“เอซุส” เสริมทัพแท็บเล็ตสุดคุ้มสแตนด์บายฟังก์ชั่นโทรศัพท์แบบ 2 ซิม


Image

“เอซุส” เปิดตัวแท็บเล็ตสุดคุ้มค่า “โฟนแพด 7 ดูอัล ซิม” แท็บเล็ตที่มาพร้อมกับความบันเทิงเต็มรูปแบบและประสิทธิภาพระดับสูง สามารถสแตนด์บายการใช้งานโทรศัพท์ได้ 2 ซิม ช่วยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย ด้วยหน้าจอ 7 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล คมชัดระดับ HD และเทคโนโลยี IPS ให้ความสว่าง สดใส สีสันสวยงาม พร้อมมุมมองกว้าง 170 องศา รองรับมัลติทัช 10 จุด

 “โฟนแพด 7 ดูอัล ซิม” (Fonepad 7 Dual SIM  – ME175CG)  ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Intel® Atom™ Z2520 1.2GHz processor ให้ประสิทธิภาพระดับสูง ไม่ว่าจะท่องเว็บและแอพพลิเคชั่น พร้อมประหยัดพลังงาน ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น สนทนาผ่านระบบ 3G ได้นานถึง 30 ชั่วโมง และเล่นวีดีโอต่อเนื่องได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง  “โฟนแพด 7 ดูอัล ซิม” ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 4.3™ Jelly Bean  แรม 1 GB ความจุ 8 GB สามารถเพิ่มเมมสูงสุด 64 GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลบน ASUS Webstorage ขนาด 16 GB นาน 1 ปี  ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 ภาพ ใช้เวลาเพียงครึ่งวินาที (ถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 100 ภาพ) เทคโนโลยี SonicMaster ให้คุณภาพเสียงประทับใจ  บันทึกเรื่องราวได้ง่ายๆ ด้วยแอพพลิเคชั่น Supernote  น้ำหนักเบาเพียง 340 กรัม สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเพียง 5,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มีให้เลือก 2 สี ขาวและเทา

อาร์ทีบี เทคโนโลยี อวดโฉม หูฟังและลำโพง Beats By Dr.Dre รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น


Image

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด อวดโฉมหูฟังและลำโพงจากแบรนด์ดัง Beats by Dr.Dre รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ได้แก่ Beats New Studio , Beats Pill และ Urbeats   ที่ได้รับการออกแบบโดยแฟชั่นดีไซน์เนอร์ ชื่อดังจากนิวยอร์ก “อเล็กซานเดอร์ แวง” ด้วยวัสดุสีทองอันหรูหราตัดกับสีดำด้าน สะท้อนดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ฉพาะของแวง ทำให้คอลเลคชั่นนี้มีทั้งความหรูหราและมีสไตล์ นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับกระเป๋าหนังปั๊มลายนูนปลากระเบนที่ออกแบบให้มีซิปและคลิปสีทองเช่นเดียวกัน คอลเลคขั่น “อเล็กซานเดอร์ แวง”  บีทส์ บาย ดอกเตอร์ เดร ประกอบด้วย Beats New Studio หูฟังรุ่นใหญ่ดูสง่างาม ควงคู่คุณภาพเสียงที่ทรงพลัง ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง สามารถใช้งานได้นานขึ้นสูงสุดถึง 20 ชม. ด้วยถ่านชาร์จภายใน และรีโมทคอนโทรล ตามมาด้วยลำโพง Beats Pill ที่ให้อภิสิทธิ์คุณภาพเสียงสูงเหนือระดับด้วยการทำงานของ 4 ลำโพงรอบทิศทาง และเทคโนโลยีใหม่ดีๆ อย่าง aptX (เทคโนโลยี่บีบอัดเสียงผ่านระบบ Bluetooth ที่ยังคงคุณภาพเสียงเหมือนต้นฉบับ หรือเหมือนแผ่น CD)มีไมโครโฟนเพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และปิดท้ายด้วย Urbeats หูฟังแบบ In-ear ขนาดเล็กกะทัดรัด แต่อัดแน่นด้วยพลังเสียงที่มีคุณภาพ ที่ให้เสียงคมชัด มีมิติ ยังคงเอกลักษณ์ด้วยเสียงเบสที่ชัดเจน

พบกับคอลเลคชั่นหูฟังและลำโพง Beats by Dr.Dre รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นได้ที่ ร้านอเล็กซานเดอร์ แวง ชั้น 2 เอราวัณ แบงค็อก เพียงแห่งเดียวเท่านั้น 

กสทช. เผยผลสอบกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟดูดขณะชาร์จไอโฟน 4 เอส


Image

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อมวลชนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟดูดขณะชาร์จโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ สภ.แกลง จ.ระยอง และสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือถึง สภ. แกลง ขอให้ส่งเครื่องโทรศัพท์ที่มีปัญหามาให้ตรวจสอบตามพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 นั้น หลังจากได้รับเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน 4 เอส พร้อมอุปกรณ์ควบ จาก สภ. แกลง สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมกับผู้แทนของบริษัท Apple Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Exponent Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ดำเนินการตรวจสอบเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน 4 เอส พร้อมอุปกรณ์ควบดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบพบว่า Adapter (Charger) ที่เกิดเหตุไม่ใช่ของแท้และไม่ได้ผลิตโดย Apple Inc. และพบว่า Adapter ดังกล่าวมีการทำงานที่บกพร่อง โดยไม่มีการแยกสัญญาณไฟฟ้าระหว่างด้าน input และ output ทำให้กระแสไฟฟ้าจากด้าน input สามารถผ่านออกไปด้าน output ได้โดยง่าย

