Windows 10: ศักราชใหม่แห่ง Windows


windows_product_family_9-30-event-741x416

Windows 10 เตรียมเปิดให้อัพเกรดฟรี, เผยโฉมอุปกรณ์ประมวลผลแบบกลุ่มและอุปกรณ์ที่มีระบบปฏิบัติการ Windows 10

ไมโครซอฟท์ คอร์ป เผยโฉม Windows รุ่นใหม่ พร้อมหลากหลายประสบการณ์ที่ปูทางสู่ศักราชใหม่แห่งการประมวลผลส่วนบุคคลที่ใกล้ตัวยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัว 2 อุปกรณ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งาน Windows จากหน้าจอขนาดใหญ่สู่ประสบการณ์แบบไร้หน้าจอ Windows 10 จะได้รับการนำเสนอในฐานะบริการที่สามารถมอบประสบการณ์ที่มีความปลอดภัยกว่า ทั้งยังมีความแปลกใหม่และทันสมัยตลอดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ สำหรับการอัพเกรด [1] Windows 10 โดยไม่คิดค่าบริการนั้น จะให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่ใช้ Windows 7, Windows 8.1 และ Windows Phone 8.1 ซึ่งอัพเกรด Windows 10 ในปีแรก

นายสัตยา นาเดลลา ซีอีโอไมโครซอฟท์กล่าวว่า “Windows 10 นับเป็นจุดเริ่มต้นของศักราชแห่งการประมวลผลส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกแห่งมือถือและคลาวด์   จุดมุ่งหมายของเราคือต้องการให้ผู้ใช้งาน Windows จำนวน 1.5 พันล้านรายอยู่ในขณะนี้ได้หลงรัก Windows 10 และต้องการให้อีกหลายพันล้านรายได้ปักหลักกับ Windows”

Windows 10: ให้เรื่องการประมวลผลส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น

Windows 10 นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งยุคการประมวลผลที่เป็นเรื่องใกล้ตัวยิ่งขึ้น เป็นยุคที่เทคโนโลยีไม่มีรูปร่างและมนุษย์คือจุดศูนย์กลาง ในศักราชนี้ การเคลื่อนที่ของอุปกรณ์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่การเคลื่อนที่ของประสบการณ์ต่างหากที่สำคัญ และประสบการณ์ควรออกมาในรูปแบบที่ประสานกันได้อย่างแนบเนียนและเป็นที่คุ้นเคยในทุกอุปกรณ์ ผู้ใช้งานควรที่จะสามารถโต้ตอบกับเทคโนโลยีได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังที่สามารถโต้ตอบกับผู้อื่นด้วยเสียง ท่าทางและการเพ่งมอง การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวมีบทบาทสำคัญยิ่งในการมอบประสบการณ์ที่วางใจได้ ซึ่งเปิดทางให้ผู้คนมีอำนาจที่จะออกแบบประสบการณ์ส่วนตัวได้เอง

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ไมโครซอฟท์ได้สาธิตหลากหลายประสบการณ์ใหม่ใน Windows 10 ดังต่อไปนี้

Cortana บนพีซีและแท็บเล็ต: Cortana ผู้ช่วยเสมือนส่วนบุคคล ซึ่งประเดิมเปิดตัวครั้งแรกบน Windows Phone เมื่อปีที่แล้วนั้น เปิดให้ใช้งานบนพีซีและแท็บเล็ตระบบ Windows 10 แล้ว เพื่อช่วยให้งานต่างๆลุล่วง [2] Cortana เป็นผู้ช่วยส่วนบุคคลที่สามารถเรียนรู้ความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อมอบคำแนะนำที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมอบช่องทางการเข้าถึงข้อมูลและการแจ้งเตือนที่สำคัญๆได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานไม่คลาดสายตากับเรื่องที่สำคัญที่สุด ส่วนการโต้ตอบก็เป็นธรรมชาติและง่ายดายด้วยการพูดหรือพิมพ์ และยังมีฟีเจอร์ขั้นสูงสำหรับควบคุม Cortana ให้น่าไว้วางใจและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

เบราว์เซอร์ใหม่ “Project Spartan” ที่สั่งเว็บให้ทำงานให้คุณ: Windows 10 นำเสนอเบราว์เซอร์ไมโครซอฟท์ใหม่ ซึ่งมีโค้ดเนมว่า “Project Spartan”  ซึ่งสร้างขึ้นมาโดยคำนึงถึงความสามารถในการทำงานร่วมกัน ด้วยฟีเจอร์โดดเด่นซึ่งติดตั้งอยู่ในเบราว์เซอร์นี้โดยเฉพาะ จึงทำให้เบราว์เซอร์ตัวนี้ไว้ใจได้และค้นหาได้มากกว่า สำหรับฟีเจอร์สุดล้ำของเบราว์เซอร์นี้ ประกอบไปด้วย ความสามารถที่เปิดให้จดโน้ตได้โดยตรงบนเว็บเพจไม่ว่าจะด้วยคีย์บอร์ดหรือปากกา และแชร์ให้กับเพื่อนฝูงได้อย่างง่ายดาย มุมมองสำหรับการอ่านซึ่งปลอดสิ่งรบกวนสมาธิ ซึ่งจะแสดงบทความในรูปแบบการจัดวางที่อ่านง่าย เพื่อสร้างประสบการณ์การอ่านบทความบนเว็บที่ยอดเยี่ยมทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และการเสริมความสามารถให้ Cortana ค้นหาและทำงานหลายๆอย่างแบบออนไลน์ได้รวดเร็วขึ้น ทั้งหมดนี้มาพร้อมโฉมใหม่และให้ความรู้สึกใหม่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อ Windows 10 โดยเฉพาะ

