ไอซีที เดินหน้าสร้าง” ภูเก็ต”สู่เมืองอัจฉริยะ


ict2559
กระทรวงไอซีที เดินหน้าสร้างเมืองอัจฉริยะภูเก็ต สำรวจจุดติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วจังหวัด พร้อมเริ่มโครงการขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน จัดตั้ง Innovation Park ใช้ระบบอัจฉริยะบริหารจัดการเมืองเพื่อความปลอดภัยและส่งเสริมการท่องเที่ยว จับมือหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแนวทางประชารัฐ

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า Smart City ภูเก็ตเป็นโครงการยกระดับให้ภูเก็ตกลายเป็นเมืองอัจฉริยะที่มีระบบบริหารจัดการด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยกระทรวงไอซีทีร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SiPAกำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้ 3 โครงการหลัก ประกอบด้วย โครงการขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Smart Growth) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดำเนินการด้านต่างๆ อาทิ การจัดตั้งสถาบันนานาชาติเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการรายใหม่ (International Creative and Innovation Entrepreneur Academy) ในการดึงหลักสูตรระดับนานาชาติเพื่อสอนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการทางด้านนวัตกรรมรุ่นใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาธุรกิจเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม การพัฒนาสังคมการอยู่ร่วมกันแบบอัจฉริยะ (Smart Living Community) ในด้านการเป็นเมืองปลอดภัย (Safe City) จะดำเนินการติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วทุกพื้นที่ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลชาวต่างชาติที่พักอาศัยในจังหวัด และการวางระบบบัตรนักท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourist Card) เพื่อดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ระบบแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย และระบบตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม (IOT Environment Sensors City) เป็นต้น

โครงการต่อมาคือ โครงการจัดตั้งสวนนวัตกรรม (Innovation Park) เพื่อสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล (Super Cluster Digital) โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อดำเนินการ 3 โครงการย่อย ได้แก่ การจัดตั้งสำนักงานบริการแบบครบวงจรเป็นศูนย์ประสานงานการบริการและให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนด้านดิจิทัล โครงการศึกษาและพัฒนาระบบนิเวศและการศึกษาเชิงรุกเพื่อเป็นตัวอย่าง (Ecosystem and Incentive Study and Roadshow) เพื่อรวบรวมมาตรการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่พิเศษสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล (Smart City) และโครงการออกใบรับรองเพื่อผู้ประกอบการและนักลงทุน (Certified Digital Workers/Investors) เพื่อการรับรองและให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกอบการด้านดิจิทัล เพื่อกำหนดมาตรการ คุณสมบัติ และขั้นตอนการขอรับการรับรอง
“สำหรับโครงการสุดท้าย คือ โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ Smart city จังหวัดภูเก็ต ขณะนี้
ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดขอบเขตและลงพื้นที่กำหนดจุดติดตั้งร่วมกับท้องถิ่น เช่น เทศบาลตำบลเทพกระษัตรี เทศบาลศรีสุนทร เทศบาลเมืองป่าตอง พร้อมทั้งเตรียมลงนามความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับผิดชอบบริหารโครงการต่อไป”

ฟิตบิทเสริมฟีเจอร์ใหม่ ช่วยจัดสรรตารางการนอน


imageimage

ฟิตบิท (NYSE: FIT) ผู้นำตลาดด้านอุปกรณ์การดูแลสุขภาพและกิจกรรมการออกกำลังกาย ได้ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ใช้ฟิตบิทหลายล้านคนทั่วโลก มีการนอนหลับเป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้นและจะช่วยพัฒนาสุขภาพโดยรวมของผู้ใช้อีกด้วย เนื่องด้วยการนอนหลับมีบทบาทที่สำคัญต่อการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคอ้วน เพื่อเสริมสร้างระบบการรับรู้ด้านระบบประสาท สุขภาพจิตที่ดี และการมีอายุยืนมากขึ้น ฟีเจอร์ช่วยจัดสรรตารางการนอนหลับ (Sleep Schedule feature) ของฟิตบิท เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ววันนี้ที่แอปพลิเคชัน Fitbit® เพียงเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ฟิตบิทที่สามารถติดตามคุณภาพการนอนหลับ (track sleep) ได้ ฟีเจอร์ใหม่นี้ช่วยให้ผู้ใช้นอนหลับพักผ่อนเป็นเวลาอย่างต่อเนื่องได้ด้วยการ

• ตั้งเป้าหมายการนอนหลับของแต่ละบุคคล โดยอ้างอิงจากข้อมูลการนอนหลับทีผ่านมาของผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับการนอนหลับที่เพียงต่อในแต่ละคืน

• กำหนดเวลาเข้านอนและเวลาตื่นของผู้ใช้แต่ละคนเพื่อการนอนหลับที่เต็มอิ่มและสม่ำเสมอมากขึ้น

