ผลการสำรวจทั่วโลกยืนยันความนิยมที่เพิ่มขึ้นของวิดีโอบนมือถือ


youtube-mobile

BuzzCity เผยผลสำรวจที่ระบุว่า วิดีโอบนอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์มือถือเป็นช่องทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภค ข้อมูลนี้ได้รับการเปิดเผย ในรายงานประจำไตรมาสล่าสุดเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือทั่วโลกโดย BuzzCity.

kflaiดร. เค เอฟ ไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง BuzzCity กล่าวว่า “ผลการสำรวจและแนวโน้มในตลาดจาก 25 แห่งที่ทำการสํารวจมีความคล้ายคลึงกันมากและตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่าวิดีโอบนมือถือในประเทศไทยเป็นช่องทางใหม่สำหรับการชมรายการประเภทเนื้อหาและโฆษณาที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว”

ข้อมูลสำคัญจากการสำรวจทั่วโลกพบว่า 84% ของนักเล่นมือถือดูวิดีโอออนไลน์ อีก 56% ดาวน์โหลดและ 30% ดูผ่านเว็บไซต์ที่แชร์ทางออนไลน์ในประเทศไทย แนวโน้มการดูวิดีโอบนมือถือกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในขณะที่ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตพัฒนาดีขึ้นและนำแผนการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่แพงมากมาใช้  ดร. ไล ยังกล่าวอีกว่า “ความต้องการในการชมรายการประเภทที่มีเนื้อหาสาระ (content) ยังคงสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ซีรี่ส์ล่าสุดเรื่องฮอร์โมนส์ที่มีให้ชมออนไลน์ทันทีหลังจากที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ และช่องที่เยาวชนนิยม ได้แก่ช่อง VRZO มีสมาชิกมากกว่า 2,300,000 คนบนยูทูป”

เขาเสริมว่า “การรับรู้ในความนิยมของผู้บริโภคยังไม่ตรงกันกับผู้โฆษณา ผู้ลงโฆษณาไม่สามารถที่จะบริหารช่องดิจิตอลเป็นสื่ออิสระอีกต่อไป  พวกเขาจะต้องนำวิธีการทางดิจิตอลมาใช้ด้วยการทำงานผ่านอุปกรณ์ต่างๆ”

“จนถึงขณะนี้ นักโฆษณายังมีท่าทีแบบ ‘รอดู’ (wait and see) ผลการสำรวจระดับโลกนี้แสดงให้เห็นว่าเราได้มาถึงจุดเปลี่ยนและผู้โฆษณาที่ยังคงระมัดระวังตัวบริหารความเสี่ยงด้วยการไม่เข้าไปยุ่งในตลาดสื่อที่มีการแข่งขันสูง”

เมื่อพูดถึงการดูวิดีโอ สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด (75%) เนื้อหารายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ รายการที่ออกอากาศฟรี (43%) ภาพยนตร์และรายการทีวีโชว์ (29%) และวิดีโอสั้น ๆ (23%) ผู้ตอบแบบสอบถามยังชื่นชอบความหลากหลายและความรวดเร็วของวิดีโอบนมือถือและโอกาสที่จะดูเมื่อใดก็ได้ที่พวกเขาต้องการ

รายงานของ BuzzCity ยังแสดงปริมาณการโฆษณาในไตรมาสที่สามอีกด้วย  แม้ว่าการโฆษณาบนมือถือจะมีการปรับตัวลดลงในไตรมาสนี้ รายงานแสดงการเติบโตแบบปีต่อปีมากถึง 24% ของการโฆษณาในเครือข่าย BuzzCity ประจำปีจนถึงขณะนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ในประเทศไทยหลังจากการเติบโตถึงสองหลักในทั้งสองไตรมาสติดต่อกัน การโฆษณาลดลง 26% เนื่องจากนักโฆษณาในสื่ออิสระลดการใช้จ่ายลงสื่อโดยทั่วไปมองเห็นผลกำไรลดลงในช่วงสองสามไตรมาสสุดท้ายซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เกิดจากความไม่สงบทางการเมือง

การสำรวจความคิดเห็นของ BuzzCity เกี่ยวกับแนวโน้มการดูวิดีโอออนไลน์จากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 5,400 คนใน 25 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย เริ่มทำการสำรวจตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมถึงวันที่ 1 กันยายน 2557

หัวเว่ย เผยโฉมสมาร์ทโฟน Huawei Ascend P7 Arsenal Edition


Huawei_Arsenal

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่และสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก ผนึกกำลังสุดเอกซ์คลูซีฟกับทีมอาร์เซนอล สโมสรฟุตบอลชื่อดังในอังกฤษ เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษ Huawei Ascend P7 Arsenal Edition โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ได้รับการสร้างสรรค์มาแล้วอย่างลงตัว พื้นผิววัสดุเคลือบด้วย Gorilla Glass III ทนทาน มั่นใจ ไร้รอยขีดข่วนแสดงออกถึงการเป็นคอลูกหนังตัวจริงด้วยสัญลักษณ์ของทีมอาร์เซนอลไว้อย่างเรียบหรูด้านหลังตัวเครื่องที่ บรรจุในกล่อง Arsenal Gift Box ดีไซน์พิเศษ สวยงาม ด้วยลวดลาย ปืนใหญ่ สีขาวบนพื้นแดงควรคู่แก่การสะสม ยิ่งไปกว่านั้นหัวเว่ยได้ดีไซน์ Theme เมนูการใช้งาน และ Widget นาฬิกาซึ่งถอดแบบ มาจาก Arsenal Clock End สัญลักษณ์ภายในสนามของทีมอาร์เซนอล รวมถึงรูปแบบอื่นๆ ที่สะท้อน ความเป็น เอกลักษณ์เฉพาะของทีมอาร์เซนอล ที่ไม่เคยมีที่ใดมาก่อน มาบรรจุไว้เพื่อสาวกผู้คลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ตบท้ายด้วย Pre-installed FIFA 14 ที่พร้อมจะปรับสู่ FIFA 15 ทันทีเมื่อถึง ฤดูกาลของการแข่งขัน Huawei Ascend P7 Arsenal Edition จำหน่ายแล้ว วันนี้  ในราคา 14,990 บาท ที่ร้านเจมาร์ทตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