Xbox Live และแอพ Xbox แอพใหม่นำขบวนประสบการณ์เกมใหม่ๆสู่ Windows 10: Xbox บน Windows 10 เปิดทางสำหรับคอเกมและนักพัฒนาเกมสู่ความยอดเยี่ยมจาก Xbox Live เครือข่ายเกมขนาดใหญ่บนทั้งพีซี Windows 10 และ Xbox One ผู้เล่นสามารถบันทึกภาพ ตกแต่ง และแชร์โมเมนต์ขณะเล่นเกมยอดเยี่ยมผ่าน Game DVR และเล่นเกมใหม่ๆกับเพื่อนผ่านทางทุกอุปกรณ์ ตลอดจนเชื่อมต่อคอเกมหลายล้านคนทั่วโลกเข้าหากัน สำหรับเกมต่างๆที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อ DirectX 12 ซึ่งเป็น Application Programming Interface (API) ใหม่ใน Windows 10 นั้น จะพบว่าความเร็ว ประสิทธิภาพ และความสามารถด้านกราฟฟิคดีขึ้น ผู้เล่นยังสามารถเล่นเกมจากพีซีที่สตรีมส่งตรงมาจากเครื่อง Xbox One โดยคอนโซลเกมรุ่นนี้สามารถสตรีมเกมไปเครื่องแท็บเล็ตหรือพีซี Windows 10 ภายในบ้านก็ได้[3]

Office for Windows 10:  แอพ Office บน Windows 10 ที่ใช้ได้หลายอุปกรณ์ นำเสนอประสบการณ์การสัมผัสเป็นครั้งแรกบนอุปกรณ์ต่างๆ โดย Word, Excel, PowerPoint, OneNote และ Outlook เวอร์ชั่นใหม่ที่ผ่านการออกแบบมาตั้งแต่แรกเพื่อให้ทำงานกับ Windows ที่สามารถรองรับการสัมผัส และนำเสนอประสบการณ์ Office แบบไร้ที่ติซึ่งลูกค้าชื่นชอบและรู้จักเป็นอย่างดี ด้วยการใช้ฟีเจอร์ใน Office ที่สุดแสนคุ้นเคย ผู้ใช้สามารถสร้างและแก้ไขเอกสาร Word ได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ฟีเจอร์การจดแบบใหม่ใน PowerPoint เปิดทางให้ผู้ใช้สามารถจดบนสไลด์แบบเรียลไทม์ ขณะที่การควบคุมด้วยการสัมผัสเป็นครั้งแรกใน Excel ทำให้การสร้างและปรับปรุงสเปรดชีตง่ายขึ้นไม่ต้องพึ่งคีย์บอร์ดหรือเมาส์ สำหรับชุดโปรแกรม Office เวอร์ชั่นถัดไปสำหรับคอมพิวเตอร์กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเช่นกัน โดยไมโครซอฟท์จะชี้แจงเพิ่มเติมในช่วงไม่กี่เดือนถัดจากนี้

สำหรับฟีเจอร์และนวัตกรรมอื่นๆที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 21 ม.ค. มีดังนี้

– Continuum mode สำหรับอุปกรณ์ประเภททูอินวัน Windows 10 สามารถสลับระหว่างการใช้คีย์บอร์ด และเมาส์ กับการสัมผัสและแท็บเล็ตได้ เมื่อตรวจพบได้ว่ามีการปรับเปลี่ยนการใช้งาน Windows 10 จะสลับไปสู่โหมดใหม่ได้อย่างราบรื่น

– แอพใหม่ที่ใช้ได้ในหลายอุปกรณ์ Windows 10 มอบแอพพลิเคชั่นที่ให้ประสบการณ์ใหม่ซึ่งสอดคล้องกันอย่างต่อเนื่องจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอุปกรณ์หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่น Photos, Videos, Music, Maps, People & Messaging และ Mail & Calendar แอพที่ติดตั้งมาในเครื่องเหล่านี้มีดีไซน์การออกแบบสมัยใหม่ที่ให้รูปลักษณ์และความรู้สึกจากแอพหนึ่งสู่แอพหนึ่ง และจากอุปกรณ์หนึ่งสู่อุปกรณ์หนึ่งออกมาเหมือนกัน ขณะที่ข้อมูลจะถูกบันทึกและซิงค์ผ่าน OneDrive ทำให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นทำหลายๆอย่างจากอุปกรณ์เครื่องหนึ่ง แล้วทำต่อจากอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่งได้

“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Windows 10 คือ ประสบการณ์ การนำเสนอประสบการณ์ในฐานะของบริการและการอัพเกรดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งหมายความว่า Windows 10 ไม่ได้เป็นเพียงแค่อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมอบมูลค่าให้กับลูกค้าของเราตลอดไป” เทอร์รี เมอร์สัน รองประธานบริหารฝ่ายกลุ่มระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ กล่าว “วินโดวส์ยุคใหม่มีพันธกิจในการปลดปล่อยผู้คนจากจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและช่วยให้สามารถทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้”

Windows 10: แพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ที่มอบอำนาจด้านนวัตกรรมและแรงบันดาลใจ

Windows 10 ปรับตัวให้เข้ากับอุปกรณ์ที่ผู้ใช้กำลังใช้งานอยู่ นับตั้งแต่ Xbox ไปจนถึงพีซีและจากโทรศัพท์ไปจนถึงแท็บเล็ตและอุปกรณ์ขนาดเล็ก ประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ใกล้เคียงกันและต่อเนื่องกัน Windows 10 สามารถทำงานบนอุปกรณ์ต่างๆในวงกว้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ นับตั้งแต่เซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ตออฟธิงไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ของธุรกิจศูนย์ข้อมูลทั่วโลก บางอุปกรณ์มีหน้าจอขนาด 4 นิ้ว บางอุปกรณ์มีหน้าจอขนาด 80 นิ้ว และบางอุปกรณ์ไม่มีหน้าจอ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวอุปกรณ์ 2 ชิ้นที่จะมอบอำนาจให้กับผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์วินโดวส์ในรูปแบบใหม่ที่แทบจะไม่น่าเชื่อ

