เปิดตัว “Allergy Expert” แอพพลิเคชันผู้ช่วยแพทย์ดูแลผู้ป่วยโรคภูมิแพ้


 

app_1Home1app_5Guidelines4app_2AirQuality2

โรคภูมิแพ้เกิดจากการที่ร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ อาทิ ฝุ่น ควัน ละอองเกสรดอกไม้ ควันบุหรี่ ขนสัตว์ อาหารบางชนิด แล้วไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต่อต้านและมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารนั้นมากผิดปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น คันจมูก จาม น้ำมูกไหล และคัดจมูก ที่สร้างความรำคาญ ทำให้ไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน จนถึงมีอาการรุนแรง เช่น หอบหืด ซึ่งทำให้หายใจลำบาก และอาจอันตรายถึงชีวิตได้ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK ผู้ค้นคว้าวิจัยพัฒนายาและวัคซีนระดับโลกจึงได้พัฒนาแอพพลิเคชันในชื่อ “Allergy Expert” สำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์นำไปใช้ฟรี โดยแอพพลิเคชันนี้จะช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลแนวทางเบื้องต้นในการวินิจฉัยโรคและการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ทางจมูกและผิวหนังให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งแอพพลิเคชัน Allergy Expert เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

viriyaนายวิริยะ จงไพศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK กล่าวว่า “แอพพลิเคชัน Allergy Expert จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย โดยเนื้อหาประกอบด้วย ข้อมูลแนวทางการรักษาผู้ป่วย รวมทั้งบทความทางการแพทย์ วีดีโอทางการแพทย์ และข่าวทั่วไปเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้  โดยจุดเด่นของแอพพลิเคชัน คือ ฟังก์ชั่นการประเมินคุณภาพอากาศ ที่จะวัดมลภาวะที่อยู่ในอากาศ ณ พื้นที่นั้นๆ แบบเรียลไทม์ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ และฟังก์ชั่นการพยากรณ์อากาศ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา จึงช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานได้อย่างรอบด้าน ทำให้การรักษาโรคภูมิแพ้ในเบื้องต้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

 

 

PlayStation®VR เตรียมวางขายในไทย 13 ต.ค.นี้ พร้อมเปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่ 30 ก.ค.59


PS VR with Camera resized (1)

บริษัท โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง จำกัด (สาขาสิงคโปร์) (หรือ SIES) ประกาศเตรียมเปิดตัว PlayStation VR (หรือ PS VR) เทคโนโลยีระบบภาพเสมือนจริงที่ยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมส์บนเครื่อง PlayStation®4 (PS4th) ไปอีกขั้น ที่งาน PlayStation®VR Asia Conference  ที่พร้อมเปิดตัวที่ประเทศไทย ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ในราคาขายปลีกที่ 17,490 บาท และพิเศษ หากซื้อเป็นชุดที่ประกอบด้วย PlayStation®VR และ PlayStation Camera ราคาอยู่ที่ 18,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

มีเกมส์มากกว่า 60 เกมส์ที่รองรับ PS VR ที่ยืนยันจะเปิดตัวในภูมิภาคเอเชีย โดยมี 13 เกมส์ที่ได้รับการพัฒนาโดยนักพัฒนาท้องถิ่น ประกอบด้วย เกมส์ Mortal Blitz VR (ของ SKONEC Entertainment Co., Ltd) จากประเทศเกาหลี และเกม O! My Genesis (ของ XPEC ENTERTAINMENT INC.) จากประเทศไต้หวัน

นายฮิโรยูกิ โอดะ รองประธานบริษัท โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ประเทศญี่ปุ่นและทวีปเอเชีย กล่าวว่า “ตั้งแต่เราเปิดตัว PS VR เราได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งเหล่าเกมเมอร์และนักพัฒนาเกมส์ และผมมีความยินดีที่ PS VR จะเริ่มวางขายในวันที่ 13 ตุลาคม พร้อมกันทั้งในประเทศญี่ปุ่น ทวีปยุโรป และฝั่งอเมริกาเหนือ แสดงให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับเกมเมอร์ในตลาดเอเชีย” พร้อมกล่าวเสริมว่า “นอกจากนี้ เราต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อขอบคุณเหล่านักพัฒนาเกมส์ในเอเชียที่ได้ช่วยสร้างสรรค์ผลงานเกมที่ตื่นเต้นมากมายสำหรับ PS VR ซึ่งบางเกมส์จะเปิดตัวพร้อมกันกับ PS VR ด้วย สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เราขอขอบคุณเกมเมอร์ในเอเชียที่อดทนและคอยให้การสนับสนุน PS VR ด้วยดีมาอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นว่าจะส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมส์ที่ดีที่สุด ที่เกิดขึ้นได้เฉพาะกับ PS VR เท่านั้น”