สเปคแบบพิเศษสุดของ Huawei Ascend P7 Arsenal Edition

-              ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.4

-              ระบบประมวลผล Super Quad-Core1.8GHZ CPU Kirin 910T

-              รองรับระบบการเชื่อมต่อแบบ LTE CAT6/WCDMA/GSM

-              หน่วยความจำ 2GB RAM และความจำภายในตัวเครื่อง 16 GB ROM

-              ขนาดหน้าจอขนาด 5 นิ้ว FHD ความละเอียด 1920*1080 พิกเซล

-              ความละเอียดกล้องหน้า  8MP ความละเอียดกล้องหลัง 13 MP เลนส์ wide ขนาด 28 mm

-              แบตเตอรี่ความจุ 2530m Ah

-              ฟีเจอร์ที่โดดเด่นอื่นๆ ประกอบด้วย ระบบ Ultra power saving mode และการถ่าย Panoramic selfie

เอไอเอส ควงแขน เมญ่า สร้างสรรค์พื้นที่สุดแนว เพื่อชุมชน ณ “C.A.M.P AIS @ เชียงใหม่” ชูแนวคิด Library Café 24 ชั่วโมง


 

คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ แห่ง MAYA และคุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ แห่ง AIS ร่วมเปิด CAMP AIS@MAYA จ.เชียงใหม่_1

C.A.M.P AIS @เมญ่า เชียงใหม่ ได้ฤกษ์ เปิดตัวเต็มรูปแบบ ด้วยแนวคิด      “C.A.M.P AIS : Library Cafe 24 ชั่วโมง”  จัดเต็มสุดยอดเทคโนโลยีดิจิตอล เพื่อสร้างโอกาสใหั Community ได้เชื่อมโยง ค้นหา เข้าถึง และ แบ่งปันได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้ว ผ่านสุดยอดเครือข่าย จาก AIS Gigabit Broadband Internet ความเร็ว 1Gbps และ AIS Ultimate Wifi  300 Mbps เร็วที่สุดในประเทศไทย รวมไปถึง Digital Library คลังหนังสือ Digital ที่ให้คุณเลือกยืม e-book, e-magazine ได้ง่ายๆ รวมถึงกิจกรรมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์จากสไตล์ไอคอนสุดเจ๋ง ทุกเดือนตลอดปี พร้อมจัดเต็มสิทธิพิเศษเพื่อลูกค้าเอไอเอสอีกเพียบ

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า  “ในฐานะที่อยู่ในอุตสาหกรรมให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงการสื่อสาร มอบประโยชน์แก่คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเราใช้เวลาเพียง 2 ปีเศษ ในการพัฒนาเครือข่าย 3G จนสามารถครอบคลุมทั่วประเทศแล้วมากกว่า 97% ของพื้นที่ประชากร  และวันนี้เอไอเอส ก็พร้อมที่จะก้าวไปขั้นของการให้บริการ ให้แก่คนไทยด้วย ไฟเบอร์ บรอดแบนด์ความเร็ว 1Gbps เพื่อเป็นเครือข่ายพื้นฐานของประเทศจากนี้ไป”

“AIS ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสาร แต่ ยังเน้นการสนับสนุนให้คนไทยทุกคนสามารถสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่นวัตกรรมที่จะช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้าได้อย่างแข็งแรง ดังนั้นเราจึงพร้อมนำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและสร้างโอกาสในการค้นหาแรงบันดาลใจให้แก่ชุมชนคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“ด้วย Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบอิสระ ไม่ติดกรอบ ทั้งเรื่องเวลาและสถานที่ กระตือรือร้นที่จะแสดงตัวตนผ่านความคิดสร้างสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว หรือจากโลก  Social /Online รวมไปถึงนิยม Explore ความคิดใหม่ๆแบบไร้ขีดจำกัด ซึ่ง Lifestyle นี้ส่งผลถึงรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน อาทิ นิยมใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ (ปัจจุบันพบว่ามากกว่า 13 ชั่วโมงต่อวัน) หรือ เลือกใช้ชีวิตในระหว่างวัน ณ สถานที่อย่าง Third Place ซึ่งถือว่าตอนนี้มีความสำคัญรองจากบ้าน ที่ทำงาน หรือสถานศึกษา เพราะเป็นแหล่งดึงดูดให้คนมารวมตัวกัน เกิดการปฏิสัมพันธ์ในเชิงสร้างสรรค์ขึ้นในสังคม อย่างไม่มีกรอบของเวลา กฎระเบียบใดๆมาเป็นตัวขวางความคิดสร้างสรรค์ที่จะเกิดขึ้น”