• การตั้งเตือนเพื่อให้ผู้ใช้ทำตามตารางที่ตั้งเป้าไว้ และสามารถแสดงประวัติตารางเวลานอนหลับที่บันทึกผลความคืบหน้าของตัวผู้ใช้ทั้งหมด

เครื่องมือเหล่านี้อยู่ในซีรี่ย์ของฟีเจอร์การนอนหลับรุ่นแรกๆ ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านการนอนหลับของฟิตบิท ซึ่งรวมถึงนายแพทย์ไมเคิล แกรนด์เนอร์ จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา อลิสัน เซียเบิร์น จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และไมเคิล สมิธ จากมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์

แอปพลิเคชันฟิตบิทถือเป็นส่วนสำคัญต่อแพล็ตฟอร์มของฟิตบิท ที่ประกอบไปด้วย อุปกรณ์ต่างๆ แอปพลิเคชัน ฟีเจอร์ทางโซเชี่ยลและการสร้างแรงบันดาลใจ คำแนะนำและครูฝึกส่วนบุคคล ซึ่งมันเริ่มชาญฉลาดและใช้งานได้ง่ายขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การติดตามคุณภาพการนอนหลับแบบอัตโนมัติและบันทึกการออกกำลังกาย ทำให้การติดตามผลสุขภาพและการฟิตเนสของคุณเป็นเรื่องง่ายดายขึ้น เมื่อทำงานร่วมกันแล้วแพล็ตฟอร์มของฟิตบิทช่วยให้ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขาเป็นคนที่แอ็คทีฟมากขึ้น ออกกำลังกายมากขึ้น กินอย่างฉลาด ติดตามการนอนหลับของพวกเขา และช่วยจัดการน้ำหนักได้อีกด้วย ขณะที่หลายคนเข้าใจถึงประโยชน์และความสำคัญของการนอนหลับที่ดีเพื่อสุขภาพ ซึ่งก็คือการนอนหลับให้เพียงพอ (7-9 ชั่วโมง) และเข้านอนเวลาเดิมในแต่ละคืนเป็นประจำซึ่งยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทายทีเดียว

จากการอ้างอิงของผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับของฟิตบิทเชื่อว่า การนอนหลับอย่างเป็นเวลาสม่ำเสมอถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำเพื่อพัฒนาการนอนได้ “ถ้าหากคุณเปลี่ยนกิจวัตรการนอนของคุณบ่อยครั้ง มันจะให้ผลลัพธ์ที่เทียบเท่ากับการเจ็ทแลค (jetlag) เนื่องจากคุณเปลี่ยนแปลงนาฬิกาชีวิตอยู่ตลอดเวลา และมันส่งผลเสียที่กระทบสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณ” นายแพทย์ไมเคิล แกรนด์เนอร์ ปริญญาดุษฎีบัณฑิต กล่าว “เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพทางกายภาพ สุขภาพจิต และระบบการรับรู้ต่างๆ คุณควรจะได้รับการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอในแต่ละคืน และเข้านอนพร้อมทั้งตื่นนอนในเวลาที่คงเดิมอยู่เสมอ เครื่องมือตารางการนอนล่าสุดจากฟิตบิทช่วยให้เห็นว่าจริงๆ แล้วคุณนอนหลับไปเท่าไหร่เพื่อที่จะสร้างกิจวัตรการนอนที่ดีขึ้นได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันมีประสิทธิภาพอย่างมากที่ช่วยให้ผู้คนนับล้านทั่วโลกได้ปรับปรุงการนอนและคุณภาพชีวิตโดยรวมของพวกเขา และมันน่าตื่นเต้นมาก”

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการนอนหลับที่เพียงพอยังช่วยส่งผลกระทบที่ดีต่อการออกกำลังกายของคุณในวันถัดไป และสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพักฟื้นหลังออกกำลังกาย ถือได้ว่าเป็นบทบาทที่สำคัญต่อการซ่อมแซมตัวเองของร่างกาย นอกจากนี้ข้อมูลของฟิตบิทยังแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเวลานอนและนาทีที่แอ็คทีฟในแต่ละวัน โดยเฉพาะผู้ใช้ที่เข้านอนเร็ว ผู้ใช้ที่มีระยะเวลาของการนอนหลับโดยเฉลี่ย 7 ถึง 9 ชั่วโมงต่อคืนจะมีดัชนีมวลกาย (BMI) ที่ต่ำกว่าผู้ที่มีระยะเวลาการนอน 3 – 4 ชั่วโมงต่อคืน ขณะที่ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน (BMI over 25) นอนน้อยกว่าผู้ที่มีดัชนีมวลกายปกติ (BMI 18.5-25).[1] โดยเฉลี่ยประมาณหนึ่งชั่วโมง (70 นาที) ต่อหนึ่งสัปดาห์