SIES ยังประกาศว่าผู้สนใจสามารถสั่งซื้อ PlayStation VR ล่วงหน้าได้ที่ศูนย์ Sony และตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจาก PlayStation ได้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมศกนี้ ลูกค้าสามารถสั่งจอง PlayStation®VR หรือสั่งจองครบชุดทั้ง PlayStation®VR และ PlayStation®Camera ล่วงหน้าได้จนกว่าสินค้าจะหมด

เลอโนโว อวดโฉม.วินโดวส์แท็บเล็ตถอดคีย์บอร์ดได้ “ไอเดียแพด มิกซ์ 310”


image.png
เลอโนโว เปิดตัว เลอโนโว ไอเดียแพด มิกซ์ 310 วินโดวส์แท็บเล็ตที่ถอดแยกคีย์บอร์ดได้ พร้อมน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา เลอโนโว ไอเดียแพด มิกซ์ 310 รองรับการใช้งานได้ทั้ง WiFi และ 4G LTE ให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ทันที เพื่อการทำงานอย่างอิสระไม่ว่าจะอยู่สถานที่ใดก็ตาม

ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างแท็บเล็ตกับเครื่องพีซีในราคาที่คุ้มค่า ด้วยการออกแบบที่แตกต่าง เลอโนโว ไอเดียแพด มิกซ์ 310 มาพร้อมการออกแบบที่ได้มาตราฐานให้ผู้ใช้งานสามารถถอดแยกคีย์บอร์ดได้ และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง หน้าจอความละเอียดแบบ FHD เพื่ออรรถรสในการชมภาพยนตร์แบบสมจริงได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เลอโนโว ไอเดียแพด มิกซ์ 310 ยังมาพร้อมหน่วยความจำแบบ eMMC ความจุถึง 64GB และ RAM ความจุ 4GB ให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์การใช้งานบนพื้นที่หน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ยกระดับประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเว็บไซต์และการทำงานแบบ Multi-Tasking ได้อย่างลื่นไหลต่อเนื่อง เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานด้วยแอพพลิเคชั่น Cortana® และ Lenovo REACHit™ ให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาเอกสารข้อมูล, รูปภาพ, เพลง, วีดีโอ และข้อมูลอื่นๆได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เราตระหนักถึงความจำเป็นของลูกค้าที่ต้องใช้งานผ่านหลายอุปกรณ์ดีไวซ์เพื่อตอบโจทย์การทำงานที่แตกต่างกัน เลอโนโวจึงออกแบบ เลอโนโว ไอเดียแพด มิกซ์ 310 แล็บท็อปที่สามารถแปลงโฉมเป็นแท็บเล็ตได้ภายในเครื่องเดียว ให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้หลากหลายยิ่งขึ้นด้วยคีย์บอร์ดและระบบประมวลผลจากขุมพลังล่าสุด Intel® processors นอกจากนี้ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไร้ขีดจำกัดด้วยแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ทรูมูฟ เอช เสิร์ฟ คอนเทนต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และลีกยักษ์ใหญ่รวม 6 ลีก และ 5 ถ้วย ให้คนไทยได้ ดูผ่านมือถือเดือนละ 29 บาท


