwide Developers Conference 2013 (WWDC 2013) โดยเป็นผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากที่คาดการณ์ไว้ว่า Apple จะมาเปิดตัวในปีนี้ โดย Mac Pro ได้มาพร้อมรูปแบบใหม่หมดทั้งบอดี้และสเปคภายในตัวเครื่อง ที่พัฒนาใหม่เอี่ยมหลังจากการเปิดตัวรุ่นแรกในปี 2003 ซึ่งใช้เวลาพัฒนาถึง 10 ปีเลยทีเดียว โดยรุ่นใหม่ที่พัฒนา แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ Quad-Core and Dual GPU และ 6-Core and Dual GPU

อันดับ 8 Nokia Phablet แท็บเล็ตรุ่นแรกจากโนเกีย 

ปีทองของโนเกียแห่งการพัฒนาอุปกรณ์โมบิลิตี้อย่างไม่หยุดยั้ง โนเกียเปิดตัว Nokia Lumia 1520 Phablet แท็บเล็ตรุ่นแรกของโนเกียที่มาพร้อมหน้าจอ 6 นิ้ว และกล้อง 20 ล้านพิกเซล หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor (Snapdragon 800 chipset) พร้อมกล้องหลังแบบ Pureview ความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8 GDR3 น้ำหนักเบาเพียง 209 กรัม   

อันดับ 9 3D Printer

การพิมพ์ภาพ 3D เป็นกระบวนการพิมพ์ภาพ 3D ให้มีรูปร่างเหมือนของจริงจากรูปแบบดิจิตอล การพิมพ์ภาพ 3D คือกระบวนการเติมแต่งภาพโดยการเสริมเข้าไปทีละชั้นจนสำเร็จ ซึ่งจะได้รูปร่างที่แตกต่างจากการพิมพ์แบบเดิม เช่นจะมีการเพิ่มวิธีการตัดหรือการเจาะเข้าไปในการพิมพ์ เครื่องพิมพ์ที่พิมพ์ภาพแบบ 3D จะใช้กระบวนการเทคโนโลยีดิจิตอลในการพิมพ์งานทั้งหมด และส่วนใหญ่จะใช้กับการสร้างต้นแบบสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมการออกแบบ, สถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง,อุตสาหกรรมยานยนต์, การบินและอวกาศ,วิศวกรรมโยธา, ทันตกรรมและการแพทย์, การศึกษาระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, สินค้าแฟชั่น, การศึกษาและสาขาอื่นๆ

อันดับ 10 iOS7 ระบบปฎิบัติการโฉมใหม่จาก Apple   

iOS 7 รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปลี่ยนโฉมใหม่เกือบทั้งหมด มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น Notification Sync, ระบบนำทางด้วยเสียงแบบเดินเท้า, Night Mode, Control Center, ทางลัดเข้า short cut บนหน้าจอแบบเลื่อนขึ้นลง, กล้องถ่ายรูปอินเทอร์เฟสใหม่ ใส่ฟิลเตอร์ให้ภาพถ่ายได้แล้ว, Photos เปลี่ยนไอคอนใหม่ เพิ่มรายละเอียดสถานที่ และวันเดือนปีที่ถ่ายภาพ สามารถแยกกลุ่มจัดเก็บรูปเป็นแบบตามสถานที่หรือตามวันที่ได้, แผนที่โหมดกลางคืน และอื่นๆ อีกมากมายใช้งานได้ทั้งบน iPhone และ iPad 

เอไอเอส ขยายช่องสัญญาณ ดูแลเครือข่ายช่วงปีใหม่ เต็มกำลัง รองรับ DATA เพิ่ม 100%


Image

นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ที่ผ่านมาพบว่า คนนิยมใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กและออนไลน์ในการสื่อสาร รวมถึงอวยพรปีใหม่มากยิ่งขึ้น ซึ่งปีนี้ Operator ได้ให้บริการ 3G อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ก็จะยิ่งสามารถให้บริการได้อย่างตอบโจทย์ยิ่งขึ้น สำหรับเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถส่งความสุขถึงกันได้อย่างไม่ขาดตอน รวมถึงเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขได้อย่างอุ่นใจ เอไอเอส 3G 2100 จึงได้เตรียมการรองรับไว้ ประกอบด้วย