“สิ่งที่ยอดเยี่ยมของฟีเจอร์ช่วยจัดสรรตารางการนอนหลับใหม่ของฟิตบิทคือ มันจะช่วยรวบรวมข้อมูลการนอนของคุณจากอุปกรณ์ฟิตบิทที่คุณสวมใส่ทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วจึงนำมาวิเคราะห์เป็นรูปแบบเพื่อสร้างตารางเวลาส่วนตัวเพื่อคุณโดยเฉพาะ นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่เราได้แนะนำการใช้ข้อมูลของฟิตบิทเพื่อช่วยให้ผู้คนนับล้านได้พัฒนากิจวัตรประจำวันหรือนิสัยที่รักสุขภาพของพวกเขาได้ และนี่เป็นครั้งแรกของฟีเจอร์การนอนหลับในซีรี่ย์อื่นๆที่พวกเรากำลังพัฒนาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้พัฒนาสุขภาพของพวกเขาผ่านข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้” ทิม โรเบิร์ต รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายอินเตอร์แอคทีฟของฟิตบิท กล่าว

ฟีเจอร์ช่วยจัดสรรตารางการนอนหลับ (Sleep Schedule feature) ใหม่ในแอปพลิเคชันฟิตบิทจะช่วยให้ผู้ใช้นอนหลับได้ตามเป้าที่ตั้งไว้และคงความสม่ำเสมอของรูปแบบการนอนผ่านอุปกรณ์เหล่านี้

• ตั้งเป้าการนอนหลับ อ้างอิงจากข้อมูลการนอนหลับของผู้ใช้จากเครื่องมือติดตามของฟิตบิท โดยแอปพลิเคชันจะแนะนำเป้าหมายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลหรือผู้ใช้สามารถเซทเป้าหมายชั่วโมงด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอในแต่ละคืน

• เป้าหมายการเข้านอนและตื่นนอน อ้างอิงตามเป้าหมายการนอนหลับรวมกับพฤติกรรมการนอนที่ผ่านมาที่บันทึกไว้ในเครื่องมือติดตามของฟิตบิท แอปพลิเคชั่นจะแนะนำเวลาเข้านอนและเวลาตื่นที่เหมาะสม ซึ่งสามารถปรับข้อมูลจากความชอบส่วนตัวและตารางเวลาได้เอง

• การเตือนเพื่อเข้านอนและตื่นนอน ช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายการนอนหลับที่ตั้งไว้ อีกทั้งเข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลามากขึ้น โดยที่ผุ้ใช้ได้รับการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของผู้ใช้ และยังสามารถตั้งปลุกในโหมดสั่นจากเครื่องติดตามของฟิตบิทที่อิงจากเวลาตื่นนอนที่ได้ตั้งเป้าไว้

• ชาร์ตแสดงประวัติตารางการนอน ติดตามคุณภาพการนอนหลับของผู้ใช้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถอ่านผลและปรับเปลี่ยนตารางการนอนหลับได้เหมาะสมกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

อะโดนิท เปิดตัว สไตลัสรุ่นพิกเซล รวมจุดแข็งของสไตลัสทุกรุ่นเข้าด้วยกัน


ado

อะโดนิท เปิดตัว สไตลัสรุ่นพิกเซล (Adonit Pixel) รวมจุดแข็งของสไตลัสทุกรุ่นของอะโดนิท ให้ความรู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษวาดภาพแบบมืออาชีพ ละเอียด แม่นยำ รองรับแรงกดที่แตกต่างกันได้ถึง 2048 ระดับและตอบสนองได้ทันที

อะโดนิท ปากกาสไตลัสที่มียอดขายมากที่สุด เปิดตัว อะโดนิท พิกเซล (Adonit Pixel) อุปกรณ์สำหรับการเขียน การวาดภาพ การออกแบบ บนแท็บเล็ต ที่ได้รวมการทำงานเด่นของอะโดนิทรุ่นต่างๆเข้าด้วยกัน เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกด้วยคุณสมบัติที่ยังไม่มีแบรนด์ไหนตามทัน สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่ใช้สไตลัสแท่งเดียว ตอบรับการทำงานทุกอย่าง

ราฟาเอล โกเมซ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด อะโดนิท กล่าวว่า “คนทำงานบนแท็บเล็ต ควรใช้ปากกาสไตลัส ทำงานบนจอแท๊บเล็ตมากกว่าใช้นิ้วขีดเขียน สไตลัสช่วยเพิ่มประสบการณ์ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรงานได้อย่างไร้ขอบเขตมากกว่าเดิม สำหรับ อะโดนิก พิกเซล (Adonit Pixel) ได้ถูกออกแบบมาสำหรับตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้ทุกคน และรองรับการทำงานของโปรแกรมใหม่ๆของ ไอแพด เกือบทุกแบบ ไม่ว่าจะจดบันทึก วาด สเก็ตซ์แบบ ไฮไลท์หรือทำเครื่องหมาย จนถึงการเขียนงานที่ต้องการรายละเอียดมากๆ ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งทั้งหมดสามารถจัดการได้บนไอแพดเครื่องเดียว ด้วยอะโดนิท พิกเซล”