“ดังนั้น เอไอเอส จึงผนึกกำลัง กับเมญ่า สร้าง Concept ใหม่ให้ C.A.M.P AIS  กลายเป็น Library Café 24 ชั่วโมง แห่งแรกของประเทศไทย ที่จะเป็นแหล่งรวมพลคนชอบคิด เพื่อตอบโจทย์ Lifestyle คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ศิลปิน ผู้ประกอบการอิสระ หรือ Community ต่างๆ โดยพร้อมบริการสังคมอย่างเต็มที่ ด้วยแนวคิด  Open Office, ห้องสมุด และ Café ที่เปิด 24 ชั่วโมง พร้อมนำ digital infrastructure และ Digital Content ที่ดีที่สุดในประเทศมามอบให้ ไม่ว่าจะเป็น

-              Digital Meeting Room ที่มี AIS Gigabit Broadband Internet  ความเร็วสูง 1Gbps พร้อม Smart Screen

-              AIS Ultimate Hi-Speed Wifi เร็วที่สุดในประเทศไทย ถึง 300 Mbps

-              AIS Digital Library มากกว่าพันเล่ม

-              AIS Digital Money ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมาย

การทำงานร่วมกับ Strategic พาร์ทเนอร์ อย่างศูนย์การค้าเมญ่าในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งหนึ่งของเอไอเอส ที่ขยายการบริการจากลูกค้าคนไทยทุกคนสู่การเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายให้แก่สังคม ด้วยการเปิดกว้าง สร้างสรรค์ และแบ่งปันให้กับคนยุค Digital” นายสมชัย กล่าว

AIS Wifi เร็วที่สุดในประเทศไทย_3ด้านนายสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท มายา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “จากประสบการณ์การทำธุรกิจโรงภาพยนตร์ ที่คร่ำหวอดในวงการมากกว่า 30 ปี ทำให้ได้สัมผัสมุมมอง และไลฟ์สไตล์ของคนไทยรุ่นใหม่ว่ามีความคิดสร้างสรรค์ในหลายๆ มุมมอง เมื่อได้มีโอกาสที่ได้มาพัฒนาศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์  ที่เชียงใหม่นี้ ซึ่งเป็นจังหวัดที่สร้าง และรวบรวมนักคิดสร้างสรรค์ทั้งศิลปะทุกแขนงและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เกิดความคิดว่าน่าจะมีสถานที่ที่ให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสมาพบปะแลกเปลี่ยนแนวคิดที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และเชิงการพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนสถานที่ที่ให้ เยาวชนเมาอ่านหนังสือ ติววิชาที่เรียนมาอย่างอิสระ ปลอดภัย และค่าใช้จ่ายไม่แพงด้วย อาหารเครื่องดื่มให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการตลอด 24 ชม. จึงได้นำเอาพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ มาลงทุนสร้าง C.A.M.P ด้วยงบประมาณกว่า 30 ล้านบาท”

“ผมถือว่าเป็นการทำประโยชน์ให้สังคมครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเป็นนักลงทุนมาจากกรุงเทพฯ เรียกว่าเป็นนักธุรกิจต่างถิ่น ผมก็อยากจะให้สังคมท้องถิ่นที่นี่เข้าใจว่าเรานำเอาไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับชุมชนมาให้ เรายินดีที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเมืองเชียงใหม่ ที่จะมาพัฒนาความเป็นอยู่ด้วยกันทั้งการเสียภาษีท้องถิ่น การทำอาคารที่มีคุณภาพเกรด A และการเข้าร่วมในกิจกรรมท้องถิ่นต่างๆ ผมไม่ได้มาหาผลประโยชน์ แต่มาช่วยกันพัฒนาถ้าท้องถิ่นเจริญเติบโตธุรกิจของเราก็จะดีขึ้น”

“และวันนี้ AIS ก็ได้มีเจตนารมณ์เช่นเดียวกับผม ที่จะนำเทคโนโลยีล่าสุดมาอำนวยความสะดวกสบายที่จะต่อยอดองค์ความรู้ให้กับผู้ที่มาใช้บริการ C.A.M.P” นายสุวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด

C.A.M.P AIS ชั้น 5 ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ แหล่งช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ครบวงจรและโดดเด่นที่สุดในย่านถนนนิมมานเหมินทร์ สี่แยกรินคำ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ พื้นที่ 737 ตารางเมตร 290 ที่นั่ง ทั้งด้านในร้านและระเบียงด้านนอกวิวดอยสุเทพ แบ่งเป็น 10 โซน ดังนี้

1.Tree House Zone ซุ้มอ่านหนังสือสูงสามชั้น ประดับด้วยธงแบ่งหมู่เหล่า ให้บรรยากาศย้อนวัยวันเข้าค่าย

2.Reading Hill ที่นั่งอัฒจันทร์แบบนาขั้นบันไดพร้อมเบาะหลากสีตัดกับพื้นผิวไม้โอ๊ค อบอุ่น ผ่อนคลาย แต่ไม่ลืมความสนุกสนาน

3.Tipi Chair กระโจมอินเดียนแดง แปลงเป็นเก้าอี้

4.Timber ความทรงจำจากกิจกรรมรอบกองไฟ พบปะพูดคุยกัน มานั่งที่ขอนไม้ยักษ์ได้เป็นกลุ่มใหญ่ ทำกิจกรรมด้วยกันได้เต็มที่

5.Mountain Ceiling โมดูลาเส้นสายรูปร่างสามเหลี่ยมที่เราใช้แทนภูเขา วางสลับต่อเนื่องกันในความหมายใหม่ ให้โทนทันสมัยในพื้นที่สนุก ๆ