สำหรับสายเคเบิ้ล (Cable) ที่เกิดเหตุตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่ใช่ของแท้และไม่ได้ผลิตโดย Apple Inc. เช่นกัน ตรวจพบว่ามีการทำงานบกพร่อง Shield ของสายเคเบิ้ลมีการแยกออกจากกันระหว่างด้าน 30 Pin (30 Pin Connector) กับด้าน USB ในส่วนของเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน 4 เอส ที่เกิดเหตุนั้น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของแท้ผลิตในประเทศจีนตามการออกแบบของ Apple Inc. และเครื่องยังทำงานได้ปกติ และสำหรับสาเหตุของการเสียชีวิตอาจเกิดจากข้อบกพร่องของ Adapter (Charger) และสายเคเบิ้ล (Cable) ที่มีการทำงานบกพร่องทำให้เกิดการลัดวงจร ทำให้แรงดันไฟฟ้า 220 โวลท์     ถูกส่งผ่านและเกิดการสัมผัสกับร่างกายผู้เสียชีวิต

นายฐากร กล่าวว่า กรณีอุบัติเหตุดังกล่าวนั้นนับเป็นอุทาหรณ์ อันส่งผลต่อสุขภาพและชีวิตผู้ใช้บริการโทรคมนาคมโดยตรง สำนักงาน กสทช. เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงขอย้ำเตือนผู้บริโภคให้เลือกใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ไม่ควรเห็นแก่ของที่มีราคาถูก ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐานสากล จะผ่านการตรวจสอบคุณภาพการผลิต และหากผู้ใช้ปฏิบัติตามข้อแนะนำการใช้ จะทำให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

ดีแทคและเทเลนอร์กรุ๊ปทุ่ม 100 ล้าน เปิดตัว dtac Accelerate สร้างสตาร์ทอัพหน้าใหม่


Image

ดีแทคและเทเลนอร์กรุ๊ปเปิดตัวโครงการ dtac Accelerate พร้อมทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท และทรัพยากรเต็มที่ จัดตั้งบริษัท dtac Accelerate ลงทุนให้กลุ่มสตาร์ทอัพ ที่มีความรู้ ความสามารถ ทำธุรกิจได้อย่างจริงจัง สนับสนุนและผลักดันให้เติบโตและเป็นผู้ประกอบการทางด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริงทั้งในตลาดเมืองไทยและต่างประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะช่วยสตาร์ทอัพคนไทยผงาดบนเวทีโลก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และการส่งเสริมธุรกิจมือถือเข้าสู่โมบายอินเทอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่น ที่ช่วยสร้าง mobile internet ecosystem ให้เติบโตอย่างสมบูรณ์แบบในไทย

“สืบเนื่องมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริการทางด้านดิจิตอล และการพัฒนาคอนเท้นท์สำหรับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชนไทยซึ่งมีการตอบรับเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างรวดเร็ว และมีความกระตือรือล้นที่จะแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆกับเพื่อนและครอบครัว ทำให้ประเทศไทยกำลังกลายเป็นสังคมที่มีนักพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีหรือสตาร์ทอัพที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคนี้ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นแหล่งบ่มเพาะโครงการนักพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ อย่างเช่น dtac Accelerate ซึ่งเราเชื่อว่า โครงการนี้จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านออนไลน์ครั้งสำคัญในประเทศไทย

เทเลนอร์เล็งเห็นความสำคัญและอนาคตของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จึงพร้อมให้การสนับสนุน และเปิดกว้างที่จะนำแพลตฟอร์มระดับโลก และการทำธุรกิจดิจิตอลมาช่วยสร้างความสำเร็จให้กับสตาร์ทอัพให้แจ้งเกิดทั้งจากตลาดภายในและต่างประเทศ” นายซิคเว่ เบรคเก้ เจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด เทเลนอร์ เอเชีย  กล่าว

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า “ “ดีแทคมองเห็นแนวโน้มของการเริ่มต้น Startup Ecosystem ที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างสดใส และศักยภาพของประเทศไทยที่จะก้าวไปเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมทางด้านดิจิตอล dtac Accelerate ปีนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการแข่งขันของสตาร์ทอัพ แต่เป็นการสร้างสรรค์ นวัตกรรมทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับระบบ mobile Internet ecosystem ซึ่งมีผู้นิยมใช้ข้อมูลและคอนเท้นท์ของไทย และยังมีแอพพลิเคชั่นที่มีแนวคิดใหม่ๆ ที่มาช่วยสร้างสีสันไลฟ์สไตล์และยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับคนไทยมากมาย ดีแทคจึงได้ประกาศเปิดบริษัทใหม่ dtac Accelerate  ด้วยเงินลงทุนมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Corporate Strategy and Business Innovation ที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจทางด้าน digital Services ในการสร้างความแตกต่างให้กับดีแทคในตลาด รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง”