อะโดนิท พิกเซล (Adonit Pixel) ได้นำเอาข้อเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ในอะโดนิทรุ่นต่างๆ มาร่วมอยู่ในรุ่นใหม่นี้ อาทิ การทำงานผ่าน ระบบบลูทูธ (Aonit’s two Bluetooth) ที่มีประสิทธิภาพ ใช้หัวเขียนที่ผสมผสานกันของ รุ่น พิกเซอร์พอร์ท (pixel port) มีขนาดแค่ขนาด 1.9 มิลลิเมตร เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษ และ รุ่นจ๊อดสคริท์ (JotScript) ที่มีหัวเป็นโลหะกลมมนเขียนงานได้ละเอียด แม่นยำ รองรับแรงกดที่แตกต่างกันได้ถึง 2048 ระดับ และ รุ่นทัช (Touch) ที่ทนทาน ใช้วาดเส้นได้ยาว 90 กิโลเมตร มีปาล์ม รีเจคชั่น (palm rejection) ขณะที่เราใช้ปากกาสไตลัส ตัวเครื่องจะไม่สนใจมือที่ไปโดนหน้าจอ ทำให้การทำงานของ อะโดนิท พิกเซล ถูกต้องแม่นยำ และตอบสนองได้ทันที

นอกจากนี้ พิกเซลยังได้พัฒนา SDK (software development) ทำให้รองรับการทำงานร่วมกับแอปที่มีอยู่ และแอปที่กำลังพัฒนาใหม่ อาทิ evernote, Adobe Sketich/Draw ซี่งเพิ่มทางเลือกใหม่ๆด้วย ในการใช้งานสไตลัส

อะโดนิก พิกเซล(Adonit Pixel) สามารถใช้งานได้กับ ไอแพดเกือนทุกรุ่น เช่น IPad Air 2 และ IpadPro และด้วยฟังค์ชั่นการทำงานที่ครบถ้วน ทำให้สไตลัส อะโดนิท รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยราคา 3,390 บาท

ซีอีโอ ดีแทค แจงข้อสงสัยเชื่อมโยง”บุญชัย”


dtac_CEO

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ขอชี้แจงว่า นายบุญชัย เบญจรงคกุล เป็นกรรมการของบริษัทฯท่านหนึ่งในจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด 12 ท่านของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการได้เลือกให้นายบุญชัยทำหน้าที่ประธานกรรมการเท่านั้น โดยนายบุญชัยไม่ได้เข้ามาบริหารกิจการหรือดูแลด้านการเงินของธุรกิจประจำวันของดีแทคแต่อย่างใด การดำเนินการของบริษัทฯในเรื่องดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะผู้บริหารตามที่ได้รับมอบหมายและภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ซึ่งการดำเนินงานจะอยู่ในกรอบนโยบายและหลักบรรษัทภิบาล

นอกจากนี้ ดีแทคเป็นบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ว่าบุคคลใดก็สามารถซื้อหุ้นของดีแทคได้ตามระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในปัจจุบันเรามีผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของบริษัทร่วมกันถึง 52,800 ราย โดยการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและหลักบรรษัทภิบาลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและองค์กรตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

ผมขอยืนยันว่าดีแทคไม่มีนโยบายที่จะให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือด้านใดๆแก่กลุ่มบุคคลใดเป็นพิเศษ นโยบายของดีแทคคือเราจะบริจาคเงินหรือสิ่งของการกุศลต่างๆเฉพาะเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวมเท่านั้น และในการบริจาคเงินหรือสิ่งของการกุศลดังกล่าวในแต่ละกรณีจะต้องผ่านคณะทำงานที่ผมได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการตรวจทานถึงประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมก่อนการอนุมัติ

ผมอยากจะขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า ดีแทคเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มุ่งให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า โดยไม่มีวัตถุประสงค์เอนเอียง ฝักใฝ่การเมือง หรือศาสนาใดศาสนาหนึ่งและเราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความเชื่อใดๆของแต่ละบุคคล ในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่ให้บริการโทรคมนาคม ดีแทคยึดมั่นในความเป็นกลาง และในหลักบรรษัทภิบาล

ผมและพนักงานดีแทคขอขอบคุณในทุกกำลังใจ ความเข้าใจในข้อเท็จจริง และความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาให้กับดีแทค ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารพร้อมด้วยพนักงานอีกกว่า 5,000 คนขอขอบคุณและพร้อมที่จะให้บริการด้านการสื่อสารแก่ทุกท่านด้วยความตั้งใจจริงต่อไป

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ขอชี้แจงว่า นายบุญชัย เบญจรงคกุล เป็นกรรมการของบริษัทฯท่านหนึ่งในจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด 12 ท่านของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการได้เลือกให้นายบุญชัยทำหน้าที่ประธานกรรมการเท่านั้น โดยนายบุญชัยไม่ได้เข้ามาบริหารกิจการหรือดูแลด้านการเงินของธุรกิจประจำวันของดีแทคแต่อย่างใด การดำเนินการของบริษัทฯในเรื่องดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะผู้บริหารตามที่ได้รับมอบหมายและภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ซึ่งการดำเนินงานจะอยู่ในกรอบนโยบายและหลักบรรษัทภิบาล