6.Stone Table โต๊ะหินติดล้อ วัสดุเหมือนหินจริง ๆ ลากมากองรวมกันได้เหมือนไปค้างแรมในป่า

  1. Terrain Zone
  2. Strait Zone
  3. Meet The Sun
  4. Meet &Read

อาหารแนะนำ จาก Bar และ Canteen ของ C.A.M.P AIS

ไข่พระอาทิตย์ (Omelet Sun) ตำรับพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เผยแพร่ใน “สูตรอาหารต้นตำรับข้าวหอมมะลิไทยในครัวนานาชาติ” ของกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตีพิมพ์แจกไปทั่วโลกเพื่อโฆษณาข้าวหอมมะลิพันธุ์ไทยสู่สากล มีลายพระหัตถ์กำกับไว้ในตำรับว่า “เมื่อข้าพเจ้ายังเด็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยทรงประกอบอาหารพระราชทานเรียกว่า ไข่พระอาทิตย์”

นาโช่สลัด (Nachos Salad) ของว่างเม็กซิกัน บดเมล็ดข้าวโพดทำไปตากแห้งแล้วอบหรือทอดเป็นแผ่นให้กรอบ เรียกว่า ตอร์ติญ่า ชิปส์ (Tortilla Chips) เสิร์ฟกับผักสลัดสด ๆ จากดอยพร้อมน้ำสลัดสูตรลับของ C.A.M.P AIS

บลูเลมอน (Blue Lemon) อิตาเลี่ยนโซดาดับกระหายคลายร้อน เพลิน ๆ กับกลิ่นหอม ๆ ของไซรัปบลูคูราโซ่

บริการของ C.A.M.P AIS

-           ห้องสมุดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

-           ห้องประชุมกลุ่ม

-           อาหารและเครื่องดื่ม

-           ฟรี Wi-Fi

-           ปลั๊กไฟทั่วพื้นที่

-           เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

สิทธิพิเศษให้กับสำหรับลูกค้า AIS 3G

-           ส่วนลดค่าเครื่องดื่ม 5 บาท หรือส่วนลดค่าอาหาร 10 บาท

-           ลูกค้า AIS Serenade รับส่วนลดค่าอาหาร10 บาท หรือ เครื่องดื่ม 10 บาท

-           ลูกค้า AIS เมื่อชำระค่าเครื่องดื่ม ผ่านบัตร Rabbit จะได้รับส่วนลดค่าเครื่องดื่ม15 บาท ต่อแก้ว

สามารถรับสิทธิ์ โดยกด *545*365# แล้วโทรออก ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2558

C.A.M.P  AIS อยากให้คนรุ่นใหม่ มีพื้นที่สำหรับเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ เข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ใช้เวลาแค่ไหนก็ได้ จะทำงาน หรือทบทวนบทเรียน จะประชุม หรือแค่มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน ที่นี่คือห้องสมุดคาเฟ่ 24 ชั่วโมง แห่งแรกของเชียงใหม่ พร้อมต้อนรับทุกท่านเสมอ C.A.M.P  AIS คือคำตอบของทุกความต้องการ เป็นนิยามของ Trend Third Place ที่มาถึงเชียงใหม่ ที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และใช้ชีวิต   การเรียน และการทำงานแบบไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

เฟซบุ๊กจับมือแฮปปี้ ชวนคนไทยรักกันยิ่งขึ้น ให้ลูกค้าเปิดซิมใหม่แฮปปี้ใช้เฟซบุ๊กฟรีนาน 6 เดือน


Happy & Facebook2

แฮปปี้จับมือเฟซบุ๊ก เน้นย้ำจุดยืนร่วมกันในการเชื่อมโยงผู้คนและส่งเสริมคนไทยให้รักกันยิ่งขึ้นผ่านเครือข่ายการสื่อสาร นับเป็นรายแรกในตลาดโทรคมนาคมเมืองไทยที่ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่างเฟซบุ๊กมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษภายใต้แนวคิด “เพราะรัก” แฮปปี้จึงจัดให้ลูกค้าใหม่ที่เปิดซิมแฮปปี้ได้เชื่อมต่อเฟซบุ๊กกับคนที่คุณรักได้สูงสุดตลอด 6 เดือน แบบไม่คิดค่าใช้จ่าย เสริมสร้างอีกหนึ่งประสบการณ์การแห่งความสุขและรอยยิ้มบนเครือข่ายดีแทค

มร.ซิกวาร์ท โวส เอริคเซน  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  กลุ่มการตลาด  บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ Internet for All ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของดีแทคที่ต้องการให้คนไทยทุกคนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ การจับมือกับเฟซบุ๊กครั้งนี้คืออีกแรงผลักดันที่จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น  เฟซบุ๊กคือแพล็ทฟอร์มการสื่อสารที่สำคัญมากสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก มีคนไทยจำนวนมากรู้จักและเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกจากการใช้เฟซบุ๊ก และเฟซบุ๊กก็มีฟังก์ชั่นและฟีเจอร์อันหลากหลายที่มีประโยชน์มากมายและใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้จัก การติดตามข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ฯลฯ”