Windows 10 ปลดปล่อยอนาคตโฮโลกราฟิกด้วย Microsoft HoloLens

ไมโครซอฟท์ได้นำเสนอตัวอย่างการปฏิวัติเกี่ยวกับแนวทางที่ Windows 10 สามารถเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จากที่มีอุปกรณ์เป็นศูนย์กลางไปเป็นปฏิสัมพันธ์ที่มีความเป็นส่วนตัวและมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์โฮโลกราฟิกแพลตฟอร์มแรกของโลก Windows 10 ประกอบไปด้วยชุด API ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างประสบการณ์โฮโลกราฟิกได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วย Windows 10 โฮโลแกรมจะเป็นแอพครอบจักรวาลของ Windows และแอพครอบจักรวาลทุกแอพของ Windows สามารถเป็นโฮโลแกรมได้ ช่วยให้การจัดวางโฮโลแกรม 3 มิติลงในโลกความเป็นจริงมีความเป็นไปได้และยังช่วยให้เกิดช่องทางการสื่อสารแบบใหม่ รวมทั้งการสร้างและค้นหาสิ่งที่มีความเป็นส่วนตัวและมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ต่างๆใน Windows 10 ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์โฮโลกราฟฟิกที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในโลก Microsoft HoloLens เป็นคอมพิวเตอร์โฮโลกราฟฟิกที่ไม่ต้องต่อพ่วงเครื่องแรกของโลก โดยไม่จำเป็นต้องใช้สาย โทรศัพท์ หรือการเชื่อมต่อกับพีซี Microsoft HoloLens นำเสนอเลนโฮโลกราฟฟิกความคมชัดสูงที่สามารถมองทะลุได้และระบบเสียงที่มีมิติ ดังนั้นคุณจึงสามารถดูและได้ยินเสียงโลกรอบๆตัวคุณ ด้วยเซ็นเซอร์ที่ล้ำยุค ระบบชิปในยุคถัดไป และหน่วยประมวลผลโฮโลกราฟฟิก (Holographic Processing Unit: HPU) แบบใหม่ทั้งหมดที่สามารถเข้าใจในสิ่งที่คุณกำลังทำและโลกรอบๆคุณ Microsoft HoloLens สามารถทำงานได้โดยไม่มีการเชื่อมต่อใดๆในการประมวผลข้อมูลขนาดเทราไบต์จากเซ็นเซอร์ในแบบเรียลไทม์

ด้วยการใส่โฮโลแกรมแบบ 3 มิติในโลกรอบตัวคุณ Microsoft HoloLens จึงสามารถนำเสนอมุมมองใหม่ในโลกความเป็นจริงที่สามารถบอกได้ว่าคุณกำลังมองอะไรและเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังทำด้วยมือและเสียงของคุณ ด้วยการทำให้คุณเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์คอมพิวเตอร์ Microsoft HoloLens ช่วยให้คุณสามารถสร้าง เข้าถึงข้อมูล มีความสุขกับสื่อบันเทิง และการสื่อสารด้วยวิธีใหม่ที่น่าตื่นเต้น

Microsoft Surface Hub ใหม่เพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ของ Windows 10 ในแบบกลุ่ม

Windows 10 เพิ่มอำนาจให้กับอุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่เพื่อช่วยให้เพื่อนร่วมงานในทีมสามารถแบ่งปัน นำเสนอแนวความคิด และร่วมกันสร้างสรรค์ได้ นวัตกรรมฮาร์ดแวร์แบบสัมผัสและหมึกดิจิตอล รวมทั้งกล้อง เซ็นเซอร์ และไมโครโฟนในตัว ช่วยให้ Surface Hub สามารถใช้ประโยชน์จาก Windows 10, Skype for Business และ Office 365 ในการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่อื่นหรือในสถานที่ มีความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังทำงานร่วมกันในสถานที่เดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Surface Hub นำเสนอไวท์บอร์ดดิจิตอลที่มีความทันสมัยมากที่สุด, การประชุมทางไกลในทันที, ความสามารถที่ช่วยให้หลายคนสามารถแบ่งปันและแก้ไขเนื้อหาคอนเทนท์บนหน้าจอได้จากแล็บท็อป แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์, และแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือสำหรับหน้าจอขนาดใหญ่ Surface Hub วางจำหน่ายใน 2 ขนาด ได้แก่ 55 นิ้ว และ 84 นิ้ว ซึ่งสามารถเอาชนะข้อจำกัดในปัจจุบันของบรรยากาศในห้องประชุมแบบดั้งเดิมเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับทีมงานให้สามารถทำงานร่วมกันได้ดีที่สุด

VC “ญี่ปุ่น-สิงคโปร์”ร่วมทุนแอพฯหุ้นฝีมือคนไทยจากโครงการ AIS The StartUp


 5

แอพพลิเคชั่นวิเคราะห์หุ้นฝีมือคนไทยจากโครงการ    AIS The StartUp สุดเจ๋ง เตรียมสยายปีกสู่ตลาดโลก หลังได้รับการทาบทามจาก VC ชื่อดัง อย่างไซเบอร์เอเจนท์ เวนเจอร์ส และอีสท์เวนเจอร์ เพื่อร่วมทุนพัฒนาแอพฯหุ้นฝีมือคนไทย บุกตลาดต่างประเทศ ปักธงอีก 2 ปี เปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนต่างประเทศเพิ่ม 5 ประเทศ 5 ภาษา พร้อมพัฒนาระบบวิเคราะห์หุ้นไทยแบบเรียลไทม์  ดันผู้ใช้บริการไทยเพิ่มขึ้นแตะ 3 แสนคน