นอกจากนี้ ดีแทคเป็นบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ว่าบุคคลใดก็สามารถซื้อหุ้นของดีแทคได้ตามระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในปัจจุบันเรามีผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของบริษัทร่วมกันถึง 52,800 ราย โดยการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและหลักบรรษัทภิบาลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและองค์กรตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

ผมขอยืนยันว่าดีแทคไม่มีนโยบายที่จะให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือด้านใดๆแก่กลุ่มบุคคลใดเป็นพิเศษ นโยบายของดีแทคคือเราจะบริจาคเงินหรือสิ่งของการกุศลต่างๆเฉพาะเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวมเท่านั้น และในการบริจาคเงินหรือสิ่งของการกุศลดังกล่าวในแต่ละกรณีจะต้องผ่านคณะทำงานที่ผมได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการตรวจทานถึงประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมก่อนการอนุมัติ

ผมอยากจะขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า ดีแทคเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มุ่งให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า โดยไม่มีวัตถุประสงค์เอนเอียง ฝักใฝ่การเมือง หรือศาสนาใดศาสนาหนึ่งและเราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความเชื่อใดๆของแต่ละบุคคล ในฐานะที่เราเป็นบริษัทที่ให้บริการโทรคมนาคม ดีแทคยึดมั่นในความเป็นกลาง และในหลักบรรษัทภิบาล

ผมและพนักงานดีแทคขอขอบคุณในทุกกำลังใจ ความเข้าใจในข้อเท็จจริง และความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาให้กับดีแทค ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารพร้อมด้วยพนักงานอีกกว่า 5,000 คนขอขอบคุณและพร้อมที่จะให้บริการด้านการสื่อสารแก่ทุกท่านด้วยความตั้งใจจริงต่อไป

กรมพัฒนาที่ดิน แนะใช้แอพฯ การจัดการดินและปุ๋ย LDD Soil Guide


lcd

นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ โฆษกกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดินได้จัดทำโปรแกรมสำหรับโทรศัพท์มือถือหรือโมบายแอพพลิเคชั่น สำหรับให้คำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยขึ้นมา 2 แอพพลิเคชั่น ได้แก่ LDD Soil Guide เป็นแอพพลิเคชั่นที่นำเสนอแผนที่ดินข้อมูลดินสมบัติดินพร้อมทั้งคำแนะนำในการจัดการดิน การจัดการปุ๋ยความเหมาะสมสำหรับพืชและข้อจำกัดต่างๆ ในเบื้องต้น และปุ๋ยรายแปลงเป็นแอพพลิเคชั่นที่เน้นการให้คำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยเมื่อมีการเก็บตัวอย่างดิน และมีผลวิเคราะห์ดินเป็นรายแปลง

กรมพัฒนาที่ดินจัดทำโปรแกรมทั้งสองตัวนี้ด้วยวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันและการแยกเป็นสองโปรแกรมเพื่อให้โปรแกรมมีประสิทธิภาพในการประมวลผลโดยรวมสูงขึ้น

ในการใช้งานนั้นเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ควรใช้แอพพลิเคชั่น LDD Soil Guide ในการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของพื้นที่ก่อนเพื่อให้ทราบสมบัติและลักษณะของดินพิจารณาความเหมาะสมและข้อจำกัดตลอดจนแนวทางการจัดการดินและปุ๋ยของดินนั้นๆ หากเกษตรกรและเจ้าหน้าที่สามารถหาแนวทางการจัดการดินและปุ๋ยได้ตามต้องการ และสอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงในพื้นที่แล้ว ก็สามารถนำคำแนะนำนั้นไปปรับใช้ได้ทันที

โฆษกกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีเกษตรกรและเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยในคำแนะนำที่อาจจะไม่ตรงกับสภาพปัจจุบันเนื่องจากมีการใช้ที่ดินอย่างเข้มข้นหรือคาดการณ์ว่ามีปุ๋ยตกค้างมากก็สามารถเก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ได้ ซึ่งเมื่อมีการส่งตัวอย่างดินวิเคราะห์ และได้รับผลวิเคราะห์ดินแล้วผลวิเคราะห์นั้น จะมีคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยประกอบมาด้วย ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที

ทั้งนี้ หากเกษตรกรยังต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการปรับผลวิเคราะห์ดินใช้ในกรณีอื่นๆนอกเหนือจากที่ผู้วิเคราะห์ดินแปลผลให้ก็สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้โปรแกรมปุ๋ยรายแปลงเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบข้อมูลและคำนวณการผสมปุ๋ยได้

สำหรับ LDD Soil Guide นอกจากใช้บนโทรศัพท์มือถือแล้วสามารถใช้ในบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ทาง http://lddsoilguide.ldd.go.th/soilguide/#/app/map