ด้าน มร.มาร์คคู มาเคไลเน่น ผู้อำนวยการฝ่าย Global Operator Partnerships เฟซบุ๊ก กล่าวว่า “เฟซบุ๊กมีความยินดีในการร่วมเป็นพันธมิตรกับแฮปปี้ในครั้งนี้ การมอบสิทธิ์ให้ลูกค้าแฮปปี้ได้ใช้   เฟซบุ๊กฟรีเป็นการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารใหม่ ๆ มาสู่คนไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีคนไทยใช้เฟซบุ๊กจำนวนเพิ่มขึ้นและได้รับประโยชน์จากการสื่อสารออนไลน์กันมากขึ้นเช่นกัน”

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ลูกค้าแฮปปี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้

  • สิทธิ์ในการใช้งานเฟซบุ๊กฟรีสูงสุด 6 เดือน สำหรับผู้ซื้อซิมแฮปปี้ทุกรุ่น โดยได้รับสิทธิ์ฟรีทันที 3 เดือนแรกเมื่อเปิดใช้ซิม หลังจากนั้นเดือนที่ 4-6 เพียงเติมเงินครบ 60 บาทภายในสัปดาห์ (จันทร์ – อาทิตย์) จะได้รับเฟซบุ๊กฟรีอีก 30 วันนับจากวันที่เติมเงินครบ โดยสามารถรับสิทธิ์เพิ่มสูงสุดได้อีก 3 เดือน
  • ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นเมื่อเข้าใจเฟซบุ๊ก เช่น ได้รับการแจ้งเตือนเมื่อมีการเข้าชมลิงก์อื่น ๆ นอกเหนือจากเฟซบุ๊ก เพื่อป้องกันการเรียกเก็บค่าเน็ตเพิ่มเติมในกรณีที่ไม่ตั้งใจ
  • ครั้งแรกในประเทศไทย ที่ลูกค้าจะสามารถใช้สัญลักษณ์รอยยิ้มแฮปปี้ FB-Happy-12x12in เพื่อบ่งบอกความรู้สึกมีความสุขแบบแฮปปี้ๆ เมื่อตั้งสถานะบนเฟซบุ๊ก
  • รวมไปถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายเมื่อใช้งานเฟซบุ๊กกับแฮปปี้ ที่เตรียมมาเพื่อมอบความสุขเพิ่มเติมในอนาคต

สำหรับลูกค้าแฮปปี้ปัจจุบันก็สามารถเพลิดเพลินกับเฟซบุ๊กฟรีเช่นเดียวกัน ด้วย 3 โปรเสริมใหม่แบบคิดตามประมาณการใช้งานที่ให้สิทธิ์ได้ใช้ฟรีเฟซบุ๊กเมื่อสมัครใช้งาน

  • สมัครโปรเสริมรายวัน 9 บาท พร้อมเน็ต 100 MB รับฟรีเฟซบุ๊ก 1 วัน
  • สมัครโปรเสริมรายสัปดาห์ 59 บาท พร้อมเน็ต 400 MB รับฟรีเฟซบุ๊ก 1 สัปดาห์
  • สมัครโปรเสริมรายเดือน 199 บาท พร้อมเน็ต 1.5 GB รับฟรีเฟซบุ๊ก 1 เดือน

ในโอกาสนี้ แฮปปี้ได้จัดคาราวานความสุขที่จะมอบความแฮปปี้ทั่วกรุงส่งเสริมความรักเพื่อมอบความสุข ความสนุกสนานสไตล์แฮปปี้ และเชิญชวนทุกคนร่วมกิจกรรมถ่ายภาพขบวนคาราวานและโพสต์บนเฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรมพร้อมพิมพ์ข้อความ #facebookhappy เพื่อลุ้นรับรางวัลแพ็กเกจเดินทางไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของ       เฟซบุ๊กที่เมนโลปาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 1 รางวัล (สำหรับ 2 คน) และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ในวันที่ 21 ตุลาคม 2557 ติดตามการประกาศผลรางวัล และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dtac.co.th รับสิทธิ์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2558 สนับสนุนความรักอย่างเป็นทางการโดยเฟซบุ๊กและแฮปปี้

อาร์ทีบีจับมือเจมาร์ทรุกตลาด Wearable เปิดตัว“Jabra Sport Pulse Wireless”หูฟังจับจังหวะการเต้นหัวใจ