นายแอนดรูว์ ควอลเสท ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Corporate Strategy and Business Innovation  ดีแทค กล่าวว่า “dtac Accelerate ปีนี้เปิดกว้างให้กับผู้ที่สนใจ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ร่วมโครงการไว้ 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรก Incubation ที่มีไอเดียแล้วแต่ยังไม่มีผลงาน และยังไม่มีโมเดลธุรกิจ แต่มีเวลาเข้ามาร่วมอบรมตลอดโครงการ และกลุ่มที่สอง กลุ่ม Acceleration มีผลงานและเริ่มมีโมเดลทางธุรกิจที่ชัดเจน  แต่ต้องการปรับปรุง พัฒนาและผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เติบโต มากขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยปีนี้ได้เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้ามาได้หลากหลายประเภท เช่น  โมบายล์แอพพลิเคชั่น ออนไลน์เซอร์วิส ที่เกี่ยวกับสุขภาพ อีคอมเมิร์ซ โมบายล์คอมเมิร์ซ การชำระเงินทางออนไลน์ และบริการทางการเงิน คอนเท้นท์ที่เกี่ยวกับการศึกษา  เพลง เกมส์ ความบันเทิง หนังสือ  แอพพลิเคชั่น ออนไลน์ เซอร์วิสสำหรับ SME  คลาวด์  แอพพลิเคชั่นสำหรับกลุ่มองค์กร  และ Technology Social Venture”

ความโดดเด่นและแตกต่างของ dtac Accelerate ปี 2557 ที่ดีแทคและเทเลนอร์กรุ๊ปให้การสนับสนุนคือ

1. บริษัทฯที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนทีมละ 5 แสนบาททันที และสามารถได้รับเงินสนับสนุนต่อเนื่องรวมมูลค่าถึง 1.5 ล้านบาท หากผ่านเกณฑ์การประเมินผลงานในระดับต่อไป

2. โครงการฯ ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ประกอบการใหม่ แต่ยังเปิดรับผู้ประกอบการที่มีผลงาน อยู่แล้วให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ทางโครงการฯ จะให้ความสนับสนุนและผลักดันตามความเหมาะสมของแต่ละผลงานของผู้สมัคร

3. จัดหาที่ปรึกษา (Mentor) ระดับโลกจากซิลิคอน วัลเล่ย์และในภูมิภาคเอเชีย ทางด้านการ Pitching การสร้าง User Experience โมเดลทางธุรกิจ การทำตลาด รวมถึงการทำเวิร์คช้อป และได้ฝึกการลงสนามจริง พร้อมทั้งจัดองค์กรที่ปรึกษาชั้นนำ เช่น ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ หรือ พีดับบลิวซี มาให้คำปรึกษาในด้านกฏหมายและการเงินอีกด้วย

4. สนับสนุนการทำตลาดอย่างจริงจังไปสู่กลุ่มลูกค้าดีแทครวมถึงลูกในเครือเทเลนอร์กรุ๊ป กว่า 150 ล้านคนทั่วโลก

5. โครงการได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลก ทั้งในเอเชีย และอเมริกา เช่น โกลเด้นท์ เกท เวนเจอร์ (Golden Gate Venture) ธุรกิจเงินร่วมลงทุนชั้นนำในสิงคโปร์ ไซเบอร์ เอเจ้นท์ เวนเจอร์ (Cyber Agent Venture) ธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่มีมูลค่า 6.4 พันล้านบาทในญี่ปุ่น แบล็คบ็อกซ์ เวนเจอร์ (Blackbox Venture) ธุรกิจร่วมทุนจาก ซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา

6. ได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ Blackbox Connect ที่ซิลิคอน แวลลี่ย์ สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และเดินทางไป Pitch กับธุรกิจเงินร่วมลงทุน หรือ VC ในสิงคโปร์และญี่ปุ่น ซึ่งทีมจะได้รับประสบการณ์อันล้ำค่า ได้เรียนรู้ถึงหลักการต่างๆในการเป็น สตาร์ทอัพ

โครงการจะเปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม – 16 เมษายน 2557 ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานนำเสนอแนวคิด แผนการดำเนินงาน วิธีการใช้งาน การสร้างรายได้ กลุ่มเป้าหมาย ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ หรือเข้ามาดูรายละเอียดและกรอกใบสมัครได้ที่ http://www.dtac.co.th/accelerate   โดยจะมีการคัดเลือกผลงาน 15 ทีมแรก ในวันที่ 17 – 20 เมษายน 2557 หลังจากนั้นจัดนำเสนอผลงานในรอบแรก (Pitch day)  5 ทีมสุดท้ายในวันที่ 22 เมษายน เริ่มปัจฉิมนิเทศ (Orientation) วันที่ 28 เมษายน เริ่มคอร์สอบรม intensive boot camp  ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม และนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายประกาศผลในวัน Demo day ในเดือนสิงหาคมนี้

 

หัวเว่ยเสริมแกร่ง 4G เปิดตัวนวัตกรรมรอบด้านงาน Mobile World Congress 2014


Image

หัวเว่ย ผู้จัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำของโลก ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ภายใต้แนวคิด “Mobile Changes the World” ในงาน Mobile World Congress (MWC) 2014 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน  ระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา พร้อมพลิกโฉมโลกแห่งการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีโทรคมนาคมไร้สายสุดล้ำยุค เพื่อสร้างเครือข่ายไร้สายประสิทธิภาพสูงที่สามารถใช้งานได้ทุกหนแห่ง พร้อมด้วยสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ทั้งบางเบาและทรงพลัง ภายใต้กลยุทธ์ “cloud, pipe, device” ที่ตอกย้ำถึงความเชียวชาญของหัวเว่ยในทุกระดับของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