เด็ก มีเดียฯ มจธ. เสนอไอเดียเจ๋งพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อการเดินทางคนพิการทางสายตา


mj

ในโลกยุคดิจิทัล ปัจจุบันก้าวหน้าไปมากและผู้พัฒนาแอพพลิเคชันต่างๆ ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มคนพิการกันมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก และทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป ในหลายประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว สำหรับในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับคนพิการ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

นางสาวรจเรข ทุ้ยมาก นางสาวอารีมน เสริมทรัพย์ และนางสาววรินดา เรืองวงษ์ เป็นนักศึกษาจากกลุ่มวิชาเอกเทคโนโลยีมีเดียชีวการแพทย์ สาขาเทคโนโลยีมีเดีย โครงการร่วมบริหารหลักสูตรมีเดียอาตส์และเทคโนโลยีมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นกลุ่มเด็กไทยรุ่นใหม่ที่เห็นปัญหาดังกล่าวจึงร่วมกันออกแบบและพัฒนาโปรเจกต์ ที่ชื่อว่า “Blind Buddy แอพพลิเคชั่นช่วยเหลือคนพิการทางสายตาในการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง” ขึ้น โดย อารีมน กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการพัฒนาผลงานว่าเป็นเรื่องที่เคยสัมผัสกับตัวเองมาหลายครั้ง

“เวลาที่คนพิการทางสายตาจะขึ้นรถเมล์จะใช้วิธีตะโกนถามจากคนแถวนั้นว่ารถเมล์สายนั้นสายนี้มาหรือยังบางครั้งก็มีคนใจดีช่วยบอก แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่มีคนอยู่บริเวณป้ายรถเมล์เลย หรือบางครั้งเค้าจะเขียนใส่กระดาษแล้วถือไว้เผื่อว่าจะมีคนช่วยบอก หรืออย่างน้อยกระเป๋ารถเมล์ก็ช่วยเรียกให้ขึ้นรถได้ แต่ถึงคนพิการทางสายตาจะมีทางออกในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง แต่พวกเราคิดว่ามันมีทางออกที่ดีกว่านี้ พวกเราเลยออกแบบแอพพลิเคชั่นดังกล่าวขึ้นมา โดยเริ่มไปสำรวจข้อมูลที่มูลนิธิคอลฟีลด์เพื่อคนตาบอดในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ซึ่งเป็นคนพิการทางสายตาที่ต้องเดินทางโดยใช้บริการขนส่งสาธารณะเป็นประจำก็พบว่าสมาร์ทโฟนไม่ใช่เรื่องไกลตัวพวกเขา ดังนั้นการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ต้องใช้งานบนสมาร์ทโฟนก็น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกได้ทางหนึ่ง”

ทางด้าน รจเรข อธิบายเสริมถึงวิธีการใช้งานว่า แอพพลิเคชั่นนี้เป็นการพัฒนาขึ้นบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ โดยใช้โปรแกรม Android Studio ในการออกแบบและจัดทำแอพพลิเคชั่นที่มีการทำงานกันระหว่าง Ibeacon และแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อส่งและรับข้อมูล จากนั้นจะแสดงผลออกมาผ่านแอพพลิเคชั่นในรูปแบบเสียง

mj1

“ผู้ใช้เริ่มจากเปิดแอพพลิเคชั่น Blind Buddy ไว้จากนั้นเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแอพพลิเคชั่นจับสัญญาณบลูทูธ Ibeacon หรือตัวจับสัญญาณบลูทูธที่ติดตั้งไว้ที่ป้ายรถเมล์ได้แล้วก็จะมีการแจ้งเตือนด้วยการสั่นและมีเสียงเตือนว่าขณะนี้ท่านได้อยู่บริเวณป้ายรถโดยสารแล้ว จากนั้นผู้ใช้ต้องแตะที่หน้าจอหนึ่งครั้ง แอพพลิเคชั่นจะบอกด้วยเสียงว่าที่ป้ายดังกล่าวมีรถเมล์สายใดผ่านบ้าง ผู้ใช้ต้องแตะที่หน้าจออีกหนึ่งครั้งเพื่อเลือกสายรถที่จะขึ้นแล้วก็ยืนรอจนกระทั่งรถเมล์สายที่เลือกไว้มาถึงก็จะมีการแจ้งเตือนด้วยเสียงว่ารถมาถึงแล้ว ซึ่งจะมีการติดตั้ง Ibeacon ไว้ที่รถเมล์ด้วย เมื่อขึ้นรถได้แล้วผู้ใช้ต้องแตะที่หน้าจออีกครั้ง แอพพลิเคชั่นจะบอกด้วยเสียงว่ารถคันนี้ผ่านป้ายไหนบ้าง และเมื่อผู้ใช้เลือกป้ายที่จะลงแล้วก็รอจนกระทั่งถึงป้ายดังกล่าว ซึ่งแอพพลิเคชั่นจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าใกล้จะถึงป้ายที่ผู้ใช้ต้องลงแล้วให้มีการเตรียมตัว”