นายธีระชาติ ก่อตระกูล ผู้ก่อตั้งบริษัท สยามสแควร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น  StockRadars แอพพลิเคชั่นสำหรับวิเคราะห์และติดตามราคาหุ้นในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่นักลงทุน เปิดเผยว่า บริษัทได้ตกลงร่วมทุนกับนักลงทุนต่างประเทศ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไซเบอร์เอเจนท์ เวนเจอร์ส จำกัด (Cyber Agent Ventures) ประเทศญี่ปุ่น และ บริษัท อีสท์เวนเจอร์ จำกัด (East Ventures) ประเทศสิงค์โปร์-ญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มทุนสำหรับการทำการตลาด StockRadars ให้สามารถขยายตลาดสู่ตลาดโลก รวมทั้งช่วยพัฒนาให้มีฟังก์ชันการใช้งานระบบวิเคราะห์หุ้นแบบเรียลไทม์ที่จะช่วยให้การลงทุนของนักลงทุนทุกคนง่ายมากยิ่งขึ้น

โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะสามารถพัฒนาฟังก์ชันสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศกว่า   5 ประเทศ 5 ภาษา ภายใน 2 ปี โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของแต่ละประเทศ ได้แก่สิงคโปร์ , อินโดนีเซีย , ญี่ปุ่น , ฮ่องกง และออสเตรเลีย โดยในแต่ละประเทศจะได้ได้รับการสนับสนุนในการขยายตลาดอย่างเต็มที่จากโอเปอเรเตอร์ในเครือสิงค์เทล เช่น AIS, SingTel, Tekomsel,  Optus  ป็นต้น นอกจากนั้น AIS เตรียมพร้อมส่ง StockRadars เข้าสู่ Product Innovation Fair ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลี ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ เพื่อเจรจาธุรกิจกับกลุ่ม Bridge Alliance Operators ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ StockRadars ได้รับการสนับสนุนจาก operators อื่นๆที่นอกเหนือจากกลุ่ม SingTel

“การจับมือของ 3 พันธมิตรในครั้งนี้ ได้แก่ StockRadars, AIS และกลุ่มนักลงทุน จะสร้างความแข็งแกร่งให้ StockRadars อย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่เงินทุน แต่ยังมีการแลกเปลี่ยนนำความรู้               การบริหาร ประสบการณ์ทำการตลาดที่สำเร็จมาแล้วในนานาประเทศ มาต่อยอดเพื่อรองรับการขยายตลาดของ StockRadars ด้วย” นายธีระชาติกล่าว

ด้าน นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผลงานของ Startup คนไทยที่เป็นพันธมิตรกับเอไอเอสกว่า 1 ปีที่ผ่านมา อย่าง StockRadars ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติและมาร่วมลงทุนแล้ว  ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากศักยภาพของทีมที่สามารถสร้างสรรค์ Application ที่แตกต่าง และเป็นประโยชน์กับกลุ่มนักลงทุนได้อย่างแท้จริง โดยเมื่อผนวกเข้ากับการเติบโตของตลาด Mobile Application อันเกิดจากการเข้าถึงของอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน ก็ยิ่งจะเป็นการขยายโอกาสให้ Startup คนไทยได้อย่างแน่นอน ซึ่งเอไอเอสพร้อมที่จะสนับสนุนในฐานะพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด รวมไปถึงการเข้าถึงลูกค้าเอไอเอส และลูกค้าจากกลุ่มสิงค์เทล และ Operator พันธมิตรในต่างประเทศต่อไป

สำหรับความสำเร็จที่ผ่านมา StockRadars ได้รับเลือกจาก AIS ให้เข้าร่วม SingTel Group – Samsung Workshop เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา และ  ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเข้าประกวดซอฟต์แวร์ดีเด่นประจำปี 2014 ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ ประเทศอินโดนีเซีย โดยได้รับรางวัลชนะเลิศในหมวด Financial Industry Application เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบเพียงแค่ 1 ปี แต่มีจำนวนผู้ใช้บริการสูงถึง 1 แสนห้าหมื่นกว่าคน และคาดว่าหลังจากการพัฒนาระบบวิเคราะห์หุ้นแบบเรียลไทม์ จะมีผู้ใช้บริการสูงขึ้นเป็น 3 แสนคน

พร้อมกันนี้บริษัทได้ร่วมกับบริษัท สต็อคทูมอร์โรว์ จำกัด จัดสัมมนาใหญ่ในชื่อ “StockRadars Day เปิดเรดาร์ หาหุ้นเด็ดปี 58” ขึ้นในวันนี้ (22 ม.ค. 58) โดยมีนักลงทุนผู้สนใจเข้าร่วมงานเต็มทุกที่นั่งกว่า 900 คน ซึ่งในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรชั้นนำในตลาดทุนไทยจากค่ายสต็อคทูมอร์โรว์ มาร่วมให้ความรู้ ในหลายหัวข้อ ได้แก่ เรดาร์หุ้นเด็ด 5 เด้ง โดยนายปิยพันธ์ วงศ์ยะรา, เรดาร์หุ้นเด็ด เทคนิคแจ่ม โดยนายธํารงชัย เอกอมรวงศ์, เรดาร์หุ้นเด็ด เมกะเทรนด์ โดยนายภาววิทย์ กลิ่นประทุม, เรดาร์หุ้นเด็ด เตรียมวิ่ง โดยนายประกาศิต ทิตาราม, เรดาร์หุ้นเด็ด ถือยาวมั่งคั่ง โดยนายอธิป กีรติพิชญ์ และหัวข้อเรดาร์หุ้นเด็ด มนุษย์เงินเดือน โดยนายสมเกียรติ สุขเสรีกุล  ทั้งนี้ ยังมีนักลงทุนชื่อดัง “เสี่ยป๋อง” วัชระ แก้วสว่าง มาร่วมตอบคำถามเด็ด ที่นักลงทุนอยากรู้อีกด้วย