  1. 1.     การเตรียมความสามารถในการรองรับการใช้งาน (Capacity Preparation)

-       เพิ่มปริมาณในการรองรับการใช้งานในแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่จัดกิจกรรม Count Down ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเป็นพิเศษ รวมถึงสถานีรถโดยสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมอชิต, เอกมัย หรือสายใต้ใหม่  โดยเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งาน DATA อีกถึง 100% รวมถึง ทั้งนี้ในส่วนของ SMS รองรับได้ถึง 60 ล้านข้อความต่อชั่วโมงและ MMS รองรับได้ถึง 2 ล้าน 5 แสนข้อความต่อชั่วโมง

  1. 2.     การเตรียมความพร้อมของทีมวิศวกร

-       นอกเหนือจากวิศวกรที่ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมง ตามปกติ ณ ศูนย์บริหารเครือข่าย ส่วนกลาง และศูนย์บริหารเครือข่ายส่วนภูมิภาคแล้ว ยังได้เตรียมวิศวกร Stand by เพิ่มเติม ณ บริเวณสถานีฐานในเขตกรุงเทพฯและหัวเมืองทั่วประเทศในช่วงคืนวัน 31 ธันวาคม ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้รวมไปถึง AIS Call center ที่พร้อมเป็นผู้ช่วยคุณ 24 ชั่วโมงเช่นเดิม

“ทั้งนี้ในนามของเอไอเอส ขออวยพรให้ประชาชนชาวไทย มีความสุขสดชื่น ตลอดจนมีสุขภาพ แข็งแรง รวมถึงประสบความสำเร็จในกิจการงานทุกๆอย่าง สมตามที่หวังไว้ในศักราชใหม่ที่จะถึงนี้ สำหรับเอไอเอสแล้ว ก็จะยังคงทำหน้าที่มอบบริการที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ทุกท่านอย่างต่อเนื่องต่อไป” นายวิเชียร กล่าวในตอนท้าย

Siam Paragon ขึ้นสถานที่ยอดฮิตที่มีการโพสต์ภาพผ่านอินสตราแกรมมากสุด


Image

อินสตราแกรม (Instragram) แอพพลิเคชั่นยอดนิยมสำหรับผู้ชื่นชอบการแชร์รูปภาพ หรือ VDO ผ่านสังคมออนไลน์  ได้ประกาศรายชื่อของสถานที่และเมืองที่มีคนแชร์ภาพผ่านอินสตราแกรมมากที่สุดในโลกประจำปี 2013 ออกมาแล้ว

ซึ่งผลปรากฏว่าอันดับที่ 1 ของสถานที่ที่มีคนแชร์ภาพมากที่สุดคือ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในไทย Siam Paragon  ขณะที่แชมป์เก่าอย่าง สนามบินสุวรรณภูมิ ของไทยหล่นไปอยู่อันดับ 9   ส่วนเมืองที่มีคนแชร์รูปผ่านอินสตราแกรมมากที่สุดในโลกคือ นิวยอร์ก (New York )   รองลงมา คือ  กรุงเทพ (Bangkok)  ของไทยติดเป็นอันดับ 2

สถานที่ที่มีการโพสต์รูปบนอินสตราแกรมมากสุด (The Most-Instragrammed Location of 2013)

- Siam Paragon (สยามพารากอน) shopping mall, Bangkok, Thailand

- Times Square, New York

- Disneyland, California

- Bellagio Fountains, Las Vegas

- Disney World Florida

- Staples Center, Los Angeles

- Central Park, New York

- Dodger Stadium, Los Angeles

- Suvarnabhumi Airport (BKK) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, Bangkok, Thailand

- The High Line, New York

 เมืองที่มีการโพสต์รูปอินสตราแกรมมากสุด (The Most-Instragrammed Cities of 2013)

- New York City, NY, USA

- Bangkok, Thailand

- Los Angeles, CA, USA

- London, UK

- Sao Paulo, Brazil

- Moscow, Russia

- Rio de Janeiro, Brazil

- San Diego, CA, USA

- Las Vegas, NV, USA

- San Francisco, CA, USA

 

 

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.