“เทคโนโลยีในกลุ่มโมบาย อินเทอร์เน็ตและคลาวด์ได้เปลี่ยนแปลงสภาพตลาดและวิถีทางการทำงานในหลายๆ อุตสาหกรรมไปโดยสิ้นเชิง และหัวเว่ยก็ได้ให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่างๆ มาโดยตลอด เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถรับมือและสร้างประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงนี้ได้” มร. ลีฟ เจิ้ง ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศของหัวเว่ย กล่าว “กลยุทธ์ “cloud, pipe, device” ของเราเป็นกลจักรสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น และแอพพลิเคชันมากมายสำหรับลูกค้าในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก”

ในโอกาสนี้ หัวเว่ยได้ทำการเผยโฉมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์สวมใส่ได้รุ่นล่าสุด สำหรับไลฟ์สไตล์ออนไลน์แบบไร้ขีดจำกัดในยุค 4G โดยมีไฮไลท์ดังนี้:

•             HUAWEI MediaPad X1 แฟบเล็ต 4G ที่รวมทุกคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตให้เป็นหนึ่งเดียว ในบอดี้อลูมิเนียมสุดเนี้ยบ บางเฉียบเพียง 7.18 มิลลิเมตร พร้อมหน้าจอ 7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD ให้สีสันสดใสสำหรับทุกการใช้งาน ทั้งยังเปี่ยมสมรรถนะด้วยหน่วยประมวลผล

แบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.6GHz ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2 Jelly Bean กล้องหลัง-หน้า ความละเอียด 13 ล้านและ 5 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ขนาดมหึมา ความจุ 5000mAh ที่ทำให้ MediaPad X1 สามารถใช้งานได้ถึง 5 วันเต็ม

Image•             HUAWEI TalkBand B1 สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกจากหัวเว่ยที่เป็นทั้งนาฬิกาข้อมือ เครื่องบันทึกข้อมูลการออกกำลังกาย และชุดหูฟังสำหรับสมาร์ทโฟน ด้วยจอ OLED ยืดหยุ่นได้ขนาด 1.4 นิ้ว ที่สามารถถอดแยกออกจากสายรัดข้อมือเพื่อใช้งานเป็นหูฟังไร้สายบลูทูธ 4.1 ที่ใช้สนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า 7 ชั่วโมง ควบคู่กับสมาร์ทโฟนทั้งในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (เวอร์ชั่น 2.3 ขึ้นไป) และไอโอเอส (5.0 ขึ้นไป) นอกจากนี้ TalkBand B1 ยังมีเซนเซอร์นับก้าว ระยะทาง และแคลอรี่ หรือแม้แต่ระยะเวลาการนอนหลับในแต่ละคืน สำหรับผู้รักสุขภาพที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ทั้งยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 6 วัน และระบบสั่นป้องกันเครื่องหายเมื่ออยู่ห่างจากเครื่องสมาร์ทโฟนเกินกว่า 10 เมตร

Image•             HUAWEI MediaPad M1 แท็บเล็ต 4G ขนาด 8 นิ้วที่พร้อมมอบประสบการณ์ความบันเทิงแบบครบรสด้วยหน้าจอความละเอียด 1280×800 ลำโพงสเตอริโอด้านหน้า และฟังก์ชันการเล่นไฟล์วิดีโอหรือดูโทรทัศน์แบบมัลติวินโดว์ ควบคู่ไปกับการใช้งานแอพอื่นๆ ทั้งนี้ MediaPad M1 ใช้หน่วยประมวลผลแบบควอด-คอร์ ความเร็ว 1.6GHz และแบตเตอรี่ความจุ 4800mAh ซึ่งสามารถใช้เล่นไฟล์วิดีโอได้ติดต่อกันนานถึง 8 ชั่วโมง พร้อมกล้องหลัง-หน้า ความละเอียด 5 ล้านและ 1 ล้านพิกเซล

•             Huawei Ascend G6 4G สมาร์ทโฟน 4G ดีไซน์เก๋ หน้าจอ 4.5 นิ้ว ที่บางเฉียบเพียง 7.85 มิลลิเมตร มีให้เลือกทั้งแบบสีดำเทา ดำทอง ขาวชมพู และขาวทอง (หรือรุ่น 3G บางเพียง 7.5 มิลลิเมตร สีดำ ขาว ชมพู ทอง น้ำเงิน) และพร้อมบันทึกทุกนาทีแห่งความทรงจำด้วยกล้องหลัง-หน้า ความละเอียด 8 ล้านและ 5 ล้านพิกเซล และฟังก์ชันซอฟท์แวร์เพื่อความสะดวกสบายมากมายจากระบบ Emotion UI 2.0 ของหัวเว่ย

ยกระดับประสิทธิภาพเครือข่าย กับหลากหลายเทคโนโลยีสำหรับภาคธุรกิจและผู้ให้บริการ

นอกเหนือจากสมาร์ท ดีไวซ์รุ่นใหม่ๆ แล้ว หัวเว่ยยังได้นำเทคโนโลยีกลุ่มอื่นๆ มาเปิดตัวภายในงาน MWC อีกมากมาย