เอชทีซี ส่งสมาร์ทโฟน 2 ซิม HTC Desire 620G และ HTC Desire 816G ราคาโดนใจ ลงตลาด


เอชทีซีส่งสมาร์ทโฟน 2 ซิม HTC Desire 620G และ HTC Desire 816G ให้คุณได้ทำสิ่งที่คุณรักได้มากกว่าเคยพร้อมดีไซน์สีสันทูโทนสุดคัลเลอร์ฟูล มิกซ์แอนแมชกับสไตล์เก๋ๆเปลี่ยนร้อนนี้ให้เป็นฤดูแห่งสีสัน สดใสและความสนุกกว่าเดิม เติมเต็มความลงตัวระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของคุณด้วยฟังค์ชั่นอย่างครบครันรวมไปถึงรูปลักษณ์ที่สวยงามแสดงถึงความมีสไตล์ของผู้ใช้ในราคาสุดโดนใจเพียง 6,990 บาท และ 7,990 บาท

HTC Desire 816G dual sim (1)HTC Desire 816G dual sim หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมลำโพงคู่ด้านหน้า HTC BoomSound ที่จะมอบสุดยอดประสบการณ์บันเทิงไม่ว่าจะเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง ดูYoutube ทุกที่ทุกเวลาตั้งแต่วันสบายๆที่บ้านหรือจะระหว่างเดินทางไปท่องเที่ยวรวมถึงค่ำคืนวันศุกร์ให้คุณสนุกสนานปาร์ตี้แฮงเอาท์กับเพื่อนๆพร้อมถ่ายรูป selfie สุดมันส์กับกล้องหน้าเลนส์มุมกว้าง 5 ล้านพิกเซล และกล้องหลังมากถึง 13 ล้านพิกเซล สุดยอดสมาร์ทโฟนที่จะทำให้ทุกวันของคุณสนุกและตื่นเต้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม

HTC Desire 620G dual sim(2)HTC Desire 620G dual sim สมาร์ทโฟนราคาเบาๆกับฟีเจอร์ที่เกินตัว ด้วยตัวเครื่องที่โค้งมนเรียบหรูพร้อมดีไซน์สองสีที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือชีวิตส่วนตัวบนหน้าจอ HD ขนาด 5 นิ้ว พร้อมด้วยกล้องด้านหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลและกล้องด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ให้คุณทำงานได้มากขึ้น สนุกได้มากขึ้น เห็นโลกสวยงามกว่าที่เคยเป็น ในทุกที่ที่คุณไป

ร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้งานแบบไร้ขีดจำกัดกับ HTC Desire 816G dual sim และ HTC Desire 620G dual sim ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้านเอชทีซีทั้ง 4 สาขา (มาบุญครอง เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต, เซียร์ รังสิต), TG Fone, Jaymart, Synnex, Ingram Micro และร้านขายมือถือทั่วประเทศ

อีริคสันเผย เทรนด์ 10 อันดับยอดนิยมของกลุ่มผู้บริโภคปี 2015


3.นาย บัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัทอีริคสัน

ผลการวิจัยของ Ericsson ConsumerLab เผยข้อมูลจากรายงานเทรนด์ประจำปีฉบับที่ 4 ซึ่งมีการนำเสนอ 10 เทรนด์อันดับยอดนิยมของกลุ่มผู้บริโภคประจำปี 2015

ทั้งนี้ ทาง นายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัทอีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลจากการที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมกระแสหลักนั้นเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ในฐานะผู้บริโภค เราลองใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ และเก็บแอพพลิเคชั่นที่เราคิดว่ามันทำให้ชีวิตของเราความสมบูรณ์แบบมากขึ้น  จนเราไม่ทันสังเกตว่าทัศนคติและพฤติกรรมของเรากำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา บริการและสินค้าที่เมื่อไม่นานมานี้เราเคยคิดว่าไกลเกินจินตนาการ ตอนนี้กลับเป็นที่ยอมรับและคาดว่าจะเข้าถึงมือตลาดคนหมู่มากได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้นก่อนที่เราจะไปถึงปี 2020 กับอนาคตที่ดูใกล้กับเรามากยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

ผลการศึกษาในรายงาน  10 เทรนด์ผู้บริโภคในปี 2015 และปีถัดจากนั้น มาจากโครงการวิจัยทั่วโลกของ Ericsson ConsumerLab ที่ในปีนี้มุ่งเน้นศึกษาผู้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ถึง 69 ปีที่อาศัยอยู่ในเมือง โจฮันเนสเบิร์ก ลอนดอน เม็กซิโกซิตี นิวยอร์ก มอสโคว์ ซานฟรานซิสโก เซาเปาลู เซียงไฮ้ ซิดนีย์และโตเกียว โดยตามตัวเลขสถิติจะเป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรจำนวน 85 ล้านคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ

โดย 10 เทรนด์อันดับของผู้บริโภคในปี 2015 มีดังต่อไปนี้

  1. อนาคตกับการรับชมแบบสตรีม รูปแบบการใช้งานสื่อแบบต่างๆ กำลังแพร่ขยายไปทั่วโลก ผู้ชมกำลังหันไปหาบริการออนดีมานด์ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงเนื้อหาวีดีโอข้ามแพลทฟอร์มได้โดยง่าย โดยในปี 2015 จะเป็นปีสำคัญที่ผู้คนจะชมวีดีโอจากการสตรีมเป็นรายสัปดาห์มากกว่าการดูรายการทีวีตามผังรายการ
  2. บ้านที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อาศัย ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมากในการติดตั้งเซนเซอร์ในบ้านที่สามารถแจ้งให้ทราบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับน้ำและไฟฟ้าอะไรบ้างหรือสมาชิกครอบครัวนั้นออกไปข้างนอกหรือกลับบ้านเมื่อไหร่
  3. การสื่อสารผ่านทางความคิด การสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ จะปรากฏออกมาเรื่อยๆ ทำให้เรามีวิธีติดต่อกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวมากขึ้น เจ้าของสมาร์ทโฟนหลายคนอยากใช้งานอุปกรณ์แวร์เอเบิ้ลที่ทำให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ผ่านทางความคิด และเชื่อว่าอุปกรณ์นี้จะกลายเป็นของกระแสหลักในปี 2020
  4. พลเมืองอัจฉริยะ แนวคิดเรื่องเมืองอัจฉริยะนั้นน่าสนใจอยู่ แต่ความฉลาดที่ประกอบเป็นความอัจฉริยะดังกล่าวนั้นอาจเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปของพลเมือง ยิ่งอินเทอร์เน็ตทำให้เรารับข้อมูลมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งตัดสินใจได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ผู้บริโภคเชื่อว่าแผนที่แสดงการใช้งานอินเทอร์เน็ต แอพพลิเคชั่นเปรียบเทียบการใช้พลังงานและเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์นั้นจะกลายเป็นของกระแสหลักในปี 2020
  5. เศรษฐกิจแบบแบ่งปันกัน ยิ่งอินเทอร์เน็ตทำให้เราสามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้แบบง่ายดายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมามากเท่าไหร่ แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจแบบแบ่งปันนั้นก็ยิ่งแพร่หลายมากขึ้นเท่านั้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดนั้นมีความเปิดกว้างต่อแนวคิดในการให้เช่าห้องว่าง เครื่องใช้ส่วนตัวในบ้านและอุปกรณ์หรูหราที่เหลือใช้เพราะว่าสะดวกและสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น
  6. figure6_thกระเป๋าเงินดิจิตอล ร้อยละ 48 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นอยากใช้โทรศัพท์ในการจ่ายค่าสินค้าและบริการ ร้อยละ 80 เชื่อว่าสมาร์ทโฟนจะเข้ามาแทนที่กระเป๋าเงินในปี 2020
  7. ข้อมูลของฉัน แม้ว่าการแบ่งปันข้อมูลเมื่อมีผลประโยชน์นั้นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนก็ยังไม่เห็นว่าควรจะเปิดเผยการกระทำของตนเองให้กับผู้อื่น ร้อยละ 47 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการจะจ่ายผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลแบบอัตโนมัติตามไปด้วย ร้อยละ 56 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการให้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมดนั้นมีการเข้ารหัส
  8. อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นเห็นว่าบริการคลาวด์ในหลากหลายรูปแบบนั้นเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีสุขภาพที่ดีและยืนยาวกว่าเดิม แอพพลิเคชั่นที่ใช้ขณะวิ่งจ็อกกิ้ง ตรวจวัดหัวใจและแผ่นที่สามารถตรวจวัดอาหารของเราได้นั้นถูกเชื่อว่าจะช่วยยืดชีวิตของเราได้ถึง 2 ปีต่อหนึ่งแอปพลิเคชั่น
  9. หุ่นยนต์ใช้งานในครัวเรือน ผู้บริโภคนั้นเปิดรับต่อแนวคิดในการมีหุ่นยนต์ไว้ใช้งานในครัวเรือนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านในแต่ละวัน ร้อยละ 64 เชื่อว่าหุ่นยนต์จะมีอยู่ในบ้านเป็นเรื่องปกติในปี 2020
  10. เด็กๆ นั้นสามารถเชื่อมต่อได้ทุกอย่าง เด็กๆ นั้นจะเป็นผู้ที่ผลักดันความต้องการอินเทอร์เน็ตที่สัมผัสได้มากขึ้นต่อไป ซึ่งเป็นโลกทางกายภาพของเราที่มีการเชื่อมถึงกันเฉกเช่นเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมถึงกัน ผู้ใช้สมาร์ทโฟนร้อยละ 46 นั้นกล่าวว่าเด็กๆ นั้นคาดหวังว่าของทุกอย่างจะสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้เมื่อพวกเขาโตขึ้น

figure4_th

นาย บัญญัติ กล่าวเสริมว่า คนไทยส่วนใหญมีแนวโน้มที่จะยอมรับเทรนด์สุดฮอตต่างๆของพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2015 โดยมีปัจจัยหลัก 3 ประการที่จะส่งเสริมให้มีการยอมรับเทรนด์ดังกล่าวอย่างรวดเร็วและในสังคมวงกว้างมากขึ้นก็คือ

  1. พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี ICT ของกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่กระตุ้นให้กลุ่มผู้ปกครองและผู้ใหญ่ใช้ตาม
  2. อัตราการขยายตัวของสังคมเมือง
  3. การเข้าถึงและใช้สมาร์ทโฟนที่สูงมากขึ้น

และที่น่าสนใจ ไลฟสไตล์ที่ผูกติดกับการเชื่อมต่อ (Connected Lifestyle with Connected Services) กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ในสังคมไทย โดยจากงานวิจัยพบว่า