image.jpeg

ทรูมูฟ เอช ฉลองความสำเร็จเครือข่าย 4G อันดับหนึ่ง ครอบคลุมทั่วไทย บนคลื่น 900/1800/2100MHz เดินหน้ายกระดับการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพเติมเต็มไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตอล ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ที่ดีที่สุดจากกลุ่มทรูซึ่งได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสุดยอดศึกลูกหนังระดับโลก “ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ” บนช่องบีอิน สปอร์ตส์ ครบกว่า คุ้มกว่า! นาน 3 ปี ตั้งแต่ฤดูกาล 2016/2017 – 2018/2019 ครบทั้ง 380 แมตช์พร้อมด้วยลิขสิทธิ์ฟุตบอลรายการยักษ์ใหญ่ระดับโลก และไทยพรีเมียร์ลีก รวม 6 ลีกดัง และ 5 ถ้วยยักษ์ กว่า 1,500 แมตช์ รายเดียวในประเทศไทย มอบเป็นของขวัญสุดพิเศษให้กับลูกค้า
ทรูมูฟ เอช เชียร์มันส์ครบทุกแพลตฟอร์ม ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ กับแพ็กเกจ “ทรู ซูเปอร์ ซอคเกอร์” สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ดูผ่านมือถือผ่านแอพพลิเคชั่น True ID เพียงเดือนละ 29 บาท หรือดูผ่านกล่องทรูวิชั่นส์เพียงเดือนละ 199 บาท สมัครได้แล้ววันนี้ ผ่านแอพพลิเคชั่น True ID พิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ เพียงเปิดเบอร์ทรูมูฟ เอช พร้อมซื้อแพ็กเกจ 390 บาท รับฟรี! กล่องทรูดิจิตอล เอชดี ได้ที่ทรูช้อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สมาชิกทรูวิชั่นส์แพลทินัมแพ็กเกจทั้งเก่าและใหม่ รับชมฟรีตลอดฤดูกาลถึง 30 มิถุนายน 2560 สำหรับแพ็กเกจรายเดือนอื่นๆ ซื้อแพ็กเสริมเพียงเดือนละ 299 บาท และลูกค้าที่ดูผ่านกล่องทรูดิจิตอล เอชดี (แบบไม่มีรายเดือน) เพียงเดือนละ 399 บาท

นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เพื่อร่วมฉลองทรูมูฟ เอช เครือข่าย 4G อันดับหนึ่ง ครอบคลุมทั่วไทย บนคลื่น 900/1800/2100 MHz. ที่ให้ลูกค้าสามารถสื่อสารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปัจจุบันทรูมูฟ เอชเป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่มีเครือข่ายดีที่สุด ทั้งความเร็วและครอบคลุมมากที่สุดในไทยถึงกว่า 98% ของประชากรไทย และเพื่อเติมเต็มศักยภาพโครงข่ายที่เต็มประสิทธิภาพของกลุ่มทรู รวมทั้งทรูออนไลน์ บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต อันดับหนึ่ง ด้วยเทคโนโลยี TRUE Super Speed FIBER ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดแล้ว 10 ล้านครัวเรือน (ภายในสิ้นปี) และทรูวิชั่นส์ เพย์ทีวีอันดับหนึ่ง รวบรวมคอนเทนต์ที่ดีที่สุดทั้งจากในและนอกประเทศ เข้าถึง 3.3 ล้านครัวเรือน หรือประชากรไทย 12 ล้านคน เราจึงคัดสรรและลงทุนเพื่อให้ได้คอนเทนต์ที่ดีที่สุด มาช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น นำด้วยคอนเทนต์กีฬาฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย เต็มอิ่มกับคอนเทนต์ที่ดีที่สุดระดับโลก ครบกว่า คุ้มกว่า ทั้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โตโยต้า ไทยลีก รวมถึงฟุตบอลยอดฮิตรวม 6 ลีกดัง และ 5 ถ้วยยักษ์ ครบทุกแพลตฟอร์ม ทั้งบนมือถือทรูมูฟ เอช และหน้าจอทีวี เพย์ทีวี- ทรูวิชั่นส์ โดยจะคิกออฟ แพ็กเกจ “ทรู ซูเปอร์ ซอคเกอร์” ให้คนไทยทั้งประเทศเชียร์สนั่นด้วยแพ็กเกจพิเศษ ครบกว่า คุ้มกว่า ในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้”
image.jpeg

นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “สำหรับการได้รับลิขสิทธิ์ช่องบีอิน สปอร์ตส์ ที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในประเทศไทย ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของกลุ่มทรูที่จะไม่หยุดนิ่งในการสรรหาความพิเศษเพื่อมอบให้กับลูกค้าของเรา โดยล่าสุดได้เจรจาลิขสิทธิ์กับบีอิน สปอร์ตส์ พันธมิตรด้านคอนเทนต์ชั้นนำ จนสามารถได้ถ่ายทอดสดของช่องบีอิน สปอร์ตส์ที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษให้แฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศได้รับชม เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ฤดูกาล 2016/2017 – 2018/2019 ครบทั้ง 380 แมตช์ตลอดฤดูกาล รวมถึงลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาฟุตบอลยอดนิยมรวม 6 ลีกดัง และ 5 ถ้วยยักษ์ กว่า 1,500 แมตซ์ ทั้ง ลา ลีกา สเปน ลีก แดนกระทิงดุ ที่มีซูเปอร์สตาร์ที่เก่งที่สุดในโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และคริสติอาโน่ โรนัลโด้ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ลีกเอิง ฝรั่งเศส เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา และสุดยอดลีกของไทยอย่าง โตโยต้า ไทยลีก พร้อมด้วย 5 ถ้วยยักษ์ ได้แก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รายการระดับสโมสรที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก อีกหนึ่งรายการระดับสโมสรยุโรปที่ได้รับความนิยมสูงเพิ่มขึ้นทุกปี ยูฟ่า ซูเปอร์ ให้ลูกค้าเลือกรับชมได้ครบทุกช่องทางผ่านช่องบีอิน สปอร์ตส์ ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในสัญญากับบีอิน สปอร์ตส์เจ้าของลิขสิทธิ์”

รายละเอียดแพ็กเกจ “ทรู ซูเปอร์ ซอคเกอร์”
• สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ดูผ่านมือถือผ่านแอพพลิเคชั่น True ID เพียงเดือนละ 29 บาท หรือดูผ่านกล่องทรูวิชั่นส์ เพียงเดือนละ 199 บาท สมัครได้แล้ววันนี้ ผ่านแอพพลิเคชั่น True ID
• สำหรับลูกค้าใหม่ เพียงเปิดเบอร์ทรูมูฟ เอช พร้อมซื้อแพ็กเกจ 390 บาท รับฟรี! กล่องทรูดิจิตอลเอชดี ได้ที่ทรูช้อปและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
• สำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์แพลทินัมแพ็กเกจทั้งเก่าและใหม่ รับชมฟรีตลอดฤดูกาลถึง 30 มิ.ย. 2560สำหรับแพ็กเกจรายเดือนอื่นๆ ซื้อแพ็กเสริมเพียงเดือนละ 299 บาท และลูกค้าที่ดูผ่านกล่องทรูดิจิตอล เอชดี (แบบไม่มีรายเดือน) เพียงเดือนละ 399 บาท