อย่างไรก็ตามผลงานดังกล่าวเป็นเพียงแนวคิดและการออกแบบของเด็กไทยกลุ่มหนึ่งที่อยากจะมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม แต่เพียงกำลังของนักศึกษาคงไม่สามารถผลักดันออกมาสู่การใช้งานจริงในสังคมวงกว้างได้ โดย วรินดา กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุผลหลักในการจัดทำแอพพลิเคชั่นนี้ก็เพราะอยากจะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการทางสายตาในการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางทำให้คนพิการทางสายตาสามารถออกมาใช้ชีวิตประจำวัน และใช้บริการขนส่งสาธารณะและเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป

 

อไอเอส เซเรเนด ฉลองครบรอบ 12 ปี ด้วยแคมเปญ “ยิ่งกว่าที่สุด คือความประทับใจไม่รู้จบ”


ais se

เอไอเอส เซเรเนด ฉลองครบรอบ 12 ปี ด้วยแคมเปญ “The Ultimate Pride” ภายใต้แนวคิด “ยิ่งกว่าที่สุด คือความประทับใจไม่รู้จบ” ตอกย้ำการเป็นที่ 1 ของโปรแกรมการดูแลลูกค้าในประเทศไทย โดยมอบความพิเศษที่มากยิ่งขึ้น ตอบรับไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล  ขยายความพิเศษครอบคลุมความคุ้มค่าในด้านการเงินและการลงทุน รวมทั้งมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับด้วยแพ็คเกจเบอร์สุดพิเศษ และลุ้นรับของขวัญที่เอไอเอส เซเรเนด บรรจงคัดสรรเพื่อให้ลูกค้าได้รับความประทับใจไม่รู้จบตลอดทั้งปี

นางบุษยา  สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการรายแรก ที่ส่งมอบบริการและสิทธิพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้ามาโดยตลอด ด้วยโปรแกรม เอไอเอส เซเรเนด ผ่านแนวคิด Always Exclusive Always On Top  ปัจจุบันลูกค้าเซเรเนดประกอบด้วย Serenade Platinum, Serenade Gold และ Serenade Emerald รวมทั้งสิ้นจำนวน 2.9 ล้านราย  ซึ่งการจะตอบโจทย์ลูกค้าคนพิเศษได้ตรงใจอย่างแท้จริงนั้น เกิดจากความเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นอย่างดี เอไอเอสจึงมุ่งมั่นศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าในเชิงลึก เพื่อนำมาออกแบบเป็นบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม (Segmentation) จากนั้นพัฒนาไปสู่การดูแลลูกค้าแบบ Personalization เพื่อส่งมอบบริการที่เหนือกว่า ทำให้เอไอเอส เซเรเนด ได้รับการยอมรับจากทุกวงการว่าเป็นที่ 1 ของโปรแกรมการดูแลลูกค้าที่ดีที่สุดในประเทศไทย ทั้งด้านการให้บริการ, การส่งมอบประสบการณ์ผ่าน  เอไอเอส ช็อป และเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ ส่งผลให้ลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด เกิดความผูกพัน รู้สึกถึงความเป็นคนพิเศษ และด้วยตัวเลขความพึงพอใจของลูกค้าในไตรมาส 1 ปี 2016 ที่สูงถึง 88% และมี Net Promoter Score (NPS) เป็นบวก มาอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงความสำเร็จของการดูแลลูกค้าคนพิเศษด้วยโปรแกรม เอไอเอส เซเรเนด ถือได้ว่าเอไอเอสเป็นผู้วางมาตรฐานงานบริการด้านการดูแลลูกค้าและสิทธิพิเศษให้กับวงการโทรคมนาคมไทย

สำหรับปีนี้ เอไอเอส เซเรเนด ครบรอบ 12 ปี จึงก้าวต่อไปอีกขั้น เพื่อส่งมอบความพิเศษที่มากยิ่งขึ้นในทุกองศาการใช้ชีวิตให้กับลูกค้า ด้วยการจัดแคมเปญ “The Ultimate Pride” ภายใต้แนวคิด “ยิ่งกว่าที่สุด คือความประทับใจไม่รู้จบ” โดยยกระดับการมอบความพิเศษที่มากยิ่งขึ้นให้ลูกค้าครอบคลุมทั้ง 360 องศา ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. “Ultimate Digital Life” สิทธิพิเศษหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล
  • เลือกรับส่วนลด 50% สำหรับ iPhone 6s 16GB, Samsung S7 edge หรือ iPad Pro 9.7” 32GB หรือรับฟรี Samsung J2 หรือ LAVA 4G VoLTE 5.0 เมื่อเปิดเบอร์ใหม่ หรือย้ายค่ายเบอร์เดิม
  • รับส่วนลดสูงสุด 600 บาท เมื่อสมัครบริการ AIS Mobile Care บริการดูแลมือถือ
  • AIS Fibre เน็ตบ้านความเร็วสูง แพ็กเกจ 50/10 ราคาพิเศษ 699 บาท/เดือน จากปกติ 888 บาท/เดือน
  1. “Ultimate Pretty and Lucky Number” ด้วยแพ็กเกจเบอร์สุดพิเศษ “The Ultimate Pride Package” ที่มีเพียง 12 แพ็กเกจเท่านั้น พร้อมรับสิทธิ์ Serenade Platinum และผู้ช่วยส่วนตัว , รับฟรีสมาร์ทโฟนพร้อมบริการ AIS Mobile Care, โทรและใช้เน็ตฟรี 2 ปี และ ร่วม AIS Exclusive Trip ที่ฮอกไกโด