  • 23% ของคนไทยมองว่า โซเชียลมีเดียและการส่งข้อความ (Instant Messaging : IM) นั้นมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา
  • 89% ของคนไทยใช้งานโซเชียลมีเดียในทุกๆ สัปดาห์
  • คนไทยมีความนิยมในการดูวิดีโอและใช้แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่สูงมากขึ้น

figure3_th

การใช้สมาร์ทโฟนและปริมาณการรับส่งข้อมูลนั้นมีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2015 อีริคสันคาดการณ์ว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยจะอยู่ที่ 103 ล้านการใช้งาน (ประมาณ 150% ของจำนวนประชากร) จากในปี 2014 ตัวเลขอยู่ที่ 97.7 ล้านการใช้งาน (ประมาณ 145% ของจำนวนประชากร) โดยการเข้าถึงเครื่องสมาร์ทโฟนคิดเป็นสัดส่วนที่ประมาณ 50% ในปี 2015 และ การใช้งานโมบายด์ดาต้าจะเพิ่มขึ้น 8 เท่า ในช่วงระหว่างปี 2014 – 2020

ทั้งนี้ สังคมเครือข่าย (Networked Society) ทำให้ผู้คน ธุรกิจและสังคม เราสามารถเข้าถึงศักยภาพของตนเองได้สูงสุดและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป โดยใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยี โมบาย คลาวด์ และ บรอด์แบนด์ โดยสังคมแห่งเครือข่าย (Networked Society) กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ผลักดันให้เกิดการขยายตัวและเพิ่มขีดความสามารถในระบบ Digital Economy ทั้งในภาคธุรกิจและสังคมไทยโดยรวม

นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศในอันดับที่ 3 จากในกลุ่มประเทศ AEC ที่มีการเข้าถึงโมบายด์บรอดแบรนด์ โดยอุตสาหกรรมด้านโทรศัพท์มือถือมีความต้องการเข้าถึงคลื่นความที่มากขึ้น เพื่อการเข้าถึงโมบายด์บรอดแบรนด์ในราคาที่ถูกลง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในด้านของการแข่งขันและความน่าสนใจในภูมิภาค รวมทั้งนับเป็นโอกาสสำคัญของนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นของไทยที่จะก้าวไปสู่ตลาดในกลุ่มประเทศ AEC

 

ไอที ซิตี้ ขนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต จัดมหกรรมงาน Mobile Expo 2015


Leaflet  ไอที ซิตี้ โมบาย1

รายงานข่าวจากบริษัทไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าไอที ซิตี้ ได้จัดมหกรรมงาน Mobile Expo 2015โดยนำสินค้าไอที  มาลดราคาแบบจุใจ โดยเฉพาะได้นำสินค้าประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดหลากหลายแบรนด์ดัง  อาทิ  ซัมซุง เอซุส  เลอโนโว  ออปโป  มาจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมโปรโมชั่นร่วมกับหลายบัตรเครดิต ผ่อน 0 เปอร์เซ็นต์ นานสูงสุด 10 เดือน  ในระหว่างวันที่ 22 – 31 มกราคม 2558  ณ ไอที ซิตี้และไอที ซิตี้โมบาย ทุกสาขาทั่วประเทศ    สำหรับโปรโมชั่นเด่น ที่น่าสนใจ ได้แก่  Acer Iconia W4  ขนาด 32 GB พิเศษ 4,990 บาท จากราคาปกติ 6,990 บาท รับฟรี ACER Protective film for W4-821 มูลค่า 290 บาท Exclusive Model ที่ IT City เท่านั้น สำหรับสาวก Smart Phone & Tablet แบรนด์ซัมซุง งานนี้ไม่ควรพลาดเช่นกันกับ Samsung Galaxy Note 4 ราคา 25,900 บาท, Samsung GalaxyA5 ราคา 12,900 บาท,  Galaxy Grand Prime ราคา 8,900 บาท, Galaxy Core Prime ราคา 4,900 บาท, Galaxy Ace 4 ราคา 3,590 บาทและ Galaxy Alpha ราคา 18,900 บาท ที่นำมาจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมกับโปรโมชั่น ผ่อน 0 เปอร์เซ็นต์ นาน 10 เดือน

งานนี้ไอที ซิตี้ ยังได้จัดโปรโมชั่นลดราคาสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ พร้อมของสมนาคุณมาแจกให้กับลูกค้าอีกมากมาย หรือท่านใดที่ไม่สะดวกในการมาช้อปปิ้งที่ร้านไอที ซิตี้ เรามีบริการซื้อสินค้าออนไลน์ ที่ www.itcity.co.th  แล้ว คลิ๊กที่ Shopping online โดยเราจัดส่งฟรี เมื่อซื้อสินค้า 3,000 บาทขึ้นไป สามารถพบกับโปรโมชั่นดีๆได้ที่ไอที ซิตี้ และ ไอที ซิตี้ โมบาย ทุกสาขา สอบถามรายละเอียดได้ที่ไอที ซิตี้ คอลล์เซ็นเตอร์ โทรศัพท์  0-2656-5030 หรือคลิ๊กเข้าไปที่เว็บไซต์ www.itcity.co.th , www.facebook.com/itcitycare หรือ ที่ทวิตเตอร์  itcity_care

  ผุด เลิฟยูเลิฟเอิร์ธ เอาใจคนรักสุขภาพและรักโลก


lv

ปั้นอีคอมเมิร์ซเลิฟยูเลิฟเอิร์ธ เอาใจคนรักสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค ชู จุดขาย Green Product ไม่เน้นแสวงกำไร พร้อมแบ่งรายได้ 10 เปอร์เซ็นช่วยเหลือสังคม

นายจตวายุ สดุดีปรีดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิฟยูเลิฟเอิร์ธ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเลิฟยูเลิฟเอิร์ธ ก่อตั้งขึ้นจากการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และชุมชน รวมถึงเป็นสื่อกลางที่จะช่วยผู้ผลิตรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ยังขาดการประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวเองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมเป็นสื่อกลางระหว่างผู้บริโภค ที่มีความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพ ปลอดสารพิษ ที่ผลิตด้วยวิธีธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็น