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก ปี 59 ยอดขายพุ่ง 41%


image.jpeg

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ผู้ผลิตแอนดรอยด์ สมาร์ทโฟนอันดับสองของโลก เปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของบริษัทฯ ในปี 2559 โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สูงถึง 77.4 พันล้านหยวน (11.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 60.56 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 25% ขณะที่ตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกของอุตสาหกรรมโดย รวมในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเพียง 3.1% ตามรายงานของ IDC ซึ่งหมายความว่า การเติบโตของหัวเว่ยได้แซงหน้าการเติบโตของตลาดโดยรวมไปแล้วอย่างเห็นได้ชัด
ริชาร์ด หยู (Richard Yu) ซีอีโอ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “บริษัทของเราเติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ในยุโรป และตลาดเกิดใหม่เช่นในอเมริกาเหนือ เอเชียกลาง และลาตินอเมริกา”
“พวกเราประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการรักษาระดับการเติบโตอันน่าประทับใจนี้เอาไว้แม้ว่าตลาดสมาร์ทโฟนจะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงก็ตาม ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเราในระยะยาว ที่จะคอยสรรสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อกระแสความต้องการของผู้บริโภค พร้อมไปกับการดำเนินยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศไปพร้อมกัน ในอนาคตข้างหน้า หัวเว่ยและบริษัทคู่ค้าต่าง ๆ จะยังคงทำงานร่วมกันเพื่อส่งมอบบริการอันยอดเยี่ยมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมซึ่งรวมเอาเทคโนโลยี คุณภาพและสไตล์อันโดดเด่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่หยุดยั้ง”
โครงสร้างรายได้ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นำไปสู่ตัวเลขการเติบโตในต่างประเทศที่ก้าวแซงตัวเลขการเติบโตในประเทศ
โดยในครึ่งปีแรกของปี 2559 หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างรายได้ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตในตลาดต่างประเทศเร็วกว่าอัตราการเติบ โตในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่มากถึง 1.6 เท่า และจากรายงานของ GFK ตัวเลขส่วนแบ่งของบริษัทในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นไปถึง 11.4% เมื่อสิ้นเดือนพฤษภาคม 2559 โดยส่วนแบ่งของหัวเว่ยเพิ่ม ขึ้น 10% ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีราคาประมาณ 500 – 600 ดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนั้น หัวเว่ยยังมีผลประกอบการที่โดดเด่นเป็นพิเศษในตลาดสมาร์ทโฟนในยุโรป และมีความก้าวหน้าอย่างมากในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ โดยข้อมูลจาก GFK ชี้ว่าส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยเพิ่มขึ้นถึง 15% ในหลายประเทศในยุโรป และในตลาดไฮเอนด์ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส หัวเว่ยก็มีความก้าวหน้าอย่างมากเช่นกัน อีกทั้งในประเทศสำคัญๆ ทางฝั่งอเมริกาเหนือและแปซิฟิกใต้ หัวเว่ยก็มีความก้าวหน้าในด้านส่วนแบ่งการตลาดเช่นกัน เช่น ในประเทศอียิปต์ ส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยมีมากถึงกว่า 20% ขณะที่ในประเทศนิวซีแลนด์ ส่วนแบ่งของหัวเว่ยก็มีมากกว่า 15% รวมถึงยังมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดเกิดใหม่หลายแห่งในแถบลาตินอเมริกาและเอเชียกลางด้วยเช่นกัน โดยในบางประเทศนั้น ยอดขายสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนในประเทศจีน หัวเว่ยยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน ภายในประเทศไว้ได้อย่างต่อเนื่องด้วยส่วนแบ่งการตลาด 18.6% ตามข้อมูลจากรายงานของ GFK ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ซึ่งมียอดขายโดดเด่นอย่างต่อเนื่องยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาที่มีอยู่ทั่วโลก พร้อมไปกับการสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงด้านการสร้างแบรนด์ด้วย
โดยผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงของหัวเว่ย อาทิ P9, Mate 8, Honor V8 และ Matebook ล้วนได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคทั่วโลก โดยยอดขายของสมาร์ทโฟน Mate 8 เพิ่มขึ้นถึง 65% เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายของ Mate 7 ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากนั้น สมาร์ทโฟน พีเก้า และ พีเก้า พลัส ยังมียอดขายกว่า 4.5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 120% เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายของ P8 ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และ Matebook ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ 2-in-1 ชิ้นแรกของหัวเว่ยก็มีจัดจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน
หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป มีการดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์ในระดับโลกด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤษภาคม 2559 มีร้านค้าปลีกกว่า 35,000 แห่งทั่วโลกที่มีผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยจัดจำหน่าย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 116 % และจากรายงานของ GFK ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยก็สามารถเข้าถึงร้านค้ามากกว่า 150,000 แห่งทั่วโลก
หัวเว่ยได้พยายามรักษาการลงทุนในด้านกีฬา ไลฟ์สไตล์ แฟชั่นและความบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หัวเว่ยกลายเป็นแบรนด์ที่ผูกพันกับชีวิตของผู้คนทั่วโลกและเชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันมากยิ่งขึ้นและทำให้พวกเขาจดจำแบรนด์หัวเว่ยได้มากขึ้นด้วย นอกจากนั้น หัวเว่ยยังได้ทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น Leica, Swarovski, Harman Kardon, Audi, Google, Microsoft และ Intel เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่ล้ำหน้าให้แก่ผู้บริโภคอยู่เสมอ
ในปี 2559 หัวเว่ยเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีชื่อติดอันดับ Top 100 Most Valuable Global Brands ของ The BrandZTM โดยกระโดดจากอันดับ 70 ในปี 2558 มาอันดับ 50 ในปี 2559 ด้วยมูลค่าแบรนด์กว่า 18,652 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ณ ปัจจุบัน หัวเว่ยมีศักยภาพที่จะแข่งขันทั้งในตลาดสมาร์ทโฟน ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ ตลาดสมาร์ทโฮมและเทคโนโลยีคลาวด์ และกำลังกลายเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์อัจฉริยะแบบครบวงจร ผู้ทำให้ทุกการเชื่อมต่อของผู้บริโภคเป็นเรื่องง่ายและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าที่เคย