Pic_RTB_Jabra Sport Pulse Wireless_04Pic_RTB_Jabra Sport Pulse Wireless_05

อาร์ทีบี เทคโนโลยี ชี้กระแสเทรนด์ออกกำลังกาย และ อุปกรณ์ Wearable มาแรงในปีนี้ พร้อมตอกย้ำแบรนด์ “Jabra” (จาบรา) สู่ความเป็นผู้นำทางด้านตลาดหูฟังมิวสิคไวร์เลสของเมืองไทย   รุกจับมือ “เจมาร์ท” ในฐานะตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมชั้นนำของเมืองไทย เปิดตัว “Jabra Sport Pulse Wireless” (จาบรา สปอร์ต พัลส์ ไวเลส)  หูฟังสเตอริโออัจฉริยะตัวแรกของโลกที่สามารถจับจังหวะการเต้นของหัวใจได้ และเมื่อทำงานควบคู่ไปกับ Jabra Sport Life Application (จาบรา สปอร์ต ไลฟ์ แอพพลิเคชั่น)  แล้วจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลการเต้นของหัวใจให้เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ออกกำลังกาย  นอกจากนั้นหูฟังยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่ได้กระชับสบาย มีความทนทานต่อความชื้นและแรงกระแทก เหมาะสำหรับการออกกำลังกายเกือบทุกประเภท  จึงทำให้มั่นใจว่า “Jabra Sport Pulse Wireless” (จาบรา สปอร์ต พัลส์ ไวเลส) จะสามารถรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า “เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากคนไทยหันมาออกกำลังกายกันเป็นอย่างมาก อาทิ ปั่นจักรยาน , กิจกรรมวิ่งมาราธอน ,  วันนี้ “อาร์ทีบี เทคโนโลยี” ได้ร่วมกับ “เจมาร์ท” ในฐานะตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมชั้นนำของเมืองไทย ทำการเปิดตัว “Jabra Sport Pulse Wireless” (จาบรา สปอร์ต พัลส์ ไวเลส) หูฟังสเตอริโออัจฉริยะที่นอกจากจะสามารถจับจังหวะการเต้นของหัวใจคุณได้ แล้วยังสามารถนำข้อมูลการเต้นของหัวใจนี้มาแปลงเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อบอกให้เราสามารถออกกำลังกายได้ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งแตกต่างจาก เครื่องวัดการเต้นของหัวใจทั่วไปในท้องตลาด ที่เพียงแค่บอกค่า แต่ไม่สามารถบอกว่าผู้ออกกำลังกาย ควรทำอย่างไรกับอัตราการเต้นของหัวใจของตัวเอง ดังนั้นนอกจากที่ผู้ใช้สามารถฟังเพลงในระหว่างออกกำลังกายและ ยังสามารถรับทราบอัตราการเต้นของหัวใจ ระยะทางที่วิ่ง ความเร็ว ของตนเอง รวมไปถึงคำสั่งให้ออกกำลังให้หนักขึ้น หรือเบาลง เพื่อให้รักษาระดับการเต้นของหัวใจในโซนที่เราต้องการ  เสมือนมีเทรนเนอร์คอยคุมนักกีฬาอยู่นั่นเอง ทั้งหมดนี้จะรายงานในรูปแบบของเสียงผ่านหูฟัง เพื่อให้เกิดความสะดวกสูงสุด โดยหูฟังสามารถเชื่อมต่อมือถือสมาร์ทโฟนได้ทั้งในระบบปฏิบัติการ iOS และ แอนดรอยด์ผ่าน Jabra Sport Life Application (จาบรา สปอร์ต ไลฟ์ แอพพลิเคชั่น) สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ถึงฝนจะตก ก็ไม่ใช่ปัญหา กับระดับมารตฐาน IP55 กันน้ำกระเด็นได้และทนทานกับทุกสภาพอากาศ ใช้งานง่าย สะดวกสบายกับ Bluetooth 4.0 และ NFC เทคโนโลยีล่าสุดได้อย่างลงตัว โดยสามารถสนทนาและฟังเพลงต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 5 ชั่วโมง   ส่วนคุณภาพของเสียงเป็นเสียงระดับพรีเมียมของระบบเสียง Dolby ซึ่งเป็นเสียงคุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อให้เสียงแบบไร้สายออกมาดีไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ เพลิดเพลินกับเพลงอย่างที่ใจต้องการด้วยเสียงเบสนุ่มลึกชัดเจนและเสียงสูงที่ใสคมชัด และยังสามารถใช้งานเป็น Small Talk พร้อมรีโมทควบคุมเพิ่มลดเสียง หรือเปลื่ยนเพลงได้ รวมถึงยังเป็นหูฟังแบบ in-ear ที่ถูกออกแบบมาให้ล็อตกับใบหูไม่ให้หลุดง่าย และยังมีน้ำหนักเบามากอีกด้วย”

“สำหรับความร่วมมือระหว่าง “อาร์ทีบี เทคโนโลยี” และ “เจมาร์ท” ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากนโยบายของบริษัทฯในปีนี้เน้นการทำการตลาดร่วมกับพันธมิตรที่มีความแข็งแรงทางด้านต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจซึ่งกันและกัน โดยอาร์ทีบีฯได้อาศัยจุดแข็งของเจมาร์ทในฐานะตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งมีความแข็งแกร่งในเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศ  และจากข้อมูลยอดขายหูฟังของอาร์ทีบีฯตั้งแต่ต้นปี พบว่า ยอดจำหน่ายหูฟังมิวสิคไวเลสแบบสปอร์ตคิดเป็นสัดส่วน 5% ของหูฟังทั้งหมด โดยคาดว่าในปีหน้าแนวโน้มตลาดรวมของหูฟังมิวสิคไวเลสแบบสปอร์ตจะมีอัตราการเติบโตขึ้นถึง 200% อย่างแน่นอน ทั้งนี้ปัจจัยหนุนมาจากคนไทยหันมาดูแลสุขภาพและออกกำลังกายกันมากขึ้น” ดร.บรรพตกล่าว

ทางด้านนายนราธิป  วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เสริมชั้นนำของเมืองไทย เปิดเผยว่า  “แนวโน้มภาพรวมตลาดอุปกรณ์เสริมอิเล็กทรอนิคส์สวมใส่ หรือ Wearable Device ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย โดยสินค้าพวก Wearable Device จะทำงานควบคู่กับสมาร์ทโฟน และเป็นการเติมเต็มให้กับสินค้าสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน โดยจะเห็นได้ชัดเจนช่วงไตรมาส 4 สินค้าจะมีความหลากหลายขึ้น แบรนด์ต่างๆ เริ่มออกสินค้าดังกล่าวออกสู่ตลาด

บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้มีการเพิ่มไลน์สินค้า Wearble Device มากยิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบในการออกกำลังกายและ กลุ่มที่ชื่นชอบในสินค้าไลฟ์สไตล์หรือแฟชั่น จึงได้จับมือร่วมกับ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์หูฟังระดับพรีเมี่ยม จัดงานเปิดตัว “Jabra Sport Pulse” พร้อมเตรียมกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อผลักดันยอดขายอุปกรณ์เสริมในปีนี้ สำหรับยอดขายอุปกรณ์เสริมมือถือของเจมาร์ทช่วงครึ่งปีแรกมียอดขายอยู่ที่ 150 ล้านบาท และช่วงครึ่งปีหลังคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 200 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งปีบริษัทมีรายได้จากอุปกรณ์เสริม   350 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 15%”

สำหรับ “Jabra Sport Pulse Wireless” (จาบรา สปอร์ต พัลส์ ไวเลส) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 7,490 บาท

ชี้ผู้บริโภคสามารถยกเลิกบริการเน็ตโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม จี้กสทช.แจ้งผู้ประกอบการกระทำผิดกม.


protect-wireless-broadband-internet 

ในการประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมครั้งที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการหยิบยกประเด็นปัญหาการยกเลิกบริการอินเทอร์เน็ต หารือในที่ประชุม เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการในหลายพื้นที่ ที่ประชุมจึงขอให้สำนักงาน กสทช. รายงานสถิติเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ   จนพบว่านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน มีการร้องเรียนกรณีประสบปัญหาผู้ประกอบการโทรคมนาคมคิดค่าปรับ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด เมื่อผู้ใช้บริการต้องการยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด  757กรณี และมีข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมหลายรายมีการใช้แบบสัญญาซึ่งมีข้อกำหนดที่ขัดต่อกฎหมายและเป็นข้อสัญญาที่มิได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

ทั้งนี้สำนักกฎหมายโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. ได้ตรวจสอบข้อมูลการให้ความเห็นชอบสัญญาให้บริการโทรคมนาคมที่ผ่านมา ก็พบว่า ไม่ปรากฏว่า กทช. หรือ กสทช. เคยได้ให้ความเห็นชอบสัญญาให้บริการอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการรายใด ดังนั้นเมื่อ กทช. หรือ กสทช. ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ ผู้ให้บริการย่อมไม่มีสิทธินำสัญญาหรือเงื่อนไขนั้นไปใช้กับผู้ใช้บริการได้ นอกจากนี้ที่ผ่านมา กทค. ได้เคยพิจารณาเงื่อนไขในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ โดยมีความเห็นให้ตัดเงื่อนไขดังกล่าวออก เนื่องจาก การกำหนดให้ผู้ใช้บริการจะต้องชำระเงินค่าใช้บริการที่เป็นส่วนลดพิเศษ พร้อมทั้งค่าติดตั้งและค่าลงทะเบียนที่ได้รับยกเว้นให้แก่ผู้ให้บริการ หากเลิกสัญญาก่อนระยะเวลาที่กำหนด ถือเป็นข้อสัญญาที่มีลักษณะเป็นการลงโทษ (penalty clause) แก่ผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ การกำหนดข้อสัญญาในลักษณะดังกล่าวเป็นการบังคับให้ลูกค้าไม่สามารถยกเลิกสัญญาก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้ มิฉะนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือก่อให้เกิดภาระอย่างหนึ่งอย่างใดเข้าข่ายเป็น tie-in-contact ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายแข่งขันทางการค้า หลักกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และหลักการส่งเสริมการแข่งขันอันเป็นการปิดกั้นสิทธิและทางเลือกของผู้บริโภคในการเลือกรับบริการ ยกเลิกบริการ หรือเปลี่ยนแปลง  ผู้ให้บริการ

ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าติดตั้งแรกเข้ากับผู้บริโภคหากยกเลิกบริการก่อนกำหนด จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 51 วรรคสามแห่ง พรบ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ที่กำหนดว่า เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้รับความเห็นชอบในสัญญาหรือเงื่อนไขใดๆ แล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธินำสัญญาหรือเงื่อนไขนั้นไปใช้กับผู้ใช้บริการได้ และข้อสัญญาลักษณะดังกล่าวยังขัดต่อข้อ 15 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งห้ามบริษัทผู้ให้บริการคิดค่าปรับ หรือค่าเสียหายจากการที่ผู้ใช้บริการยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้บริโภคทุกรายจึงมีสิทธิยกเลิกสัญญาใช้บริการอินเทอร์เน็ตกับผู้ให้บริการได้ โดยผู้ให้บริการไม่มีสิทธิคิดค่าติดตั้งแรกเข้าหรือค่าธรรมเนียมใดใด เพราะ คณะกรรมการ กสทช. ยังมิได้พิจารณาให้ความเห็นชอบเงื่อนไข สัญญา ของผู้ประกอบการ  แบบหรือเงื่อนไขสัญญาดังกล่าว จึงไม่มีผลผูกพันผู้ใช้บริการ

เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายโทรคมนาคม ที่ประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมจึงมีมติดังนี้

1) ขอให้กสทช. แจ้งให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมยุติ การกระทำที่ผิดกฎหมายในการคิดค่าปรับ ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดกับผู้ให้บริการ หากผู้ใช้บริการยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด

2) ให้มีการดำเนินการเพื่อสั่งปรับทางปกครองตามกฎหมายกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกราย ซึ่งกระทำความผิดตามมาตรา 51 แห่งพรบ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 และข้อ 15 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549

3) ขอให้ กสทช. สั่งให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทุกรายคืนเงินให้แก่ผู้ใช้บริการ กรณีเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ได้เก็บจากผู้ใช้บริการเพราะเหตุยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด

4) ขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ให้ผู้บริโภครับทราบ ถึงสิทธิของผู้ใช้บริการ โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นใดจากผู้ใช้บริการได้เพราะเหตุยกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด

ทรูมูฟ เอช เอาใจนักเดินทาง เที่ยวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ออนไลน์ 4G/3G ดาต้าโรมมิ่ง ไม่อั้น เพียงวันละ 280 บาท!