“เลิฟยูเลิฟเอิร์ธ จะเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ระหว่างผู้ผลิตสินค้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภค ที่จะได้มาพบเจอกัน โดยกลุ่มคนรักสุขภาพและรักโลก จะได้แชร์ความต้องการผ่านสื่อออนไลน์ของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก, ยูทูบ รวมทั้งอินตาแกรม ฯลฯ ส่วนผู้ผลิตสินค้า ก็จะได้รับรู้ถึงความต้องการของตลาดได้โดยตรง และสามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยในขณะนี้ ได้เริ่มเปิดให้บริการในส่วนของเฟซบุ๊กเลิฟยูเลิฟเอิร์ธก่อน และในภายหลังอีก 2 เดือน คาดว่าน่าจะเปิดเว็บไซต์ที่เป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ” นายจตวายุ กล่าว

loveนายจตวายุ กล่าวต่อว่า สินค้าที่จำหน่ายผ่านเลิฟยูเลิฟเอิร์ธ มีทั้งหมด 8 กลุ่มหลัก คือ หมวดอาหารเครื่องดื่ม, Health Care & Spa, ความงาม, เทคโนโลยี, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องประดับ, Book Music & Entertainment, อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และหมวดท่องเที่ยว ที่จะเป็นสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่พึ่งจะเริ่มทำธุรกิจหรือมีทุนน้อย แต่มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอยู่แล้ว บริษัทเลิฟยูเลิฟเอิร์ธ จะเข้าไปเป็นผู้เลือกสรรและเข้าไปพิจารณาขั้นตอนการผลิตด้วยตัวเองแล้วนำมาจัดจำหน่าย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีช่องทางจำหน่ายสินค้า และช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“คงเป็นเรื่องยากที่จะหวังฟันกำไรเพียงอย่างเดียวจากการทำธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเลิฟยูเลิฟเอิร์ธไม่ได้ต้องการตรงนั้นอยู่แล้ว เพราะจุดมุ่งหมายคือการเน้นจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค ที่ไม่ทำร้ายโลก ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และได้ช่วยเหลือสังคม ผ่านมูลนิธิเลิฟยูเลิฟเอิร์ธ โดยแบ่งรายได้ 10 เปอร์เซ็น จากการจำหน่ายสินค้าเข้ามูลนิธิฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการศึกษา และด้านสิ่งแวดล้อม” นายจตวายุ กล่าว

นายจตวายุ กล่าวเพิ่มเติมว่า เลิฟยูเลิฟเอิร์ธ นอกจากจะทำหน้าที่เป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้าแล้ว บริษัทฯ ยังมีความพร้อมในการเป็นที่ปรึกษา ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีสินค้าคุณภาพ แต่ยังขาดในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ที่ดี ทำให้ยอดขายสินค้าไม่เป็นไปตามเป้า  ทั้งในด้านการประชาสัมพันธ์ การวางแผนการตลาดแบบครบวงจร โดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมสินค้า ปรึกษาแผนการประชาสัมพันธ์ หรือร่วมบริจาคผ่านเลิฟยูเลิฟเอิร์ธได้ที่ เฟซบุ๊ก LoveyouLoveearth หรือ โทร.02-187-2813

GrabTaxi เปิดตัวสติ๊กเกอร์ LINE เพื่อชาวไทยโดยเฉพาะ!


AW Sticker Line Grab TAXI 300 x 250 PixLine PR AW

GrabTaxi ผู้นำด้านแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ที่ทันสมัยที่สุดของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเน้นความปลอดภัย, รวดเร็ว และน่าเชื่อถือให้แก่ผู้โดยสาร ได้ออกสติ๊กเกอร์ชุดแรกสำหรับประเทศไทยที่แรกและเดียว

GrabTaxi เป็นแอพพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่รายแรกที่มีการทำสติ๊กเกอร์ไลน์ออกมา ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ขับแท็กซี่สามารถดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ชุด “GrabTaxi Happy Boy” ไปใช้ส่งหาเพื่อนๆได้ฟรี โดยจะเปิดให้ดาวน์โหลดกันวันที่ 27 มกราคม ถึง 25 กุมภาพันธ์  และสามารถใช้ได้ 90 วันหลังจาก

ดาวน์โหลด

“GrabTaxi Happy Boy” ประกอบไปด้วยสติ๊กเกอร์น่ารักๆ 16 รูป ให้นำไปแชทได้อย่างสนุกสนาน โดยมีตัวการ์ตูนเป็นผู้โดยสารและคนขับแท็กซี่ในหลายอากัปกริยา เช่นมาถึงสนามบินทันเวลา, รถติด หรือเฮงๆรับตรุษจีน เป็นต้น

วิธีการดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ก็ง่ายๆ เพียงแค่ติดตาม GrabTaxi Official Account บนไลน์ และยังได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับโปรโมชั่นและกิจกรรมต่างๆอีกด้วย

นายแอนโธนี่ แทน ผู้ก่อตั้ง GrabTaxi และ CEO กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของแอพพลิเคชั่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ประเทศไทยมีผู้ใช้งาน LINE มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ GrabTaxi เองก็เป็นแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเช่นกัน ตอนนี้เรามีจำนวนผู้ดาวน์โหลด 2.5 ล้าน และผู้ใช้งานกว่า 500,000 คนทั่วทั้งพื้นที่”

“เรามีความยินดีมากที่จะได้ประกาศ สติ๊กเกอร์ LINE “GrabTaxi Happy Boy” นี้เกิดขึ้นได้เพราะแรงสนับสนุนจากผู้ใช้ในประเทศไทยมากมาย เราเชื่อว่าวิธีการนี้จะช่วยให้การสื่อสารกับผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและสนุกสนาน และ GrabTaxi Official Account ยังช่วยให้ผู้ติดตามได้รับข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมและโปรโมชั่นใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.