Booking.com เปิดตัว ‘Booking Experiences’ ฟีเจอร์อัจฉริยะสำหรับอุปกรณ์พกพา


image.png

Booking.com เปิดตัวเครื่องมือใหม่ภายใต้ชื่อ Booking Experiences ซึ่งจะช่วยตอบคำถามแก่ผู้เดินทางที่ไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรดีหลังจากค้นพบจุดหมายการเดินทางที่ต้องการและจองที่พักแสนวิเศษไว้แล้ว เทคโนโลยีชั้นสูงนี้ช่วยส่งเสริมประสบการร์การเดินทาง ณ จุดหมายต่าง ๆ อย่างเต็มที่ Booking Experiences ช่วยให้ผู้เดินทางค้นพบสิ่งที่สุดที่สุดในแต่ละจุดหมายโดยใช้เพียงอุปกรณ์พกพา เรียกได้ว่า Booking Experiences เป็นผู้ช่วยมือฉมังที่ไม่เหมือนใครผ่านอุปกรณ์พกพา โดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงและเครื่องมือทรงพลังที่จะคาดการณ์เป้าหมายของผู้เดินทางแต่ละท่าน จากนั้นจะสร้างแผนการเดินทางสำหรับแต่ละบุคคลเพื่อให้สัมผัสแต่ละจุดหมายได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งไม่ต้องยุ่งยากกับค่าใช้จ่ายและไม่ต้องเสียเวลาเข้าแถว Booking Experiences เปิดให้บริการแล้วในอัมสเตอร์ดัมผ่านแอปพลิเคชั่นของ Booking.com รองรับระบบปฏิบัติการทั้ง Android และ iOS โดยมีแผนจะเปิดใช้งาน Booking Experiences ในปารีส ลอนดอน และดูไบเช่นกันในสิ้นเดือนนี้ สำหรับนิวยอร์กจะให้บริการช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2016

เทคโนโลยี Booking Experiences แตกต่างจากเครื่องมือในการค้นหาประสบการณ์เดินทางอื่น เพราะสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น Booking.com ทั้งหมด โดยไม่ต้องเข้าไปยังเว็บไซต์อื่น หลังจากจองที่พักในจุดหมายที่มีบริการ Booking Experiences ท่านก็จะได้รับ QR โค้ดในแอพพลิเคชั่น Booking.com เพื่อเข้าชมสถานที่น่าสนใจในจุดหมายนั้นๆ โดย Booking Experiences ช่วยลดขั้นตอนที่ต้องวางแผนจองล่วงหน้า หรือเข้าแถวเพื่อซื้อตั๋ว ผู้เดินทางสามารถไปยังสถานที่ที่สนใจ และแสดงบัตรผ่านในสมาร์ทโฟนเพื่อสแกนได้ทันที ทั้งนี้ QR โค้ดจะเชื่อมโยงกับบัตรเครดิตที่ผู้ใช้งานเลือกไว้โดยอัตโนมัติ

ผู้เดินทางสามารถตรวจสอบกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งหมดล่วงหน้าก่อนเดินทาง หรือสามารถออกไปสำรวจหลังจากเดินทางถึงที่พักเรียบร้อยแล้ว เทคโนโลยี Booking Experiences มอบบริการที่สะดวกสบายและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยท่านสามารถเลือกจ่ายเฉพาะกิจกรรมหรือสถานที่ที่ท่านเลือกเท่านั้น จึงเป็นการเพิ่มอิสระในการเลือกกิจกรรมยามเที่ยวเที่ยวได้ก่อนเดินทาง ทำให้ไม่ต้องกังวลใดๆ เพราะว่าแต่ละจุดที่น่าสนใจได้สำรองไว้ให้ท่านล่วงหน้าหมดแล้ว