•             ระบบสถานีฐานขนาดเล็กหลากหลายรูปแบบ ที่สามารถนำมาติดตั้งเพื่อขยายพื้นที่การให้บริการอย่างทั่วถึง ทั้งในพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร

•             ต้นแบบสถานีฐานบนเครือข่ายระดับ 5G ทั้งรุ่นขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ที่สนับสนุนแบนด์วิธปริมาณมหาศาล เชือมต่อได้อย่างรวดเร็ว และรองรับผู้ใช้แบบไม่จำกัดจำนวน

•             เทคโนโลยีเครือข่าย 4G LTE สมรรถนะสูง ที่สนับสนุนการเข้าถึงคอนเทนท์ประเภทวิดีโอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังรองรับการพัฒนาเครือข่ายแบบผสมคลื่นความถี่และบริการประเภทเสียง (VoLTE)

•             โซลูชั่นการบริหารจัดการเครือข่ายและฐานลูกค้า เพิ่มมูลค่าและลดความซับซ้อนในการอัพเกรดบริการ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับลูกค้า อันจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่ออนาคต

•             โซลูชั่น FMC (Fixed and Mobile Convergence) 2.0 จะช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถผสมผสานบริการโทรคมนาคมหลายๆ รูปแบบ ทั้งระบบอินเตอร์เน็ทบรอดแบนด์และระบบไร้สายเข้าไว้ด้วยกัน และสร้างสรรค์คอนเทนท์ต่างๆ ที่สามารถใช้งานได้บนโครงข่ายทุกรูปแบบ และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจขององค์กรต่อไป

•             SoftCOM ระบบสถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบซอฟท์แวร์ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีคลาวด์ เวอร์ชวลไลเซชัน และอื่นๆ อีกมากเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่มีความยืดหยุ่นสูง บริหารจัดการง่าย และเอื้อต่อการพัฒนาต่อยอดธุรกิจในด้านต่างๆ

เอเซอร์ คว้าแชมป์ยอดขายโปรเจคเตอร์ อันดับ 1 ในประเทศไทย


Image

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ประกาศความสำเร็จในกลุ่มธุรกิจโปรเจคเตอร์ด้วยยอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย สำหรับปี 2013 และขึ้นแท่นท็อป 3 ในตลาดโลกด้วยส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 3 จากทั่วโลกหรือคิดเป็น 7.1% ในปี 2013 จากผลการสำรวจของ PMA โดยตั้งแต่ปี 2007 ผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์จากเอเซอร์ได้รับการจัดอันดับและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เอเซอร์โปรเจคเตอร์ครองอันดับ 2 ในระดับภูมิภาค EMEA (อันได้แก่ ยุโรป ตะวันออกกลาง และอัฟริกา) ตั้งแต่ปี 2008 มาโดยตลอด และครองส่วนแบ่งการตลาดในปี 2013 ที่ 13.8 % ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเอเซอร์ครองอันดับ 3 โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 6.8% ในปี 2013 และสำหรับประเทศไทยกลุ่มธุรกิจโปรเจคเตอร์ของเอเซอร์ยังประสบความสำเร็จด้วยยอดขายอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 25.8% ในปี 2013

ปัจจุบันเอเซอร์นำเสนอผลิตภัณฑ์โปรเจตเตอร์ที่ครอบคลุมทุกการใช้งานของทุกกลุ่มองค์กร ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ภาคการศึกษา และกลุ่มโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ ปัจจุบันเอเซอร์มีโปรเจคเตอร์ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 6,000 lumens ความละเอียดในระดับ WUXGA มีความสามารถในการฉายภาพที่มีระยะห่างในการฉายจำกัด (Ultra-short throw) เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์แอลอีดีโปรเจคเตอร์แบบพกพา ที่ให้อายุการใช้งานของหลอดภาพที่ยาวนาน ความทนทานสูงและเปี่ยมด้วยคุณสมบัติด้านมัลติมีเดียที่มีประสิทธิภาพ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องเดินทางและกับความบันเทิงภายในบ้าน ในอนาคตโปรเจคเตอร์จากเอเซอร์จะสามารถใช้งาน BYOCTM (Build Your Own Cloud) ได้อย่างต่อเนื่องร่วมกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเอเซอร์ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows และ Android เพื่อการเข้าถึงข้อมูลได้ในทุกที่ ทุกเวลา

ทรู เผยปี’57 ปรับโฉมสู่ยุคคอนเวอร์เจนซ์เต็มรูปแบบ


Image

กลุ่มทรู พอใจในความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ทั้งรายได้จากการให้บริการที่ยังคงเติบโต และความสำเร็จในการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม “ทรูโกรท” (TRUEGIF) รวมถึงภาระหนี้ที่ปรับลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2557 ก้าวเป็นผู้ให้บริการคอนเวอร์เจนซ์เต็มรูปแบบโดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร และกำหนดทิศทางมุ่งเน้นลูกค้าเป็นสำคัญ รุกเสริมความแข็งแกร่งทั้งด้านธุรกิจและการเงิน บริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มอัตรากำไรเบื้องต้น (EBITDA)  มั่นใจนำกลุ่มทรูสร้างผลกำไรได้ภายในปี 2558