190 TMH Unlimited 4G Roaming (1)

ทรูมูฟ เอช สานต่อความเป็นผู้นำ 4G รายแรกและรายเดียวในไทยที่เปิดให้บริการ 4G LTE ข้ามแดนระหว่างประเทศ แนะนำโปรโมชั่นใหม่ “4G/3G ออนไลน์ไม่อั้น” เอาใจนักเดินทางให้แชร์ แชท ผ่าน 4G และ 3G ได้จุใจ เพียงวันละ 280 บาท ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ในประเทศสุดฮิตของคนไทย ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ลูกค้ารายเดือน สามารถใช้แพ็กเกจ “4G/3G ออนไลน์ไม่อั้น” ได้แล้ววันนี้ – 30 มิถุนายน 2558 สำหรับลูกค้าเติมเงิน และซิมท่องโลก เริ่มใช้แพ็กเกจนี้ได้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2557 – 30 มิถุนายน 2558 ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1331 และร้านทรูช้อป ทั่วประเทศ หรือ http://www.truemove-h.com/roaming

นางสาวภรินธร ตันสุเทพวีรวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ด้านธุรกิจบริการโทรศัพท์ข้ามแดนระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูมูฟ เอช เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่ขยายความร่วมมือด้านบริการโรมมิ่งกับโอเปอเรเตอร์ชั้นนำทั่วโลก เปิดให้บริการ 4G LTE ดาต้าโรมมิ่งตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทรูมูฟ เอช และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่นิยมเชื่อมโลกออนไลน์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คตลอดเวลา สำหรับช่วงไฮซีซั่นที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงปลายปี เราได้เพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าของเรา เปิดตัวโปรโมชั่นใหม่ 4G/3G ออนไลน์ไม่อั้น สำหรับลูกค้ารายเดือนเพียงวันละ 280 บาท และลูกค้าแบบเติมเงินมีหลายแพ็กเกจให้เลือกซื้อ เริ่มต้นวันละ 320 บาท พิเศษ!! ยิ่งใช้หลายวันยิ่งคุ้ม โดยเฉพาะแพ็กเกจ 5 วันขึ้นไป เฉลี่ยวันละ 280 บาทเท่านั้น ออนไลน์ได้ไม่อั้นใน 4 จุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับคนไทย ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง โดยร่วมมือกับโอเปอร์เรเตอร์พันธมิตรชั้นนำ อาทิ KT ประเทศเกาหลี NTT DOCOMO ประเทศญี่ปุ่น STARHUB ประเทศสิงคโปร์ และเครือข่าย 3 (HUTCHISON) ที่ฮ่องกง เพื่อให้ลูกค้าทรูมูฟ เอช ทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินมีอิสระเต็มที่ในการสื่อสารแม้ในขณะที่เดินทางไปต่างประเทศ”

รายละเอียดอัตราค่าบริการและการซื้อแพ็กเกจ 4G/3G ออนไลน์ไม่อั้น (4G/3G Unlimited Data Roaming) ในประเทศสุดฮิต เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง สำหรับซิมทรูมูฟ เอชแบบเติมเงินทั่วไปและซิมท่องโลก

แพ็กเกจ 4G/3G ออนไลน์ไม่อั้น ราคา (บาท) ซื้อแพ็กเกจ ราคา/วัน (บาท)
1 วัน (24 ชั่วโมง) 320 *115*701# 320
3 วัน (72 ชั่วโมง) 855 *115*702# 285
5 วัน (120 ชั่วโมง) 1,400 *115*703# 280
7 วัน (168 ชั่วโมง) 1,960 *115*704# 280

นอกจากนี้ ทรูมูฟ เอช ยังมีบริการต่าง ๆ ที่ช่วยให้ลูกค้าใช้บริการโรมมิ่งในต่างประเทศได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น  อาทิ บริการ Smart Data Roaming Protection ช่วยให้ลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบรายเดือนที่ใช้โปรโมชั่น Data Roaming Flat Rate หมดกังวลเรื่องการใช้ดาต้าโรมมิ่งบนเครือข่ายที่ไม่ร่วมรายการ และป้องกันปัญหาค่าบริการสูง และบริการ Smart Data Roaming Alert แจ้งเตือนการใช้งานดาต้าในต่างประเทศ ป้องกันการเกิดค่าบริการสูงจากการใช้งานดาต้า โรมมิ่งโดยไม่รู้ตัว หรือการใช้งานบนเครือข่ายที่ไม่ร่วมโปรโมชั่น

ลูกค้าที่สนใจบริการ 4G LTE ดาต้า โรมมิ่ง สามารถดูรายละเอียดเครือข่ายที่ร่วมรายการและอัตราค่าบริการได้ที่ http://www.truemove-h.com/roaming หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1331 และร้านทรูช็อป ทั่วประเทศ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.