Booking.com รวบรวมข้อมูลในเชิงลึกจากผู้เดินทางท่องเที่ยวหลายล้านคนเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาชอบ (และไม่ชอบ) เมื่อเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากการเดินทางนั้นๆ หลังจากนั้นจะนำข้อแนะนำต่างๆ ที่ได้รับมาผสานข้อมูลความสนใจหรือความต้องการจากการเดินทางในครั้งก่อนๆ ของนักเดินทางเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นในช่วงขณะนั้น รวมถึงข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น ระยะเวลารอคิวเพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง เทคโนโลยี Booking Experiences จะเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับนักเดินทางเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น ตรงกับความต้องการ และตรงกับช่วงเวลาที่เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ

“Booking Experiences เป็นการใช้ข้อมูลที่มีประโยชน์และความรู้ที่ Booking.com มีเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว พัฒนามาเป็นเทคโนโลยีที่สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในการเดินทางท่องเที่ยว ที่สามารถเลือกได้ตามต้องการ ไร้ขีดจำกัดใดๆ และปรับให้ตรงกับความต้องการของตนเองได้ เทคโนโลยีที่สนับสนุน Booking Experiences จะทำการจดจำประสบการณ์การท่องเที่ยวต่อไปอย่างต่อเนื่องทั้งของคุณ และนักท่องเที่ยวอื่น ๆ เพื่อนำกลับมาเพิ่มเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ เป้าหมายสูงสุดของเราคือการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เดินทาง ไม่ว่าการไปเยือนจุดหมายนั้นจะเป็นครั้งแรกหรือครั้งใดๆ ก็ตาม” นาย เดวิด ไวส์มันส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ของ Booking.com กล่าวทิ้งท้าย

อวดโฉม ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 9 โปร ที่สุดของสมาร์ทโฟนตัวท็อปจากเอ ซีรีส์ แบตฯอึด5,000 mAh


image

ซัมซุง เปิดตัว “ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 9 โปร (Samsung Galaxy A9 Pro)” สมาร์ทโฟนล่าสุด ตัวท็อปจากตระกูลกาแลคซี่ เอ มาพร้อมคุณสมบัติครบครันทุกการใช้งาน โดดเด่นด้วยหน้าจอไซส์ใหญ่สะใจขนาด 6 นิ้ว มอบความเต็มอิ่มในทุกอรรถรสของการรับชม แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh ใช้งานได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดระหว่างวัน หน้าจอ 6 นิ้ว พร้อมดีไซน์สวยหรูที่ถูกออกแบบมาให้จับถนัดได้ในมือเดียว ประมวลผลเร็วแรง เล่นหลายแอพไม่มีสะดุดด้วย RAM สูงถึง 4 GB
ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 9 โปร สมาร์ทโฟนที่ขึ้นชื่อในเรื่องดีไซน์สวย หรู ทนทานด้วยขอบอลูมิเนียมอัลลอยย์ ตัวเครื่องทำจากกระจก Gorilla Glass 4 พร้อมหน้าจอแสดงผล Full HD Super AMOLED ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ขนาด 6 นิ้ว รองรับการใช้งาน 2 ซิม โดยซิมแรกรองรับ 4G และ ซิม 2 รองรับ 3G เมื่อใช้งานพร้อมกัน กล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงขนาด F1.9 และระบบกันภาพสั่นแบบ OIS ถ่ายภาพได้สวยแม้แสงน้อย พร้อมช่องใส่ micro SD ให้เก็บข้อมูล รูป หนังหรือเพลงได้มากเท่าที่ต้องการสูงถึง 200 GB เร็วแรงด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm | MSM8976 Octa Core 1.8 GHz, 1.4 GHz บนระบบปฏิบัติการ Android 6 Marshmallow นอกจากนี้ยังมาพร้อมคุณสมบัติอื่นๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รองรับการสแกนลายนิ้วมือสูงสุด 3 นิ้ว MST เพื่อรองรับการใช้งาน Samsung Pay ระบบ Fast charging ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วทันใจ และฟีเจอร์ Multi window ใช้งานสูงสุดได้พร้อมกันถึง 5 หน้าจอ

ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 9 โปร วางจำหน่ายแล้วในเมืองไทย ในราคา 15,900 บาท มี 3 สีให้เลือกคือทอง ขาวและดำ