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมา กลุ่มทรูประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน ทั้งรายได้จากผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจที่เป็นไปตามที่ตั้งไว้ และความสำเร็จจากการเป็นองค์กรไทยรายแรกของประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโลก COPC CSP จาก COPC (Customer Operation Performance Center) รวมทั้งความสำเร็จจากการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม “ทรูโกรท” (TRUEGIF) ซึ่งส่งผลให้กลุ่มทรูสามารถลดภาระหนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม  และในปี 2557 นี้ กลุ่มทรูจะก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการคอนเวอร์เจนซ์อย่างเต็มรูปแบบ โดยการปรับโครงสร้างการบริหาร และปรับองค์กร มุ่งให้ความสำคัญแก่ลูกค้าสูงสุด ทั้งการสร้างประโยชน์และมูลค่าเพิ่มยิ่งขึ้น รวมทั้งการก้าวเป็นองค์กรที่ขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“ผมมั่นใจว่ากลุ่มทรูจะสามารถก้าวเป็นองค์กรที่ทำกำไรได้ในปีหน้าอย่างแน่นอน โดยในปีนี้จะเน้น
การสร้างความแข็งแกร่งทั้งด้านธุรกิจและการเงิน การบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มอัตรากำไรเบื้องต้น (EBITDA) โดยใช้หลักการบริหารจัดการธุรกิจในแบบ Total Quality Management (TQM) ซึ่งเป็นการบริหารคุณภาพระบบงานทั้งหมดในองค์กร โดยการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กร และเพื่อยกระดับกลุ่มทรูให้ทัดเทียมมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ยังนำ Lean Six Sigma ซึ่งเป็นขบวนการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่สาเหตุอย่างแท้จริง ตลอดจนปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า”

ในปี 2556 กลุ่มทรูมีรายได้จากการให้บริการโดยรวม จำนวน 66.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากรายได้ที่เติบโตในทั้งสามธุรกิจหลัก  ขณะที่มีผลขาดทุนสุทธิ 9.1 พันล้านบาท  ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายจากการสิ้นสุดสัมปทานของทรูมูฟในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการโอนย้ายลูกค้าทรูมูฟ มาเป็น ทรูมูฟ เอช การบันทึกการด้อยค่าสินทรัพย์โครงข่าย 2G  รวมถึงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น จากการร่นระยะเวลาการตัดค่าเสื่อมของสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานของทรูมูฟให้สั้นขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในช่วงการสิ้นสุดยุคสัมปทาน 2G เท่านั้น และรายได้รวมของกลุ่มทรูโมบายล์ ในปีที่ผ่านมายังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการนอนวอยซ์ซึ่งเติบโตสูงถึงร้อยละ 49 จากปีก่อนหน้า ด้วยความเป็นผู้นำบริการ 3G ที่เร็ว แรงเต็มสปีด และครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด  และบริการ 4G LTE รายแรกในไทย รวมถึงการนำเสนอแพ็กเกจบริการที่คุ้มค่าร่วมกับดีไวซ์หลากหลายรุ่น ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้เป็นอย่างดี ทำให้ ณ สิ้นปี 2556 กลุ่มทรูโมบายล์มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 22.9 ล้านราย

ทรูออนไลน์ ยังคงเดินหน้าขยายโครงข่ายบริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครอบคลุมแล้วกว่า 4.3 ล้านครัวเรือน ใน 61 จังหวัด ณ สิ้นปี 2556 และตั้งเป้าครอบคลุมทั่วประเทศในปีนี้ ทั้งนี้จากการนำเสนอแพ็กเกจคอนเวอร์เจนซ์ที่เพิ่มความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าจากการรวมบริการอัลตร้า ไฮ-สปีด อินเทอร์เน็ต ของทรูออนไลน์ ร่วมกับบริการอื่นๆ ภายในกลุ่มทรู ส่งผลให้ทรูออนไลน์มีจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์รายใหม่สุทธิสูงกว่า 240,000 ราย มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านราย ณ สิ้นปี 2556 และมีรายได้บริการบรอดแบนด์ของทรูออนไลน์ เติบโตสูงถึงร้อยละ 17 จากปีก่อนหน้า

ทรูวิชั่นส์ มุ่งเน้นการเพิ่มประสบการณ์การรับชมให้กับลูกค้าด้วยการสรรหาคอนเทนต์คุณภาพทั้งในและต่างประเทศ และการปรับเพิ่มช่องรายการในระบบ HD เป็นจำนวนที่มากที่สุดในไทยถึง 50 ช่อง นอกจากนี้ยังได้นำเสนอแพ็กเกจใหม่ที่หลากหลายและบริการเสริมที่น่าดึงดูดใจ อาทิ แคมเปญ “สุขx2” บริการอัลตร้า ไฮ-สปีด อินเทอร์เน็ต 12 Mbps. พร้อมรับชมช่องรายการต่างๆ จากทรูวิชั่นส์ถึง 78 ช่อง พร้อม 3 ช่อง HD ในราคาเพียง 699 บาท และทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์ บริการโมบายเพย์ทีวีแบบใหม่ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ง่ายยิ่งขึ้น โดย ณ สิ้นปี 2556 ทรูวิชั่นส์มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็นทั้งสิ้น 2.4 ล้านราย และมีรายได้จากค่าโฆษณาและค่าสปอนเซอร์ เป็นปัจจัยที่สร้างความเติบโตให้แก่รายได้ของทรูวิชั่นส์