นอกจากนี้ลูกค้ายังเลือกรับเบอร์สวยเบอร์มงคลที่ต้องการ เพื่อเปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนเบอร์เดิม ได้ที่ e-service, เอไอเอส ช็อป  และเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ จากคลังเบอร์มือถือของเอไอเอส

  1. “Ultimate Wealth & Investment” สิทธิพิเศษสุดคุ้มด้านการลงทุนและการเงิน โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ ได้แก่

–          บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) มอบส่วนลดค่าธรรมเนียม 25 % จากอัตราปกติ ,มอบดอกเบี้ยสุดพิเศษเพิ่มขึ้น 0.2 % พร้อมโบนัสพอยท์สูงสุด 4,200 คะแนน เมื่อเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ สำหรับลูกค้า Serenade Platinum

–          ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย มอบอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.5% พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมจ่ายบิลต่างๆผ่าน mPay เมื่อเปิดบัญชีออมทรัพย์ Beat Saving ใหม่

–          อาคเนย์ประกันภัย มอบส่วนลดสูงสุด 18% เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ หรือประกันภัยโรคมะเร็ง และรอพบกับข้อเสนอประกันจ่ายสั้นเพื่อลดหย่อนภาษี ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด เร็วๆนี้

  1. “Ultimate Surprizes” ให้ลูกค้าลุ้นรับของขวัญสุดพิเศษที่บรรจงคัดสรรเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์พิเศษที่ประทับใจทุกเดือนตลอดทั้งปี รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ประเดิมเดือนกรกฎาคม 2559 ด้วย “Dream Destination – Maldives” ทริปในฝันสุดพิเศษสู่มัลดีฟ เริ่มความพิเศษตั้งแต่ออกเดินทางจากบ้านด้วยรถลีมูซีนรับส่งสนามบิน เหินฟ้าด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส พักห้องพักสปาวิลล่ากลางน้ำ วิวมหาสมุทรอินเดียสุดโรแมนติค ณ CENTARA RAS FUSHI RESORT & SPA MALDIVES พร้อม Spa Aroma Massage
  2. “Ultimate Life Style Privileges” มอบประสบการณ์เหนือระดับกว่าใคร ด้วยหลากหลายสิทธิพิเศษที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้ามาโดยตลอด อาทิ ส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำมากกว่า 15,000 ร้านค้า, สิทธิพิเศษที่จอดรถมากถึงกว่า 700 คันทั่วประเทศ และบริการเครื่องดื่มฟรีที่สนามบินกว่า 40 ร้านค้า ใน 15 สนามบินทั่วประเทศ พิเศษสำหรับลูกค้า Serenade Platinum รับเพิ่มของว่าง อาทิ แซนวิชที่ร้านแบล็คแคนยอน เป็นต้น
  3. “Ultimate Dining” ที่สุดของประสบการณ์ความอร่อย ด้วยส่วนลดหลากหลายจากร้านอาหารชื่อดัง อาทิ ซื้อไอศกรีมบานาน่า โบ๊ท หรือ สวีท แอนด์ โกลด์ ที่ร้านสเวนเซ่น ในราคาเพียง 60 บาท จากราคาปกติ 99 บาท , พร้อมรับสิทธิพิเศษส่วนลดจากร้าน Sizzler , KFC และ Pizza Hut เป็นต้น

“เอไอเอสรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่ลูกค้าชื่นชอบและประทับใจกับทุกสิ่งที่เราทุ่มเท ให้ความสำคัญ  คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อมอบเป็นประสบการณ์เหนือระดับในทุกๆ ด้าน จนลูกค้าเกิดความผูกพัน และอยู่กับเราอย่างยาวนาน เอไอเอส เซเรเนดจะมุ่งมั่นพัฒนาก้าวต่อไปด้วยการยกระดับความพิเศษที่มากยิ่งขึ้น ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าคนพิเศษ เพื่อให้เอไอเอส เซเรเนดคงความเป็นที่ 1 ในการส่งมอบบริการและสิทธิพิเศษที่ดีที่สุด ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ความประทับใจไม่รู้จบ” นางบุษยากล่าวสรุป

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.