“ปี 2557 นี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยและกลุ่มทรู  อันเกิดจากการปรับเปลี่ยนสู่ระบบเสรีที่ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น ภายหลังการออกใบอนุญาตต่าง ๆ ทั้งในด้านกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ของคณะกรรมการ กสทช. อีกทั้งความสำเร็จจากการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเป็นครั้งแรกของไทย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน ลดการลงทุนซ้ำซ้อน  อันจะนำมาซึ่งการแข่งขันที่เป็นธรรมและการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยในระยะยาว” นายศุภชัย กล่าวสรุป 

กฟน. จับมือ เทสโก้ โลตัส ต่อยอดเทคโนโลยี ชำระค่าไฟฟ้าผ่านแอพฯ “MEA Smart life “


Image

การไฟฟ้านครหลวง พัฒนาแอพพลิเคชั่น MEA Smart life พร้อมจับมือเทสโก้ โลตัสยักษ์ใหญ่ค้าปลีก รับชำระค่าไฟฟ้าผ่านแอพพลิเคชั่น ที่สะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ใบแจ้งค่าไฟฟ้า

นายพิชัย สงวนไชยไผ่วงศ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง และ มร. ฮาร์จีด ดรูบรา ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการเงิน เทสโก้ โลตัส ร่วมเปิดตัวบริการชำระค่าไฟฟ้า ผ่านเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนแอพพลิเคชั่น (Smartphone Application) MEA Smart Life ของการไฟฟ้านครหลวง ณ ห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้าสาขาพระราม 4

 “MEA Smart Life Application ถือเป็นอีกหนึ่งบริการของการไฟฟ้านครหลวง ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถตรวจสอบและชำระค่าไฟฟ้าผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน (Smartphone)  โดยการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) หรือบาร์โค้ด (Bar Code) ทางหน้าจอโทรศัพท์ โดยไม่ต้องใช้ใบแจ้งค่าไฟฟ้า ซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถดาวน์โหลดได้ที่ App Store ของระบบปฏิบัติการ iOS และ Play Store ของระบบปฏิบัติการ Android โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ผู้ใช้ไฟฟ้ายังสามารถตรวจสอบสถานที่รับชำระ ประกาศดับไฟเพื่อบำรุงรักษาระบบจำหน่ายได้จากแอพพลิเคชั่นดังกล่าวได้อีกด้วย” รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงกล่าว

“เทสโก้ โลตัส ในฐานะผู้นำในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกไม่เคยหยุดยั้งที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆเพื่อลูกค้า โดยล่าสุดได้เป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่ลงทุนติดตั้งระบบการอ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อรับชำระค่าบริการต่าง ๆ ในทุกสาขาของเทสโก้ โลตัส ทั้งในกรุงเทพฯ และทุกสาขาทั่วประเทศ ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัสพร้อมให้บริการรับชำระค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง ผ่านแอพพลิชั่น MEA Smart Life บนสมาร์ทโฟน โดยลูกค้าสามารถชำระค่าไฟฟ้าได้ง่าย ๆ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิชั่น MEA Smart Life ของการไฟฟ้านครหลวง และใช้คิวอาร์โค้ด (QR Code) แทนการใช้ใบแจ้งค่าไฟฟ้า ลูกค้าที่สนใจสามารถชำระค่าไฟฟ้าด้วยระบบดังกล่าว ได้ที่จุดชำระเงินของเทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ” มร. ฮาร์จีด ดรูบรา ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการเงิน เทสโก้ โลตัส กล่าว

การไฟฟ้านครหลวง และเทสโก้ โลตัส ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีในการให้บริการแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าและประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการตรวจสอบ และชำระค่าไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือ สะดวกรวดเร็ว เพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจของลูกค้า ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับบริการ พร้อมต่อยอดสู่วิถีชีวิตอนาคต

เทสโก้ โลตัส เริ่มให้บริการรับชำระเงินตั้งแต่ปี 2551 โดยในช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมานี้ ได้ขยายการให้บริการรับชำระเงินสำหรับผู้ให้บริการมากถึง 120 ราย และรับชำระค่าบริการต่าง ๆ กว่า 200 บริการ ที่กว่า 1,700 สาขาทั่วประเทศ นอกจากเทสโก้ โลตัส จะเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินที่มอบความสะดวกสบายแก่ลูกค้าแล้ว ยังคิดค่าบริการถูกเพียง 7 บาทเท่านั้น และยังให้บริการอีกหลายประเภทสำหรับลูกค้า ทั้งบริการเติมเงินมือถือและเกมส์ออนไลน์ บริการส่งพัสดุ จำหน่ายตั๋วรถบัสและบัตรการแสดงต่างๆ พร้อมบริการถ่ายเอกสารและแฟกซ์

ดีแทคจัดหนัก “สมาร์ทโฟนราคาVIP” หั่นราคาสมาร์ทโฟนรุ่นยอดฮิต


Image

ดีแทคจัดเต็มสุดๆกับโปรโมชั่น “สมาร์ทโฟนราคาVIP” สุดเซอร์ไพรส์ มอบค่าเครื่องที่ถูกกว่า และ แพ็กเกจคุ้มค่ากว่า เริ่มต้นเพียง 399 บาท โดยสมาร์ทโฟนที่ร่วมรายการ อาทิ  iPhone 5c (16GB)  ราคาปกติ   20,730  บาท ราคาพิเศษ 12,900 บาท  , iPhone 5c (32GB) ราคาปกติ   24,550  บาท ราคาพิเศษ 15,900 บาท ,  iPhone 4s (8GB)  ราคาปกติ   14,990  บาท ราคาพิเศษ 9,500 บาท  iPhone 4 (8GB) ราคาปกติ   11,300  บาท ราคาพิเศษ 7,500 บาท เมื่อลูกค้าสมัครแพ็กเกจ Special iPhone และ HTC One ราคาปกติ   17,900  บาท ราคาพิเศษ 15,900 บาท , HTC One mini  ราคาปกติ   12,500  บาท ราคาพิเศษ 10,500 บาท และ สำหรับลูกค้าใหม่รับฟรีเน็ตสูงสุดถึง 36 GB เมื่อสมัครแพ็กเกจ Smartphone More Net มูลค่า 999 บาท

พิเศษ! ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่รับดีแทคโบนัสรวมมูลค่าสูงสุดถึง 5,000บาท เมื่อนำสมาร์ทโฟนที่ร่วมรายการเครื่องเก่ามาแลกซื้อ iPhone5c หรือ HTC One รับดีแทคโบนัส เดือนละ 500 บาท นาน 10 เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ)  พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 20 เดือน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มี.ค. 57   โปรโมชั่นนี้เพื่อรองรับกำลังซื้อทั้งฐานลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ อีกหนึ่งกลยุทธ์หลักเพื่อผลักดันให้ลูกค้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนง่ายขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นยอดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายคุณภาพเพิ่มขึ้น

 

 

คลิ๊กเพลย์ดอทคอม จับกระแสตลาดอีคอมเมิร์ซเมืองไทยบูม ชูเทรนด์ช็อปปิ้งออนไลน์


Image

เว็บไซต์คลิ๊กเพลย์ดอทคอม ในเครือ บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จับกระแสตลาดอีคอมเมิร์ซเมืองไทยบูม ชูเทรนด์ใหม่ของการช็อปปิ้งออนไลน์  พร้อมจับมือค่ายเพลงสไปร์ซี่ดิสก์ (Spicydisc) ในการเป็นช่องทางจำหน่ายซีดีเพลงของศิลปินในสังกัดผ่านเว็บไซต์คลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) รวมถึงเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่สนใจขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการต่างๆสามารถมาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ได้อีกด้วย

นางสาวอรวรรณ วิรัตนโภคิน ผู้อำนวยการสายงานดิจิตอล บีอีซี-เทโร มิวสิค บริษัท บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของทางบริษัทฯในปีนี้มุ่งเน้นที่จะจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายคอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ประกอบกับในปีนี้เทรนด์ของตลาดอีคอมเมิร์ซเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง โดยคาดว่าในปีนี้ตลาดอีคอมเมิร์ซเมืองไทยจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  ซึ่งปัจจัยหนุนที่ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น ได้แก่ จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปิดให้บริการ 3G ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ผู้บริโภคยุคใหม่กล้าซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ระบบการจ่ายเงินที่น่าเชื่อถือมากขึ้น จึงทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซโตขึ้นตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทางบริษัทฯต้องปรับตัวเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซมากยิ่งขึ้น

ล่าสุด เว็บไซต์คลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) ได้ร่วมกับ ค่ายเพลงสไปร์ซี่ดิสก์(Spicydisc) ในการเป็นช่องทางจำหน่ายซีดีเพลงของศิลปินในสังกัด อาทิ วง MILD , วงละอองฟอง , วง Sqweez Animal , วง Friday , บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ฯลฯ ผ่านเว็บไซต์คลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) มั่นใจช่องทางนี้จะสามารถขยายฐานลูกค้าได้เป็นอย่างดี

โดยที่ผ่านมาทางบริษัทฯให้ความสำคัญในการที่จะสร้างความหลากหลายให้กับคอนเทนต์และพัฒนาช่องทางใหม่ๆในการนำเสนอคอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากที่ผ่านมาทางบริษัทฯได้ร่วมมือกับ บริษัท ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ในการจำหน่าย DVD หนังของศิลปิน One Direction สามารถจำหน่ายได้ถึง 600 แผ่น ภายในเวลา 6 ชั่วโมง โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์เราจะได้รับของแถมสุดพิเศษ(Deluxe Version) เป็นโปสเตอร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆและหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ ครอบครัวดนตรี ของทางช่อง 3 ในการเปิดรับพรีออเดอร์ซีดีอัลบั้มเพลงประกอบละครผ่านทางเว็บไซต์ Qikplay.com พิเศษ…สำหรับลูกค้าที่พรีออเดอร์ซีดีประกอบละครจะได้รับซีดี พร้อมลายเซ็นต์จากมือนางเอกสาวสวยมาร์กี้ ราศี ซึ่งความพิเศษแบบนี้เว็บไซต์คลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) ได้จัดเตรียมไว้ให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์เราเท่านั้น และเนื่องจากปัจจุบันนี้ยังไม่มีเจ้าของคอนเทนต์รายใดที่เข้ามาทำการตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันทางบริษัทยังเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมงานกับทุกๆพันธมิตรที่ต้องการจะใช้เว็บไซต์คลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) เป็นช่องทางการจัดจำหน่าย โดยสามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์ 02-686-8000” นางสาวอรวรรณกล่าว

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.